Friday, April 12, 2024

Homeเคล็ดไม่ลับน้ำมันเพาเวอร์ จะลองเปลี่ยนเองไหมละ

น้ำมันเพาเวอร์ จะลองเปลี่ยนเองไหมละ

20140803_081720

เสียงดังอี๊ดๆ จากสายพาน ดังมาหลายวันแล้ว วันนี้ฟ้าฝนไม่เป็นใจให้ออกไปไหน เลยมีเวลาจัดการกับปัญหาที่กวนหูชาวบ้านซะที แต่เมื่อเปิดฝากระโปรงรถขึ้นมา สิ่งที่ทำให้รู้สึกอยากจะทำมากกว่าตั้งสายพาน ก็คือ สีของน้ำมันเพาเวอร์ พวงมาลัย ที่มันดำเกินไปแล้วนั่นเอง (รถรุ่นใหม่ๆ จะเป็นมอเตอร์ไฟฟ้ากันหมดแล้ว ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไป) จึงคิดว่า สิ่งที่ควรจะทำก่อนตอนนี้คือ จัดการเปลี่ยนน้ำมันเพาเวอร์ซะก่อน ส่วนสายพานเอาไว้ทีหลังแล้วกัน

หน้าที่ของน้ำมันเพาเวอร์
ระบบเพาเวอร์พวงมาลัยที่รถรุ่นเก่าๆ นั้น ก็คือระบบไฮดรอลิค รูปแบบหนึ่งที่เอาแรงดันของน้ำมันมาช่วยให้เราสามารถหมุนพวงมาลัยได้เบาขึ้น มีปั๊มมาช่วยสร้างแรงดันขึ้นในระบบ มีถังพักน้ำมันเป็นกระปุกอยู่ในห้องเครื่องยนต์ สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือ แม้ระดับน้ำมันจะยังอยู่ในเส้นที่กำหนดก็จริง แต่ สีของน้ำมัน กลับขุ่นซะเหลือเกิน เมื่อนึกหาคำตอบว่าได้เปลี่ยนน้ำมันเพาเวอร์ครั้งสุดท้ายเมื่อไร จำกันไม่ได้แบบนี้ก็ต้องมี 2 ปีขึ้นไปแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนั้น กระบวนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเพาเวอร์ด้วยตัวเองจึงเริ่มต้นขึ้น

เครื่องมือไม่เยอะใช้แค่ของใกล้ตัว
ถ้าใครที่กำลังกลัวว่าจะเลอะ หรือทำไม่ได้ ขอบอกว่า ง่ายครับ แต่ต้องมีความอดทนสักหน่อยก็ทำได้แล้ว เรามาเริ่มเลยแล้วกัน เครื่องมือที่เราจะใช้ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเพาเวอร์ครั้งนี้ เราจะใช้เพียงแค่สายยางเล็กๆเท่านั้นครับ (สิ่งที่ผมทำ เป็นการทำงานเพื่อให้ทุกท่านทำตามได้ ทำเรื่องที่หลายคนคิดว่ายาก ทำให้เห็นว่ามันง่ายๆทำด้วยตัวเองได้ครับ)
ผมใช้สายยางเส้นเล็กๆ ยาวประมาณ 1เมตร โดยสายยางนี้ เอามาดูดน้ำมันขึ้นมา พอมันใกล้ปากเรา ก็เอาออกมาปล่อยไว้ในขวดที่เตรียมรอไว้ จากนั้นก็ไปดูดออกมาอีก ทำสลับอยู่แบบนี้ แค่ไม่กี่รอบ น้ำมันเพาเวอร์ก็แห้งเกือบหมดกระปุกแล้วครับ จากนั้นให้เติมน้ำมันใหม่ลงไปให้ถึงเส้นระดับที่กำหนดไว้ ติดเครื่อง ปล่อยให้น้ำมันใหม่หมุนเวียนเข้าระบบ
เราจะเห็นว่าน้ำมันใหม่ กับน้ำมันเก่าผสมกันไปแล้ว ก็ให้ทำตามขั้นตอนการดูดน้ำมันซ้ำอีกรอบ ผมทำแบบนี้ประมาณ สี่รอบ ก็ได้น้ำมันใหม่อยู่ในระบบเกือบทั้งหมดแล้วครับโดยใช้น้ำมันเพาเวอร์ที่ซื้อมาใหม่ไปเกือบๆ ลิตรครับผม

ถึงแม้ว่าวิธีที่ทำนี้ ไม่ได้เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด 100 % ก็ตาม แต่สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายที่จะต้องไปจ้างซ่าง และความเสี่ยงในการถอดท่อยางในระบบซึ่งอาจจะเกิดแตกหัก หรือรั่วได้แน่นอนครับผม

20140803_081712

20140803_081744

20140803_081815

 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -




Most Popular

- Advertisment -




Recent Comments