Friday, April 12, 2024

Homeชวนกันไปชิมชวนไปชิม “ ร้านริมชล กับ ปลาเผา สะเดาฟาดไฟ ”

ชวนไปชิม “ ร้านริมชล กับ ปลาเผา สะเดาฟาดไฟ ”

วันหยุดสบายๆ หลายท่านเลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปชายทะเล ไปเที่ยวภูเขาลำเนาไพร ชมนกชมไม้ กันแล้ว เลยอยากจะชวนท่านๆ ลองขับรถเล่นชิลๆ ไปจังหวัด สิงห์บุรีกันดูบ้าง ที่เป็นจังหวัดนี้ เพราะปกติ ของการเดินทาง มักจะถูกมองข้าม ไปเหนือกันทีไร ก็ไปกินข้าวกันที่นครสวรรค์ มองข้ามสิงห์บุรีไปทุกที

ทั้งๆที่จังหวัดนี้ ขื้นชื่อเรื่องปลาน้ำจืด โดยเฉพาะปลาช่อนแม่ลาที่โด่งดัง เป็นที่รุู้จักกันทั่วประเทศ เมื่อชวนแวะสิงห์บุรีกันแล้ว ก็ต้องพากันไปชิม ปลาช่อนเผา อร่อยๆ ปลาสดเนื้อแน่น ตัวขนาดกำลังเหมาะ บรรยากาศเย็นๆ เป็นที่ไหน ตามมาเลยครับ

บรรยากาศแบบบ้านๆ

การเดินทางไปยังร้านเป้าหมายนั้น ให้ใช้เส้นทางสายเอเซีย ผ่าน จังหวัด อยุธยา เลยอ่างทอง ไปอีกเล็กน้อย เราก็จะเข้าเขตจังหวัดสิงห์บุรี จะมีแยกให้เลี้ยวเข้าจังหวัดสิงห์บุรี ยังไม่ต้องเลี้ยว ให้มุ่งหน้าต่อไปยัง อำเภอ อินทร์บุรี เมื่อถึงแยกไฟแดงเข้าอำเภออินทร์บุรี ที่แยกไฟแดง จะมีป้ายบอกทางเข้า “ร้านริมชล” ให้เลยตรงไปอีกเล็กน้อยจะเป็นซอยเล็กๆทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวตามป้ายบอกทางเข้าไป ก่อนข้ามสะพานจะมีแยกให้ระวังซ้าย ขวา ข้ามสะพานไปแล้วก็จะเป็นทางแยก ให้เลี้ยวขวา ไปอีกสักร้อยเมตร ทางซ้ายมือจะเห็นป้าย “ร้านริมชล” เลี้ยวเข้าไปเลยครับ หาที่จอดให้เรียบร้อยแล้วมาลุยเมนูเด็ดกันเลย

ปลาช่อนเผา สะเดาพาดไฟ

มาสิงห์บุรี ก็ต้องกินปลา ดังนั้นเมื่อเปิดเมนูขึ้นมา เราจึงเห็นรายการปลาเยอะมาก พอถามว่าเมนูแนะนำของที่ร้านคืออะไร  เด็กชี้ให้รายการแรกของหน้าเมนู “ปลาช่อนเผา สะเดาพาดไฟ” ราคาตั้งไว้ที่ 250-320 ขึ้นอยู่กับขนาดของปลาครับ มีปลาเผาแล้ว ก็ไล่ดูเมนูประเภทต้มๆ สักชาม ไปสะดุดตากับ “ต้มยำปลาม้า” ที่หาทานยาก เอ้า จัดไป มากันแค่ 2 คน พอก่อน ถ้าไม่พอค่อยสั่งใหม่ เพราะหมายตาผัดกระเพรากบไว้ อ้อใครที่ชอบอาหารแบบบ้านๆ ต้องชอบเมนูของที่นี่ เพราะแต่ละรายการเด็ดดวงจริงๆ

รอไม่นาน ปลาช่อนเผาตัวเขื่องก็ถูกยกมาวางตรงหน้า ส่งกลิ่นหอมแตะจมูก ตามมาติดๆ กับเครื่องเคียง สะเดาวางมาในจาน ที่แตกต่างจากสะเดาที่เราคุ้นๆ กันคือ ปกติเราจะเจอแต่สะเดาลวก มาที่ร้านนี้ สะเดาสดเอาไปฟาดกับไฟ แค่พอให้เกือบๆ ไหม้ แต่ยังไม่ถึงกับดำจนทานไม่ได้ แค่เกรียมๆ ดูจะถูกต้องที่สุดแล้ว

ลำดับต่อไปเป็นน้ำปลาหวาน มาให้ถ้วยโตๆ เครื่องที่ใส่มาเป็นหอมแดงทอดกรอบ ลองชิมดู จะข้นมาก รสออกหวานนำ เผ็ดตามจากพริกแห้งคั่ว แล้วแต่เราจะเลือกในแต่ละคำ

ชามต่อมาเป็นต้มยำปลาม้า ร้อนๆ กลิ่นหอมขึ้นจมูกมาเลย ลอยหน้ามาโดดเด่นเลยคือพริกแห้งคั่ว ลองตักดู เนื้อปลาม้าใส่มาเต็มที่ แถมด้วยระเบิดเวลา เป็นพริกขี้หนูสดทุบพอแตกใส่มาให้แบบไม่ยั้ง ลองซดน้ำต้มยำ โอย สุดยอดหอมมะนาว แซบมาแบบนี้หยุดไม่ได้แล้ว ข้าวมาด่วนเลย

ปลาช่อนสดๆ เนื้อแน่นขาว เผาเตาถ่านกลิ่นหอม รูดสะเดาวางใส่จาน ตามด้วยเนื้อปลา ราดด้วยน้ำปลาหวาน เอาเข้าปาก กลิ่น รส ที่มาเวลานั้นมันผสมกลมกลืนกันได้อย่างลงตัว สะเดาฟาดไฟกรอบๆ รสขมนิดๆ  ตัดกับความหวานมันของน้ำราดและเนื้อปลา ลงตัวแบบบรรยายไม่ถูก เคี้ยวๆ ซดต้มยำตาม โห เมนูห้ามพลาดจริงๆ

กำลังเพลิดเพลินกับปลาเผา อยู่ๆ เด็กที่ร้านก็ยกขนมใส่ไส้มาให้ บอกว่าเป็นน้ำใจจากทางร้าน แน่ะเข้าท่า มีขนมหวานไว้ล้างปากให้กับลูกค้าด้วย

ลุยเสร็จ ที่คิดว่าจะต้องสั่งเพิ่มเป็นอันจบไป เพราะแค่ปลาเผาก็ยังกินไม่หมดเลย ตัวโตมาก เรียกว่าต้องมาสัก 4 คนกำลังดี แต่ถึงจะไม่หมด ทางร้านก็จัดการใส่ถุงให้เอากลับบ้านแถมจัดน้ำปลาหวานให้อีก 1 ถุง(ใจดีจริงๆ)

กินอิ่มแล้วเราก็เลยได้โอกาสคุยกับคุณป้า รัศมี (ตุ๊) พรหมจันทร์ เจ้าของร้านอารมณ์ดี อัธยาศัยดี กับลูกสาวคนสวย ที่ช่วยกันดูแลลูกค้า ลูกมือในร้านก็คนกันเองทั้งนั้น ที่ร้านเลยมีบรรยากาศเหมือนเราไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่

นอกจากเมนูเด็ด ปลาช่อนเผา สะเดาฟาดไฟแล้ว ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ตั้งใจว่าจะต้องกลับไปลอง ไม่ว่าจะเป็นการไปตรงๆ หรือเมื่อต้องผ่านไปเส้นทางนี้ ก็จะต้องเข้าไปลองอีก อย่างแน่นอน เพราะเสน่ห์ของร้าน นอกจากรสชาดอาหารจะสุดยอดแล้ว ยังมีความเป็นกันเองกับทุกคนจริงๆ

ร้านริมชล จังหวัดสิงห์บุรี ถ้าไปไม่ถูก โทรไปที่ 036581454 , 081 9942611

 

 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -




Most Popular

- Advertisment -




Recent Comments