Thursday, June 20, 2024
Homeเคล็ดไม่ลับข้อควรปฏิบัติ 7 ประการ ในการขับรถ 4WD

ข้อควรปฏิบัติ 7 ประการ ในการขับรถ 4WD

ก่อนที่จะเข้าสู่พื้นฐานการขับในสถานการณ์ต่างๆ เราจำเป็นต้องบรรยายถึง ข้อปฏิบัติในการขับรถ 4WD โดยทั้งหมดนี้จะเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ

1. เริ่มต้นด้วยการจับพวงมาลัยรถ  มือทั้งสองของผู้ขับขี่จะต้องกำอยู่ภายนอกวงพวงมาลัยเท่านั้น ห้าม สอดมือลอดเข้าไปในพวงมาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่จำเป็นต้องเลี้ยว  หลายคนที่ยังปฏิบัติเหมือนกับ การขับบนทางเรียบคือ สอดมือลอดพวงมาลัยขณะที่เลี้ยวในเส้นทางออฟโรด ลองคิดดูว่าถ้าหากล้อรถตกลงไป ในหลุมอย่างแรง อะไรจะเกิดขึ้น? พวงมาลัยจะตีกลับด้วยความแรง ถ้าหากเราสอดมือเข้าไปก็คงได้รับบาดเจ็บ เคย ปรากฏให้เห็นถึงขนาดข้อมือถูกพวงมาลัยฟาดหักเลยทีเดียว

2. การคาดเข็มขัดนิรภัย จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้โดยสารทุกคน ต้องรัดเข็มขัดเมื่ออยู่บนเส้นทางออฟโรด ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัย เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ารถจะพลิกคว่ำเมื่อไหร่ เมื่ออยู่ในเส้นทางออฟโรด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรัดเข็มขัดตลอดเวลา (ยกเว้นกรณีข้ามน้ำลึก)

3. การลดกระจกมองข้างลงเมื่ออยู่ในสถานการณ์คับขัน เมื่อถึงจุดที่จำเป็นต้องวางตำแหน่งล้อ เรา จำเป็นจะต้องชะโงกหน้าออกมามองล้อหน้า-หลัง ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีขับข้ามสะพานซุง เราไม่ควรขับผ่าน ไปอย่างรวดเร็ว เพราะอาจทำให้ตกสะพานได้ อาจเกิดอันตรายและทำให้เสียเวลามาก เราจึงควรชะโงกหน้า ออกมาดู เพื่อให้แน่ใจก่อน อีกเหตุผลหนึ่ง การขับรถในเส้นทางออฟโรด รถจะเอียงซ้าย-ขวา ไปมา บางครั้งตกหลุมอย่างแรงทำให้หัวกระแทกกระจกได้

4. การหลีกเลี่ยงรองเท้าแตะ การใส่รองเท้าแตะอาจทำให้การควบคุมรถไม่ดีเท่าที่ควร เช่น ในสภาพ ฝนตก มีโคลนเลอะ การสวมรองเท้าแตะจะทำให้ลื่นมาก อาจทำให้เท้าหลุดจากคันเร่ง, คลัทช์ หรือเบรคได้ นอกจากนั้นยังเป็นอันตราย หากเดินเหยียบหนามไผ่ในป่าทะลุเท้าได้ รองเท้าที่ใส่ ควรเป็นรองเท้าหุ้มข้อ มีพื้นหนา เพื่อความคล่องตัว

5. การปรับเบาะนั่งไม่ให้เอนนอนมากเกินไป  ตรงกันข้ามในการขับขึ้นทางชันมากๆ เราต้องปรับ พนักพิงมาข้างหน้าด้วยซ้ำไป การปรับเบาะเอนนอนมากเกินไป ทำให้ทัศนวิสัยในการมองไม่ดี เห็นเป็นมุมเงย และแคบ ซึ่งมุมที่ถูกจะต้องมองเห็นกว้าง โดยเฉพาะพื้นผิวเส้นทางที่ใกล้รถเพียงไม่กี่เมตร การปรับพนักพิง ให้อยู่ในระดับที่พอดี จะทำให้เรามองเห็นลักษณะเส้นทางที่ดีขึ้น

6. การเก็บของในรถที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้  ควรเก็บของในรถที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น ของมีคม, ไขควง, คีมและอุปกรณ์ต่างๆ เนื่องจากสภาพเส้นทางทำให้รถโยกไปมาได้ สิ่งของในรถ ก็จะกลิ้งด้วย เช่นกัน ซึ่งอาจมากระแทกโดนผู้ขับได้ เรื่องนี้ผมเคยมีประสบการณ์ รถตกสะพานซุงในการแข่งขัน National Challenge 98 ประเทศ มาเลเซีย รถผมมาด้วยความเร็วในขณะข้ามสะพานซุงอยู่นั้น ซุงได้แยกออกจากกัน ทำให้รถพลิกตั้งตะแคง แต่ไม่ตกลงในคลองเบื้องล่าง เนื่องจากกันชนหน้าขัดกับซุง หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาที ที่ผมรู้สึกว่ามีวัตถุ 2-3 ชิ้นตกผ่านหน้าผมไป ลงไปอยู่ในโคลนลำธารข้างล่าง มันคือกล้อง ถ่ายรูปและรอกทด ซึ่งทั้งแข็งทั้งหนัก โชคดีที่ไม่กระแทกโดนหน้าผม หลังจากนั้นก็ยังแถมมาด้วยเท้า Co-Driver (ผู้ช่วยคนขับ) ผมเอง เนื่องจากเขาอยู่สูงกว่าผม ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยอย่างดี เสียเวลาหน่อย แต่ก็ได้อุทาหรณ์ว่า ถ้าไม่อยาก เจ็บตัว เราก็ควรเก็บของในรถให้ดี โดยเฉพาะของมีคม และของหนัก

7. การแต่งกายต้องรัดกุมไม่รุ่มร่าม  ความรุ่มร่าม เป็นศัตรูที่เราคาดไม่ถึง ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีการ ใช้รอกไฟฟ้า (Winch) ดึงรถ ลวดสลิงเกิดขัด  เพื่อนผมวิ่งไปพยายามแก้ปมออก ในขณะที่ผู้ขับในรถเป็น ผู้ควบคุมสวิทช์เข้า-ออก ของรอกไฟฟ้า (Winch) ซึ่งต่อเข้าไปในรถ โดยเข้าใจว่าสวิทช์มีปัญหา จึงพยายามกด เข้าตลอดเวลา เพื่อที่แก้ปมได้แล้ว สลิงกรอเข้าทันที เสื้อตัวใหญ่เข้าไปพันในรอกไฟฟ้า (Winch)

ข้อมูลจาก ThairungPR

 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




ข้อควรปฏิบัติ 7 ประการ ในการขับรถ 4WD

ก่อนที่จะเข้าสู่พื้นฐานการขับในสถานการณ์ต่างๆ เราจำเป็นต้องบรรยายถึง ข้อปฏิบัติในการขับรถ 4WD โดยทั้งหมดนี้จะเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ

1. เริ่มต้นด้วยการจับพวงมาลัยรถ  มือทั้งสองของผู้ขับขี่จะต้องกำอยู่ภายนอกวงพวงมาลัยเท่านั้น ห้าม สอดมือลอดเข้าไปในพวงมาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่จำเป็นต้องเลี้ยว  หลายคนที่ยังปฏิบัติเหมือนกับ การขับบนทางเรียบคือ สอดมือลอดพวงมาลัยขณะที่เลี้ยวในเส้นทางออฟโรด ลองคิดดูว่าถ้าหากล้อรถตกลงไป ในหลุมอย่างแรง อะไรจะเกิดขึ้น? พวงมาลัยจะตีกลับด้วยความแรง ถ้าหากเราสอดมือเข้าไปก็คงได้รับบาดเจ็บ เคย ปรากฏให้เห็นถึงขนาดข้อมือถูกพวงมาลัยฟาดหักเลยทีเดียว

2. การคาดเข็มขัดนิรภัย จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้โดยสารทุกคน ต้องรัดเข็มขัดเมื่ออยู่บนเส้นทางออฟโรด ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัย เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ารถจะพลิกคว่ำเมื่อไหร่ เมื่ออยู่ในเส้นทางออฟโรด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรัดเข็มขัดตลอดเวลา (ยกเว้นกรณีข้ามน้ำลึก)

3. การลดกระจกมองข้างลงเมื่ออยู่ในสถานการณ์คับขัน เมื่อถึงจุดที่จำเป็นต้องวางตำแหน่งล้อ เรา จำเป็นจะต้องชะโงกหน้าออกมามองล้อหน้า-หลัง ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีขับข้ามสะพานซุง เราไม่ควรขับผ่าน ไปอย่างรวดเร็ว เพราะอาจทำให้ตกสะพานได้ อาจเกิดอันตรายและทำให้เสียเวลามาก เราจึงควรชะโงกหน้า ออกมาดู เพื่อให้แน่ใจก่อน อีกเหตุผลหนึ่ง การขับรถในเส้นทางออฟโรด รถจะเอียงซ้าย-ขวา ไปมา บางครั้งตกหลุมอย่างแรงทำให้หัวกระแทกกระจกได้

4. การหลีกเลี่ยงรองเท้าแตะ การใส่รองเท้าแตะอาจทำให้การควบคุมรถไม่ดีเท่าที่ควร เช่น ในสภาพ ฝนตก มีโคลนเลอะ การสวมรองเท้าแตะจะทำให้ลื่นมาก อาจทำให้เท้าหลุดจากคันเร่ง, คลัทช์ หรือเบรคได้ นอกจากนั้นยังเป็นอันตราย หากเดินเหยียบหนามไผ่ในป่าทะลุเท้าได้ รองเท้าที่ใส่ ควรเป็นรองเท้าหุ้มข้อ มีพื้นหนา เพื่อความคล่องตัว

5. การปรับเบาะนั่งไม่ให้เอนนอนมากเกินไป  ตรงกันข้ามในการขับขึ้นทางชันมากๆ เราต้องปรับ พนักพิงมาข้างหน้าด้วยซ้ำไป การปรับเบาะเอนนอนมากเกินไป ทำให้ทัศนวิสัยในการมองไม่ดี เห็นเป็นมุมเงย และแคบ ซึ่งมุมที่ถูกจะต้องมองเห็นกว้าง โดยเฉพาะพื้นผิวเส้นทางที่ใกล้รถเพียงไม่กี่เมตร การปรับพนักพิง ให้อยู่ในระดับที่พอดี จะทำให้เรามองเห็นลักษณะเส้นทางที่ดีขึ้น

6. การเก็บของในรถที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้  ควรเก็บของในรถที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น ของมีคม, ไขควง, คีมและอุปกรณ์ต่างๆ เนื่องจากสภาพเส้นทางทำให้รถโยกไปมาได้ สิ่งของในรถ ก็จะกลิ้งด้วย เช่นกัน ซึ่งอาจมากระแทกโดนผู้ขับได้ เรื่องนี้ผมเคยมีประสบการณ์ รถตกสะพานซุงในการแข่งขัน National Challenge 98 ประเทศ มาเลเซีย รถผมมาด้วยความเร็วในขณะข้ามสะพานซุงอยู่นั้น ซุงได้แยกออกจากกัน ทำให้รถพลิกตั้งตะแคง แต่ไม่ตกลงในคลองเบื้องล่าง เนื่องจากกันชนหน้าขัดกับซุง หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาที ที่ผมรู้สึกว่ามีวัตถุ 2-3 ชิ้นตกผ่านหน้าผมไป ลงไปอยู่ในโคลนลำธารข้างล่าง มันคือกล้อง ถ่ายรูปและรอกทด ซึ่งทั้งแข็งทั้งหนัก โชคดีที่ไม่กระแทกโดนหน้าผม หลังจากนั้นก็ยังแถมมาด้วยเท้า Co-Driver (ผู้ช่วยคนขับ) ผมเอง เนื่องจากเขาอยู่สูงกว่าผม ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยอย่างดี เสียเวลาหน่อย แต่ก็ได้อุทาหรณ์ว่า ถ้าไม่อยาก เจ็บตัว เราก็ควรเก็บของในรถให้ดี โดยเฉพาะของมีคม และของหนัก

7. การแต่งกายต้องรัดกุมไม่รุ่มร่าม  ความรุ่มร่าม เป็นศัตรูที่เราคาดไม่ถึง ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีการ ใช้รอกไฟฟ้า (Winch) ดึงรถ ลวดสลิงเกิดขัด  เพื่อนผมวิ่งไปพยายามแก้ปมออก ในขณะที่ผู้ขับในรถเป็น ผู้ควบคุมสวิทช์เข้า-ออก ของรอกไฟฟ้า (Winch) ซึ่งต่อเข้าไปในรถ โดยเข้าใจว่าสวิทช์มีปัญหา จึงพยายามกด เข้าตลอดเวลา เพื่อที่แก้ปมได้แล้ว สลิงกรอเข้าทันที เสื้อตัวใหญ่เข้าไปพันในรอกไฟฟ้า (Winch)

ข้อมูลจาก ThairungPR

 

RELATED ARTICLES