Friday, April 12, 2024

Homeเคล็ดไม่ลับคลายปมปัญหาคลัทช์มาสด้า บีที-50

คลายปมปัญหาคลัทช์มาสด้า บีที-50

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ “เอาอยู่ไหม”กับเรื่องน้ำๆ โดนกันไปมากน้อยทั่วหน้า เสียหายมาก ก็รับไป 5 พัน เสียหายน้อยก็รับไป 5 พัน เท่าเทียมกันดี สำหรับใครที่ขับรถลุยน้ำ ก็อาจจะมีรายการซ่อมแซมตามมา มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับชะตากรรม อ้อไม่ใช่ซิ ขึ้นอยู่กับว่าลุยกันมาลึกขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ สำหรับตัวผู้เขียน งานนี้  “ไม่ไหวจะเคลียร์” จริงๆ

ความเป็นมา

ขึ้นหัวมาว่าจะคลายปมปัญหาคลัทช์ แต่อ่านมา 1 ย่อหน้าแล้ว ยังไม่เข้าเรื่องเลย คิดจริงๆ แล้ว เรื่องของเรื่อง ปัญหาจากที่ประสบมากับรถของผู้เขียนนั้น ตั้งแต่เห็นรถรุ่นนี้เปิดตัว ก็เขียนชื่นชมไปในครั้งนั้นในเรื่องของระบบส่งกำลัง ที่เลือกใช้ชุด Fly Wheel เป็นแบบ 2 ชั้น ช่วยลดอาการกระชากของรถในขณะเปลี่ยนเกียร์ จนเมื่อได้ขับถึงขั้นเป็นเจ้าของ ก็ยังประทับใจในความนุ่มนวลของคลัทช์ แม้กำลังเครื่องยนต์จะหลั่งไหลออกมาปานใด แต่ด้วยประสิทธิภาพของระบบ Fly Wheel 2 ชั้นนี้ก็ยังเอาอยู่ ซึ่งก็มีให้เฉพาะในรุ่น 3.0 ลิตร ซะอีกด้วย แสดงว่ากำลังเครื่องยนต์มันเหลือล้นจริงๆ

          จนเมื่อใช้งานไปได้สักระยะหนึ่งไม่ถึงแสน กม. ก็มีอันเป็นไป โดยครั้งนั้นเข้าเกียร์เดินหน้าปุ๊บก็เกิดเสียงดังคล้ายอะไรหลุดแล้วก็ดังมาตลอด จนต้องเอาเข้าศูนย์บริการ ช่างก็แจ้งให้ทราบว่า ต้องเปลี่ยน Fly Wheel ใหม่ เพราะมันเสีย โอ้ว อะไรกันเนี่ย แต่ในเมื่ออยู่ในระยะประกัน เราจะกลัวอยู่ทำไม เปลี่ยนก็เปลี่ยน เสร็จออกมาเงียบ นุ่ม เหมือนเดิม ก็ใช้งานมาได้อีกประมาณเกือบ 8 หมื่นกม. ถึงวันที่พรรคพวกชวนกันไปบริจาคสิ่งของให้ชาวบ้านที่โดนน้ำท่วม (ย้อนไปหาอ่านได้ครับ) กลับมาก็ไม่มีอะไรเสียหาย ผ่านไปอีกเดือนเมื่อน้ำท่วม กทม.รถก็วิ่งลุยน้ำได้สักระดับเกินครึ่งล้อได้ 3-5 วัน เพื่อรับส่งแม่ให้เข้าไปดูแลเก็บข้าวของในบ้าน แล้วเรื่องก็เกิดเมื่อเหยียบคลัทช์แล้วมันหายไปดื้อๆ เรียกว่าหายไปเหมือนไม่ได้ใส่อะไรเลย เข้าเกียร์ไม่ได้ ซึ่งก็จะต้องรีบเอารถออกเพื่อหนีระดับน้ำที่ท่วมสูงขึ้นตลอดเวลา จึงตัดสินใจ โดยขณะนั้นก็คิดว่าคงจะเกิดปัญหาคลัทช์ติด ซึ่งคล้ายๆ กับเบรคติด เพราะขึ้นจากน้ำมาก็จอดเลย ตัดใจกระชากเข้าเกียร์ ได้ผล คลัทช์กลับมาทำหน้าที่ของมันดังเดิม แต่เสียงที่เคยหลอกหลอนก็กลับมาอีกแล้ว คราวนี้ดังมากขนาดปิดกระจกรถก็ยังได้ยินชัดเจนมาก แต่เมื่อยังขับได้ก็ปล่อยไปก่อน เพราะทราบดีว่าต้องใช้งบประมาณมากพอสมควรสำหรับการจะทำให้กลับมาเงียบดังเดิม

วิศวกรชาวสิงคโปร์ กับเครื่องมือพิเศษในการถอดประกอบชุดคลัทช์

     มีปัญหาก็ต้องหาทางแก้ไข

          เอาละซิ รอบที่สองแล้วที่เป็นแบบนี้ คราวนี้จะไปเคลมได้อย่างไร เขาว่ารถลุยน้ำเคลมไม่ได้ซะด้วย แต่อ้อรถเราก็หมดประกันไปแล้ว แต่โชคยังเข้าข้าง เนื่องจากได้รับทราบว่า บริษัทผู้ผลิต นำเข้าและจัดจำหน่ายผ้าคลัทช์และ Fly wheel คือ บริษัท เสรีวัฒนา ซึ่งพอจะรู้จักกันอยู่ จึงได้สอบถามถึงเรื่องคลัทช์และอะไหล่ จึงได้ความว่า มีครบทุกชิ้น เพราะเป็นของ OEM ในรถมาสด้าอยู่แล้ว ภายใต้ชื่อสินค้า LUK  จึงมั่นใจได้ว่าของแท้แน่นอน  เมื่อเจอต้นตอพร้อมทั้งเจอกับผู้บริหารระดับสูงซึ่งเคยพบกันมา เรื่องก็ง่ายเข้า หลังจากนัดกันเรียบร้อย ก็นำรถเข้าไปจัดการ ยกคลัทช์ โดยมีผู้เชียวชาญพิเศษจากสิงคโปร์มาควบคุมการทำงานอย่างใกล้ชิด

แวบแรกที่เห็นสภาพชุดคลัทช์ ต้องบอกว่า ไม่รอดแน่ เพราะสนิมจับแดงไปหมด แต่พอถอดชุดผ่ากดคลัทช์ออกมาพร้อมกับผ้าครัทช์แล้ว จึงจะเห็นว่าไม่มีส่วนไหนสึกหรอเกินความเป็นจริง ยกเว้นที่ตีนผีมีการสึกหรอไม่เท่ากัน เท่านั้นเอง ส่วนผ้าคลัทช์สึกเสมอกันทั่วทั้งแผ่น

หันมาดูที่ FLY Wheel  กันบ้าง ต้นตอของเสียงอยู่ที่ตรงนี้ เนื่องจากเป็น Fly Wheel 2 ชั้น ที่ออกแบบให้ช่วยลดแรงกระชากจากเครื่องยนต์ไปยังชุดเกียร์ จึงมีชิ้นส่วนที่เป็นยางและสปริงเข้ามาเกี่ยวข้อง จากการสอบถามจากผู้เชียวชาญ ได้รับความรู้ว่า เมื่อมีการลุยน้ำ ในระดับที่ลึกมากๆ จนท่วมถึง Fly Wheel ได้ ในระยะเวลานานๆ  น้ำจะสามารถเข้าไปถึงภายในส่วนของสปริงที่มีการหล่อลื่นอยู่ภายใน เมื่อน้ำเข้าถึง ก็จะชะล้างเอาสารหล่อลื่นออกไปและเกิดเป็นสนิมขึ้นมาแทนที่ จึงทำให้เกิดเสียงดังขึ้นมาอย่างที่เราเจอ นอกจากนั้น ยังสามารถจะเกิดขึ้นได้จากการขับรถกระชากแรงๆ (ทำอีกตอนคลัทช์ติด)  ซึ่งโดยปกติแล้ว ชุดกันกระชากนี้จะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 2.5 แสนกม. แต่ถ้าใช้งานไม่ถูกวิธีหรือไม่ระมัดระวัง อายุก็จะสั้นตามไปอย่างที่ประสบมา เรียกว่าไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ นั่นเอง

     ทำไมต้องใช้เครื่่องมือพิเศษ   

          ในระหว่างการถอดชุดแผ่นกดคลัทช์ ผู้เขียนเห็นว่าเขาได้ใช้เครื่่องมือพิเศษถอดชุดคลัทช์ออกมาซึ่่งหากเป็นบ้านเราก็ไขๆๆๆๆๆๆ แล้วก็ยกออกมาเฉยๆไม่ต้องคิดมาก ยิ่งเมื่อถึงเวลาใส่กลับเข้าไป ปริศนาตัวใหม่ก็บังเกิด เครื่่องมือพิเศษมาอีกแล้ว ชุดเดิม ใช้งานเหมือนเดิม อะไรกันนี้ต้องไขปริศนากันแล้ว

          จึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการทำงานได้ความว่า ชุดแผ่นกดคลัทช์ของรถรุ่นนี้ จะเป็นแบบปรับตั้งตัวเองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีการปรับตั้งเลยตลอดอายุการใช้งาน ดังนั้น หากใส่แผ่นกดโดยไม่ใช้เครื่องมือพิเศษนี้แล้ว จะทำให้อุปกรณ์ปรับตั้งตัวเองไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แล้วก็เลยถามต่อว่าศูนย์บริการมีการใช้เครื่่องมือพิเศษเหล่านี้หรือยัง….? ก็ได้รับคำตอบมาว่ายังไม่มีครับ

กลับมาที่Fly Wheel อีกรอบ ของที่ดังแล้วก็ลองถามต่อไปว่าจะมีทางรักษาเยียวยาได้ไหม เพราะเห็นบางอู่เขาจัดการเชื่อมให้เป็นชิ้นเดียวกัน หรือเจาะเพื่ออัดสารหล่อลื่นเข้าไปใหม่  ก็ได้คำตอบมาว่า การเชื่อมให้เป็นชิ้นเดียวกัน เป็นการแก้ปัญหาแบบผิดวิธี เพราะผลเสียที่ตามมาคืด ชุดเกียร์จะรับภาระหนักและจะแตกเสียหายได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี (ซึ่งก็นานเกินกว่าเจ้าของรถจะตามไปทวงคืนจากอู่แล้ว) รวมทั้งการจะนำไปอัดจารบีก็ไม่สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน ทางเดียวเท่านั้นที่ปลอดภัยที่สุดคือ เปลี่ยนใหม่ ซึ่งหากซื้อจากผู้จัดจำหน่ายโดยตรงก็จะมีราคาไม่สูงเกินเอื้อมเหมือนกับราคาศูนย์บริการ และแน่นอนว่าแม้แต่การประกอบชุดแผ่นกดคลัทช์ก็แตกต่างในความนุ่มนวลเมื่อเสร็จแล้ว เพราะจากเดิมที่แข็งๆ  และต่ำลงเรื่อยๆ เมื่อประกอบโดยใช้เครื่องมือพิเศษที่ว่านี้ แป้นคลัทช์ก็จะไม่ต้องมีการปรับตั้งไปอีกเลยตลอดการใช้งาน

          ส่วนของลูกปืนกดคลัทช์ แน่นอนว่าต้องเปลี่ยน และก็ได้เห็นถึงความผิดพลาดในการประกอบเมื่่อตอนเคลมครั้งแรก คือ บริเวณแกนปลอกเลื่อนของลูกปืน จะเห็นรอยสึกกร่อนเป็นร่องอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ได้บอกกับเราว่า ปลอกด้านในของลูกปืนจะหุ้มด้วยพลาสติก ซึ่งช่วยให้ลื่นและป้องกันการสึกหรออยู่แล้ว โดยไม่ต้องทาจารบี แต่ที่เห็นการสึกกร่อนแบบนี้หมายความว่ามีการใช้จารบีมาทาเพื่อหล่อลื่น ทำให้มีฝุ่นของผ้าคลัทช์มาติดทำให้มีสภาพเหมือนกระดาษทราย ขัดปลอกแกนจนสึกกร่อนได้มากขนาดนี้ ทางแก้คือให้ขัดลบรอยและอย่าใส่จาระบีหรือสารหล่อลื่นใดๆอีก

รอยสึกกร่อนที่เกิดขึ้นจากการใช้จารบีขัดแต่งลบรอยประกอบกลับเข้าตำแหน่ง โดยไม่ต้องทาจารบี

                    ด้วยเหตุที่เกิดและสิ่งที่เห็นกับเรื่องที่รู้ ทำให้ทราบว่า มาสด้าได้คัดสรรแต่สิ่งที่ดีมาใส่ไว้ในรถ บีที 50 รุ่นนี้อย่างเต็มที่ เครื่องยนต์ชั้นยอดที่เงียบมาอย่างสม่ำเสมอ แรงไม่มีตก ชุดคลัทช์ที่เราเคยเขียนชมไว้ตั้งแต่ตอนโน้น มันก็ได้พิสูจน์หน้าที่ของตัวเองแล้วว่า ให้ความนุ่มนวลได้จริง เว้นเสียแต่ว่า เมื่อมีการเสื่อมสภาพและต้องมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ การประกอบที่ต้องใช้เครื่่องมือพิเศษ รวมทั้งความรู้ความเข้าใจในการใช้งานให้ถูกวิธี ยังไม่ค่อยได้รับการเผยแผ่ออกไปถึงผู้ใช้อย่างทั่วถึง แม้แต่อู่บางแห่งก็ไม่คำนึกถึงผลกระทบที่จะตามมาสร้างความเสียหายในภายหลัง ทำการดัดแปลงไปในแบบไทยๆ  ลองศึกษาหาความรู้ความเข้าใจกันอีกสักหน่อย น่าจะช่วยลดปัญหาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน และสำหรับผู้ใช้รถมาสด้า และนิสสันนาวาร่า ที่ประสบปัญหาเสียงดังจาก Fly Wheel แต่ยังติดขัดเรื่องราคาศูนย์ ลองติดต่อสอบถามจากร้านค้าที่จำหน่ายชุดคลัทช์ LUK ได้เลยครับ  

เก่าไปใหม่มา
ไม่ว่าจะถอดของเดิมหรือใส่ของใหม่ เจ้าเครื่องมือพิเศษ จำเป็นต้องมีไว้
RELATED ARTICLES

21 COMMENTS

  1. สอบถามรถของผม เป็น ford ranger 2.5 ปี 2002 คลัชมีเสียงดังคลืชๆ เปลี่ยนทั้งชุด 2 ครั้ง แล้วไม่หาย จะต้องแก้ที่ตรงไหน

  2. รถในรูปภาพ ไปเปลี่ยนฟลายวีลที่อู่ไหนคับ พอดีรถก็มีปัญหาเหมื่อนกัน คิดเป็นเงินจำนวนเท่าไหร.

    • อู่ที่ทำอยู่แถวๆอ้อมน้อยครับ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณเกือบๆ 2 หมื่นบาทครับผม

  3. สวัสดีครับ สำหรับท่านที่ถามมาว่าคลัทช์ของรถรุ่นนี้ไปซ่อมได้ที่ไหน แล้วอู่ที่เห็นในเรื่องอยู่ที่ไหนนั้น ขอตอบอย่างนี้นะครับ คลัทช์ของรถรุ่นนี้ไม่แนะนำให้ซ่อมครับ ควรจะเปลี่ยนใหม่ เพราะราคาไม่แรงเท่าไรครับ สามารถหาซื้อได้จากร้านอะไหล่ทั่วไปไม่จำเป็นต้องเบิกศูนย์ครับ ผู้นำเข้ามาจำหน่ายคือ บ.เสรีวัฒนา สามารถสอบถามได้โดยตรงเช่นกัน ส่วนอู่ที่ไปทำมานั้น อยู่เกือๆถึงสวนสามพรานครับฝั่งซ้ายมือขาออก จำชื่ออู่ไม่ได้แล้ว แต่ประเด็นคืออู่ทั่วไปก็สามารถอยู่ครับ.

  4. สวัสดีครับ รบกวนถามปัญหา bt50ครับ รถผมปี 06 ลุยน้ำมาตลอดปี54แช่น้ำมิดล้อครึ่่่่่่งวัน หลังจากนั้นมีอาการเทียงดัง อาทิตย์ที่แล้วช่างเปลี่ยนลูกปืน รังคลัทช์ แผ่นคลัทช์ ฟลายวีล แต่ยังมีเสียงดังคลายเสียงเคก เวลาเหยียบคลัทช์ เสียงจะหาย ช่างลองเปลี่ยนน้ำมันเกียร์เกรดสูงก็ไม่หาย อู่คิดราคา 22500บาท. รบกวนดัวยครับเครียดมาก.

    • เสียงดังตอนเหยียบคลัทช์ใช่ไหมครับ แล้วราคาที่ว่าสำหรับอะไร น้ำมันเกียร์ของรถรุ่นนี้จะใข้คราสตรอลของเกียร์ออโตนะครับ ใช้น้ำมันเกียร์ธรรมดานี่พังครับ ขอรายละเอียดเรื่องเสียงเพิ่มอีดหน่อยนะครับ

  5. ขอบคุณครับ เริ่มจากเวลาเครื่องติดมีเสียงดังแคล๊กๆ เวลาเหยียบคลัทช์เสียงก็จะหายและเสลาขับมาช้าคาเกียร์ก้จะมีดังกราวแถวบริเวณห้องเกียร์ครับ.

    • ไม่ทราบว่าใช้น้ำมันเกียร์เบอร์อะไรครับ แต่อาการแบบนี้มันน่าจะมาจากลูกปืนกดคลัทช์นะ แผ่นกดไปเปลี่ยนหรือเปล่าครับ มันมีวิธีถอดซึ่งต้องใช้เครื่องมือพิเศษช่วย เพื่อไม่ให้ตัวปรับตั้งมันผิดตำแหน่งครับ

  6. ไม่ทราบว่าใช้น้ำมันเกียร์เบอร์อะไรครับ แต่อาการแบบนี้มันน่าจะมาจากลูกปืนกดคลัทช์นะ แผ่นกดไปเปลี่ยนหรือเปล่าครับ มันมีวิธีถอดซึ่งต้องใช้เครื่องมือพิเศษช่วย เพื่อไม่ให้ตัวปรับตั้งมันผิดตำแหน่งครับ.

  7. รบกวนขอเบอร์ได้ไหมครับ.พอดีผมอธิบายรายละเอียดได้ไม่ค่อยชัดเจน

  8. Sutee Stk ผมก็มีปัญหาเสียงดังเคกที่รอบต่ำหรือตอนออกตัวครับ ไม่ทราบว่าเป็นปัญหาเดียวกันมั้ยครับ และถ้าไม่รีบแก้จะมีปัญหามั้ย ดังมา6เดือนได้แล้ว
    รบกวนขอคำชี้แนะด้วยครับ

  9. Sutee Stk ผมก็มีปัญหาเสียงดังเคกที่รอบต่ำหรือตอนออกตัวครับ ไม่ทราบว่าเป็นปัญหาเดียวกันมั้ยครับ และถ้าไม่รีบแก้จะมีปัญหามั้ย ดังมา6เดือนได้แล้ว
    รบกวนขอคำชี้แนะด้วยครับ

  10. ธนากร ศิลป์พูลเกิด
    ขออภัยครับที่เข้ามาตอบช้า เนื่องจากไปอยู่ต่างจังหวัดมาหลายวัน เรื่องเสียงดังที่สงสัยนั้น ถ้าเสียงดังในขณะปล่อยคลัทช์หรือถอนคันเร่งจนมีการกระชากของเกียร์แล้วมีเสียงดัง "แก๊ก" ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องคลัทช์นั่นเองครับ ถ้าหากปล่อยไว้มันก็อาจจะลุกลามไปได้ครับ ถ้ามีโอกาสผมว่าน่าจะให้ช่างเขาลองถอดมาปรับตั้งแผ่นกดดูก่อนครับ อาจจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง

  11. สรุปที่นี่ร้านอยู่ที่ไหนอ่ะครับ ผมจะไปเปลี่ยนยกชุดด้วยเหมือนกันครับ

  12. ขอบคุณค่ะสำหรับความรู้ ดิฉันใข้รถบีที 50 มา 8 ปี ระยะ 150,000 อยู่ก็เกิดเสียงดังเมื่อเหยียบคลัช เอาน้องไปเข้าศูนย์ ก็ปรากฎต้องเปลี่ยนตามที่คุณเขียนไว้ เจ็บค่ะ 2 หมื่นกว่า แต่ก็มั่นใจในบีที 50

Comments are closed.

- Advertisment -




Most Popular

- Advertisment -




Recent Comments