Sunday, February 25, 2024

Homeไปไหนมาคาราวาน MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN กับเส้นทาง EAST – WEST ECONOMIC CORRIDOR

คาราวาน MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN กับเส้นทาง EAST – WEST ECONOMIC CORRIDOR

IMG_3213

หากเจาะลึกถึงองค์ประกอบดีเอ็นเอของมาสด้า ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ – วิฮีเคิล ไดนามิกส์ กับเครื่องยนต์ทั้งสกายแอคทีฟคลีนดีเซล (SKYACTIV-D) คือเครื่องยนต์ดีเซลที่เผาไหม้สะอาดเจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดที่สามารถผ่านข้อกำหนดมาตรฐานไอเสียโลก โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งปฏิกิริยาที่มีราคาสูงเพื่อลดไอเสีย ที่ให้แรงบิดสูง ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสกายแอคทีฟเบนซิน (SKYACTIV-G) คือเครื่องยนต์เบนซินแบบไดเร็คอินเจ็คชั่น ที่ให้ประสิทธิภาพสูง เจนเนอเรชั่นใหม่ที่เป็นนวัตกรรมชิ้นเอกของวงการยานยนต์โลก นับว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีอัตราแรงอัดอากาศในการเผาไหม้สูงที่สุดของโลก คืออัตรา 14:1 โดยที่เครื่องยนต์ไม่เกิดอาการน๊อค เผาไหม้สมบูรณ์ ให้แรงม้าและแรงบิดสูง พร้อมประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

SKYACTIV-Drive ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 Speed คือ ระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติเจนเนอเรชั่นใหม่ที่ส่งถ่ายแรงบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ แม่นยำ ราบรื่น ต่อเนื่อง และประหยัดน้ำมันในทุกรอบความเร็ว ซึ่งทั้งสองเครื่องยนต์ช่วยรักษามลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย รวมจุดแข็งของเกียร์อัตโนมัติได้ครบทุกประการ ในส่วนของโครงสร้างตัวถัง

SKYACTIV-Body ที่ถูกพัฒนาเพื่อลดน้ำหนักที่ไม่จำเป็นลง เป็นโครงสร้างที่คงความแข็งแกร่ง เสถียร และให้ความปลอดภัยสูงสุดจากแรงปะทะรอบทิศทางผลิตจากเหล็กกล้าที่ทนแรงดึงสูง เหนียว แข็งแกร่ง มีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังช่วยลดแรงกระเทือนจากพื้นถนนควบคู่ไปกับการกระจายแรงปะทะที่จะเข้าสู่ห้องโดยสารในกรณีเกิดอุบัติเหตุ และองค์ประกอบสุดท้ายที่สำคัญกับช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟ

IMG_3066

SKYACTIV-Chassis คือ แชสซีส์เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่ให้ประสิทธิภาพสูง มีน้ำหนักเบา แต่ให้สมดุลที่สมบูรณ์แบบของทั้งการควบคุมการขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยสูงสุด ที่คล่องตัวด้วยระบบช่วงล่างที่เกาะถนนมั่นคง พร้อมระบบบังคับเลี้ยวที่เป็นตัวช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ซึ่งส่งผลโดยตรงในเรื่องของความปลอดภัย

และเมื่อทั้ง 4 หัวใจหลักของมาสด้าเริ่มสอดผสานการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เกิดสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง ให้สัมผัสการขับขี่อย่างมีเอกลักษณ์ของมาสด้า นั่นคือ อารมณ์สปอร์ตที่ให้ความสนุก เร้าใจ สนุกทุกการขับขี่

สำหรับดีเอ็นเอ สกายแอคทีฟสายพันธุ์ล่าสุดนี้ ได้ถูกฝังในหัวใจของรถมาสด้ารุ่นปัจจุบันของปี 2017 ซึ่งได้แก่ มาสด้า2, มาสด้า3, มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะถูกส่งต่อในรุ่น มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ที่กำลังจะมาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบอีกระดับให้กับตลาดรถครอสโอเวอร์อีกครั้งในไม่ช้านี้ด้วย และด้วยผลลัพธ์อันทรงคุณค่าที่มาสด้าได้เพียรพยายามจนประสบความสำเร็จในครั้งนี้ จึงเป็นเหตุผลของการหาสนามเส้นทางที่จะมาร่วมทดสอบดีเอ็นเอสกายแอคทีฟทุกรุ่น

การเดินทางในครั้งนี้ มาสด้าเตรียมเปิดประสบการณ์หน้าใหม่แห่งการเดินทางด้วยรถยนต์ ด้วยเรื่องราวที่ประทับลอยล้อในรูปแบบคาราวานครั้งใหม่ ด้วยวิสัยทัศน์ของมาสด้า ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน และมิได้มองเพียงการเติบโตของมาสด้าประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับสมาชิกในกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งเป็นภูมิภาคที่สำคัญต่อการลงทุน ด้วยประชากรประมาณ 600 ล้านคน จากตัวเลขการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมรถยนต์ ถือเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศอย่างมหาศาล ซึ่งมาสด้า ประเทศไทย คือเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าที่สำคัญไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั้งอาเซียน และต่างประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังส่งผลดีต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง จนเกิดเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอาเซียน หากทุกประเทศในอาเซียนประสานความร่วมมือกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน จะสามารถสร้างรายได้แต่ละประเทศสมาชิกต่อเนื่อง

IMG_2803

การเดินทางโดยฝูงสกายแอคทีฟนับ 10 คัน ขับเคลื่อนโดยสื่อมวลชนพร้อมด้วยผู้บริหาร และทีมงานกว่าร้อยชีวิต แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ที่จะมาสลับผลัดเปลี่ยนกันควงพวงมาลัย เพื่อร่วมสร้างเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงอารยธรรม บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ เชื่อมโยงวัฒนธรรม ไปกับกิจกรรม MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN โดยมาสด้าปักหมุดไว้ที่เส้นทางสายเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง สืบเนื่องจากความร่วมมือจาก 6 ประเทศ ประกอบด้วย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน และไทย ได้ร่วมผนึกกำลังทางเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวทางการค้า การลงทุนด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร และด้านการบริการ เพิ่มคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชากร

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก 6 ประเทศ ได้มีการกำหนด 9 เส้นทางหลัก เพื่อเป็นพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ Greater Mekong Subregion  (GMS) โดยขบวนคาราวานรถยนต์มาสด้าจะออกโลดแล่นไปบนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ แนวตะวันออกมุ่งหน้าสู่ตะวันตก หรือที่รู้จักกันในชื่อ EAST-WEST ECONOMIC CORRIDOR เรียกว่าเส้นทาง R2 หรือ R9 เมื่ออยู่ในประเทศลาว ที่เชื่อมสองมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ จากมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออก หรือทะเลจีนใต้ กับมหาสมุทรอินเดียตะวันตก สัมผัสขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมไปถึงการเติบโตของสมาชิกกลุ่มประเทศอาเซียน

โดยคาราวานจะใช้เส้นทาง R2 หรือ R9 เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางครั้งนี้ รวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 2,900 กิโลเมตร ในระหว่างวันที่ 20-26 มิถุนายน 2560 รวมระยะเวลา 7 วัน โดยผู้ร่วมเดินทางกลุ่มแรกจะเริ่มต้นภารกิจครั้งนี้ด้วยการบินลัดฟ้าสู่เมืองเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม (วันที่ 20-23 มิ.ย. 2560) ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้พาคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมหนึ่งในฐานการผลิตรถยนต์มาสด้าในแถบอาเซียน ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองเว้ ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนาม ก่อนที่จะเข้าสู่ด่านชายแดนลาวบาวของเวียดนาม-ลาว และข้ามแม่น้ำโขงผ่านประเทศลาวด้วยสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เข้าสู่ประเทศไทยในจังหวัดมุกดาหาร ผ่านขอนแก่น มุ่งหน้าสู่พิษณุโลกซึ่งเป็นจังหวัดที่รัฐบาลไทยปลุกปั้นให้เป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงการเดินทางจะทั่วทุกสารทิศ นั่นคือ “4 แยกอินโดจีน” ด้วยตำแหน่งที่อยู่กึ่งกลางจุดตัดระหว่าง NSEC และ EWEC จึงเกิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจจากทั้ง 4 ทิศ ภาครัฐจึงสนับสนุนให้เกิดการลงทุน มีการจัดตั้งศูนย์บริการกระจายสินค้า และการท่องเที่ยวทางธรรมชาติสร้างรายได้ให้ครัวเรือนได้อีกด้วย

IMG_3061

การเดินทางช่วงที่ 2 รับช่วงต่อโดยผู้ร่วมเดินทางกลุ่มที่สอง (วันที่ 23-25 มิ.ย. 2560) ประเดิมวันแรกกับเส้นทางพิษณุโลก สู่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อข้ามแดนสู่เมืองมะละแหม่ง เมืองตากอากาศชายทะเล ประเทศพม่า ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองย่างกุ้ง เมืองหลวงประเทศพม่า ศูนย์กลางทางการค้าหลักที่สำคัญของประเทศ ก่อนจะปิดท้ายทริปด้วยบรรยากาศและความงดงามของสาวพม่า ณ “ตลาดสก๊อต” ก่อนที่จะส่งมอบพวงมาลัยต่อให้ร่วมเดินทางกลุ่มสุดท้าย (วันที่ 24-26 มิ.ย. 2560)

กลุ่ม 2 เริ่มต้นการเดินทางตามเส้นทางเชื่อมความสัมพันธ์อาเซี่ยนจากจังหวัดพิษณุโลก มารับไม้ต่อจากกลุ่มหนึ่งที่วิ่งมาจากเวียตนาม เราใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นาน มาถึงแม่สอด แวะเติมพลังงาน ก่อนข้ามแดนไปยังประเทศเมียนม่า ที่เป็นเพื่อนบ้านเรามาแต่ช้านาน

IMG_3076

ช่วงบ่าย หลังจากผ่านพิธีผ่านแดน(ซึ่งไม่มีอะไรยุ่งยากหากเอกสารครบ) ขบวน มาสด้า ก็ปรับมาวิ่งชิดขวา มุ่งหน้ายังเมือง”มะละแหม่ง”ซึ่งเป็นจุดพักแรงในดินแดนเมียนม่าแห่งนี้ สภาพการเดินทาง เราได้เห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่มีความเหมือน และแตกต่างกับบ้านเราอยู่ไม่น้อย อาจจะด้วยสภาพภูมิประเทศ และวัฒนธรรมที่ได้อิทธิพลมาจากอินเดีย เราได้เห็นความมีน้ำใจจากโถน้ำดื่มที่ตั้งไว้หน้าบ้าน สำหรับคนเดินทาง การค้าขายของชาวบ้าน แต่ที่เราไม่คุ้นมาก่อนคือ การตั้งด่านเก็บค่าผ่านทางของแต่ละเขตปกครอง

นอกจากนั้น ช่วงที่อยู่ในเขตภูเขา เราสังเกตเห็นว่ามีการปลูกต้นยางไว้เยอะมาก จนคิดว่าราคายางต่อไปข้างหน้าจะเป็นเช่นไร ระยะทางไม่ไกล แต่ใช้เวลาพอสมควร เราก็มาถึงยังโรงแรมที่พัก ริม แม่น้ำ”สาละวิน”ที่กว้างใหญ่ พร้อมกับสายฝนที่โปรยปรายจนรุ่งเช้าวันทีสองของการเดินทาง เราเริ่มต้นกันแต่เช้า เพื่อจะได้เข้าถึงยังเมืองย่างกุ้งให้ได้ตรงเวลา เนื่องจากจะต้องไปสมทบกับเพื่อนๆ กลุ่ม 3 ที่บินมารอเราแล้ว ตลอดเส้นทาง เราได้เห็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ แม้น้ำสายต่างๆ วัดและเรื่องราวที่สร้างสรรค์จากผู้บรรยาย พร้อมแวะชมปราสาทที่เมือง”หงสาวดี”หลังจากเติมพลังงานกับอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว ที่นี่เราพบว่าผู้ที่เขาชมส่วนใหญ่เป็นคนไทย ขบวนเริ่มออกเดินทางตลอดวันนี้เราไม่สามารถใช้ความเร็วได้มากนัก เนื่องจากฝนที่ตกต่อเนื่องมาตั้งแต่เย็นวาน ประกอบกับสภาพของเส้นทางที่เป็นหลุมบ่อซะส่วนใหญ่

DSC_0126

บ่ายแก่ๆ เราก็เข้ามาถึงเมือง”ย่างกุ้ง”ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงเดิมก่อนจะย้ายไปยังเมือง “เนปิดอว์”ในปัจจุบัน ที่ย่างกุ้ง เป็นเมืองที่ห้ามรถจักรยานยนต์วิ่ง จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่หาได้ลดความวุ่นวายตามประสาเมืองใหญ่ไปได้ ขบวนมาสด้าเข้ายังโรงแรม Novotel ซึ่งเป็นจุดหมายเรียบร้อย แต่ภาระกิจสำคัญยังรออยู่

ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่ “มหาเจดีย์ชเวดากอง”

เราขึ้นรถบัสไปยังจุดที่สำคัญที่สุดของเมียนม่า นั่นคือ มหาเจดีย์ชเวดากอง ที่เราได้เรียนและรับรู้ข้อมูลมาบ้างตั้งแต่เด็กๆ กัน วันนี้มีบุญได้มากราบแม้จะมีเวลาไม่มากนักก็ตาม ตกค่ำ ก็เป็นงานเลี้ยงสำหรับกลุ่ม 2 และ3 ก่อนที่ตอนเช้าเราจะอำลาเมียนม่า พร้อมเก็บความทรงจำที่ดีเอาไว้จากการเดินทางของ “คาราวาน MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN กับเส้นทาง EAST – WEST ECONOMIC CORRIDOR จากเวียดนาม-ลาว-ไทย-พม่า เชื่อมโยงอารยธรรม เชื่อมโยงเศรษฐกิจจากมหาสมุทรแปซิฟิกสู่มหาสมุทรอินเดีย รวมระยะทางกว่า 2,900 KM.

IMG_3229

สำหรับการเดินทางในช่วงสุดท้าย คือ สมาชิกกลุ่มที่ 3 ก่อนรับภารกิจครั้งนี้ได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวพม่า ที่แม้แต่คนไทยยังต้องดั้นด้นไปไหว้ขอพร เริ่มต้นที่วัดเจ๊าทัตยี พระนอนองค์ใหญ่ที่ตาหวานที่สุด, พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง และเจดีย์โบดาทาวน์ หรือ วัดเทพทันใจ หลังจากอิ่มบุญก็เริ่มภารกิจนำทัพ MAZDA DNA SKYACTIV กลับสู่ประเทศไทย ผ่านด่านแม่สอด มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครถือเป็นอันเสร็จสิ้นสุดภารกิจ พร้อมกับการกลับมารวมตัวของผู้ร่วมเดินทางเพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของเส้นทางประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN ณ ร้านอะเบาท์ฮิพ (About Hip) บนถนนประชาชื่น

lสุดท้ายต้องขอขอบคุญ บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ผู้ใหญ่ใจดี และทีมงานทุกท่านที่ให้โอกาสกับ www.autofreestyle.com ได้เข้าร่วมกับกิจกรรมดีๆ ครั้งนี้

DSC_0075DSC_0060DSC_0261 DSC_0084 DSC_0106 DSC_0142 DSC_0210 DSC_0221 DSC_0226 DSC_0243 DSC_0246 DSC_0257 IMG_3125 IMG_3147 IMG_3220DSC_0293 IMG_3268IMG_3275IMG_3276IMG_3295IMG_3302IMG_3316DSC_0376

RELATED ARTICLES
- Advertisment -




Most Popular

- Advertisment -




Recent Comments