Sunday, February 25, 2024

Homeไปไหนมาภูเก็ตไข่มุกแห่งอันดามัน กับ การเดินทางที่เกือบถูกลืม

ภูเก็ตไข่มุกแห่งอันดามัน กับ การเดินทางที่เกือบถูกลืม

เมืองท่องเที่ยวของไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก เห็นจะไม่มีใครเกิน จ.ภูเก็ต จังหวัดเดียวของประเทศไทยที่เป็ นเกาะ มีเรื่องเล่า มีประวัติศาสตร์ มากมาย รวมทั้งมีชายหาดที่สวยงามระดับโลก ด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่สวยงามของผืนทรายและเกลียวคลื่นก าลังจะถูกกลืนหายไปกับบาร์เบียร์…สิ่งที่เราต้องการจะเขียนเรื่องการเดินทางที่ถูกลืม นั่นเป็ นเพราะความรีบเร่ง ความเจริญที่เพิ่มขึ ้น ท าให้นักเดินทาง นักท่องเที่ยวก าลังเลิกเดินทางโดยรถยนต์ แล้วหันไปใช้เครื่องบินแทน ประเมินความพร้อม การเดินทางด้วยรถยนต์นั้นแตกต่างจากเครื่องบินโดยสิ ้นเชิง เพราะถ้าเราเลือกที่จะไปทางอากาศนั้น เพียงแค่มีเงินพอ ก็สามารถไปได้ทุกเมื่อที่ต้องการ แต่ความท้าทายของการเดินทางที่แท้จริง อยู่ที่ความสามารถที่จะขับรถเป็นระยะทางไกลกว่า 8 ร้อยกิโลเมตร ซึ่งนอกจากความกล้าแล้ว

ความพร้อมของรถและผู้ขับขี่ก็มีความส าคัญเป็ นอย่างยิ่ง การวางแผนเดินทางที่เหมาะสม เท่านั้นจะช่วยให้การเดินทางจะสนุกมากกว่าที่คุณคาดคิด การเดินทางของเราเริ่มต้นขึ ้นในช่วงเช้าตรู่ เพื่อให้การเดินทางไม่ต้องรีบเร่งมากนัก เฉลี่ยการใช้ความเร็วอยู่ที่ไม่เกิน 120 กม./ชม.เท่านั้น ใช้เส้นทางพระราม 2 วิ่งไปจนถึงสามแยกวังมะนาวแล้วเลี ้ยวซ้ายตามเส้นทางเพชรเกษม ตรงไปอีกนิดจะเห็นร้านข้าวแกง”แม่ล้วน” แวะสักหน่อย ข้าวแกงร้อนๆ ช่วยได้เยอะครับ ใช้เวลาไม่นานการเดินทางก็เริ่มขึ ้นอีกครั้ง วิ่งยาวลงไปจนถึงบายพาสหัวหิน เราเลือกที่จะไม่เข้าเมืองเพื่อเลี่ยงรถติด แต่ก็ไปเจอการจราจรหนาแน่นอีกนิดหน่อย จากนั้นก็ขับสบายๆ

ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องไปเที่ยงที่จงัหวดัชมุ พร เราไปถึงจดุ พกัรถเขาโพธิ์ เอาหลงัเที่ยงเล็กน้อย ซึ่งก็ไม่น่าวิตก แวะพักเติมกาแฟให้สดชื่นแล้วเดินทางต่อ ผ่านแยกปฐมพร ซึ่งปัจจุบันเป็ นทางต่างระดับ ไม่มีการติดไฟแดงกันอีกต่อไปแล้ว ตรงไปสุราษฎร์ธานี ทางซ้ายเข้าจังหวัดชุมพร ทางขวาไประนอง (ซึ่งไปภูเก็ตได้เช่นกัน” แต่เราเลือกที่จะตรงไปเพราะถนนตรงกว่า ขับสบายกว่า จึงมุ่งหน้าต่อไป เกือบๆ 15.00 น.เราก็ถึงแยกเข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี เราเลือกที่จะไม่แวะ เพราะระหว่างทางเข้าปั๊มมาตลอดอยู่แล้ว

ขับไปถึงทางต่างระดับ “พุนพิน” ตรงไปนครศรีธรรมราช ซ้ายเข้าสุราษฎร์ ขวาไปกระบี่และภูเก็ต เราก็เลี ้ยวขวา ทันทีที่เลี ้ยวผ่านตลาดไป สภาพถนนจะเปลี่ยนไปทันที เป็นถนนลาดยาง คดเคี ้ยว ผ่านสวนยาง สวนปาล์ม เราวิ่งตามเส้นทางมุ่งหน้าไปพังงา นะครับ จากนั้นให้ดูป้ ายทับปุด จะมีปั๊มปตท.อยู่ตรงแยก ที่แยกทับปุดนี ้ สามารถไปภูเก็ตได้ทั้งซ้ายและตรง ทางตรงจะขับง่ายกว่าครับ ตรงไปดีกว่าไม่งง ที่ตลาดหลังปั๊ม หากแวะแล้วเจอพ่อค้าขายสะตอ ซื ้อเถอะครับ 3 ฝัก 20 บาทถูกสุดแล้ว อย่ารอข้างทาง 7 ฝักเน่าๆ เอา 100 บาท ใช้เวลาเดินทางจากสุราษฎร์ประมาณ 3 ชม.เราก็มาถึง”สะพานเทพกษัตรี” (เป็ นสะพานคู่ขนาดกับสะพานสารสินเดิมที่เลิกใช้ไปแล้ว) เข้าจังหวัดภูเก็ตแล้ว จังหวะเดียวกับที่อาทิตย์ก าลังทอแสงวิวทะเลสวยงามมากครับ ผ่านด่านท่าฉัตรไชยเพื่อเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต เส้นทางยังอีกยาว เพราะเราต้องไปให้ถึงหาดป่ าตอง ซึ่งเป็ นที่พักตลอดการเดินทางครับ ภูเก็ต ความเจริญที่ไม่เคยหยุด เราเคยมาภูเก็ตเมื่อประมาณเกือบๆ 20 ปี ที่แล้ว และได้มีโอกาสเข้ามาอยู่เสมอๆ ทั้งมาเที่ยวและมางาน ทุกครั้งที่เข้ามายังจังหวัดภูเก็ต ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลง ถนนขยายใหญ่ขึ ้น บ้านเมืองหนาแน่นขึ ้น รถติดมากขึ ้น อาหารพื ้นบ้านหากินยากขึ ้น มีแต่ร้านอาหารใหญ่ๆ โรงแรมหรูๆ ค่าครองชีพสูงมากขึ ้นเรื่อยๆ เอ้าขับเพลินๆ ผ่ารถติด มาจนถึงโรงแรมที่พัก ที่ป่ าตองได้ในที่สุด

เช้าของภารกิจ การเดินทางในจังหวัดภูเก็ตนั้น ถ้าหากคุณไม่คุ้นเคย ขอให้ใช้เครื่องน าทาง GPS ดีที่สุดครับ จะจากที่ไหนก็ได้ (โทรศัพท์ฉลาดๆ เดียวนี ้มีกันทั้งนั้น) เพราะถนนเล็กๆน้อยๆ เยอะมากครับ เปิ ดหาจุดหมายปลายทางแล้วไปตามที่ GPS แนะน า การถามทางเป็ นเรื่องที่ลืมไปได้เลย เพราะจากที่ลองดูปรากฏว่าเกือบทุกคนที่เราถามไม่รู้จักเพราะไม่ใช่คนภูเก็ตครับ เสร็จภารกิจที่ต้องท ากันแล้ว ก็เป็ นรายการ”ชมทะเล” บ่ายๆ เราออกเดินทางไปยังจุดชมวิวที่ดังที่สุด คือ “แหลมพรมเทพ” ระหว่างทางก็ได้แวะกราบขอพรจาก”หลวงพ่อแช่ม” เพื่อให้เราปลอดภัยจากการเดินทาง ระหว่างทางผ่านหาดราไวย์ เดิมเราเคยเห็นร้านอาหารทะเลเต็มไปหมด แต่ปัจจุบันเหลือแค่ไม่กี่ร้านเท่านั้น ดูเงียบเหงามาก ขับรถต่อขึ ้นไปอีกหน่อยเราก็มายืนชมพระอาทิตย์กันที่แหลมพรมเทพแล้ว ทว่าท้องมันไม่ยอมให้ไปไหน เรียกร้องอาหาร จึงแวะเข้าร้านอาหารเล็กๆ ดูเงียบมาก ไม่มีลูกค้าในร้านเลยสักคน ปกติก็จะไม่เอาแล้ว แต่หิวอะนะ สั่งผัดสะตอ กับไข่เจียว ข้าวเปล่า ก็ลุ้นอยู่ว่าจะเป็ นอย่างไร ไม่บรรยายละ ดูหน้าตาแล้วกัน 555 แหลมพรมเทพ เป็ นจุดที่ใช้อ้างอิงเวลาของประเทศไทย “พระอาทิตย์ตกที่แหลมพรมเทพ เวลา…” คงเคยได้ยินกันนะครับ เราไม่รอละ แวบมาถ่ายรูปเท่านั้น เพราะคนเริ่มเยอะ ไปต่อดีกว่า หาดในยาง คือจุดสิ ้นสุดการเดินทางในวันนั้น นั่งชมพระอาทิตย์อัสดง ฟังเสียงคลื่นซัดฝั่ง น ้าใส ไม่ไหวแล้ว เปลี่ยนเสื ้อผ้าลงแช่น ้าดีกว่า เฮ่ๆๆๆๆ วันรุ่งขึ ้น เช้าเราออกไปเดินชมหาดป่ าตองแท้ๆ โห…!!! รู้สึกสงสารทะเลจริงๆ เพราะมีแต่ร้านบาร์เบียร์เต็มไปหมด มองหาความสวยงามของถนนไม่เจอแม้แต่น้อย ชายหาดยังมีเสน่ห์ดึงดูดนักเดินทางนานาชาติได้แน่นอนอยู่แล้ว สายๆ ออกไปชมเมือง ซอยรมย์มณี ซอยเล็กๆ กลางเมืองที่ต้องไปเดิน ตึกเก่าเล่าประวัติเมืองภูเก็ต ขอแนะน า ก่อนมาถ้าคิดว่าจะเอาแค่ถ่ายรูปเล่นเฉยๆ ก็ไม่ผิดหวัง แต่ถ้าจะให้ลึก หาอ่านประวัติของย่านนี ้มาก่อน ก็จะช่วยให้สนุกกับการเดินทากขึ ้นครับ เที่ยงแล้ว หาอะไรใส่ท้องก่อนนะครับ แถวๆนั้นมีร้านอาหารให้เลือกอยู่ไม่น้อย ลองดูแล้วกัน รสชาติอร่อยพอๆกันครับ เย็นๆ เราขับรถไล่ไปชมหาดกะตะ

เดินเล่นรอเวลาพระอาทิตย์อ่อนแรงจากนั้นก็ขับรถต่อไปยังหาดกะรน เคยได้ยินค าเตือนมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เคยมา เห็นป้ ายเตือนนักท่องเที่ยวถึงสภาพน ้าทะเลที่นี ้ เราเดินดูเห็นมีนักท่องเที่ยวลงเล่นน ้าสนุกสนานดี เลยเอาบ้าง ลงไปไม่นานเจอขยะลอยมาเยอะแยะไปไหม เหมือนหล่นมาจากเรือนักท่องเที่ยว ก็หลบบ้าง เก็บขึ ้นไปไว้บนหาดบ้าง เล่นน ้าไปแค่ 30 นาทีก็เจอคลื่นยักษ์(ส าหรับเรา) พัดเอากลิ ้งไม่เป็ นท่า ดูแล้วอันตรายจึงตัดสินใจเลิกดีกว่า ถือโอกาสนี ้เตือนนักเดินทางที่คิดลงลงเล่นน ้าที่ หาดกะตะ กับหาดกะรน ว่า ถ้าคิดว่าไม่ไหวอย่าฝื นครับ เสียชีวิตมาเยอะแล้ว คลื่นมันดึงเราลงน ้าลึกทันทีไม่มีทางสู้ได้เลย  ถึงเวลาสั่งลาอันดามัน เช้าวันรุ่งขึ ้น เราเช็คออกจากโรงแรมแต่เช้า ใช้เส้นทางรอบเกาะเพื่อชมวิวไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเข้าเมืองให้รถติด ตลอดเส้นทางเลาะชายฝั่ง หาดกมลา หาดสุรินทร์ และหาดอื่นๆ อีกหลายแห่ง สวยงามน่าชื่นชม แล้วเราก็คิดว่า แม้ความเจริญจะเข้ามาท าลายความงามของภูเก็ตไป แต่ก็ยังมีส่วนที่สวยงามหลงเหลือให้เราได้ชื่นชมอยู่ไม่น้อย พร้อมกับตั้งความหวังว่า บาร์เบียร์คงจะไม่รุกที่ธรรมชาติมากไปกว่านี ้ การเดินทางกลับเราใช้เส้นทางเดิมครับ กลับเข้าสุราษฎร์ธานี แล้ววิ่งกลับกทม. สาเหตุที่เลือกการเดินทางด้วยรถยนต์นั้น เป็นเพราะอยากจะช่วยให้เส้นทางสายใต้ กลับมามีชีวิต มีความสนุกสนานเหมือนเมื่อก่อน แม้จะเป็นเพียงรถเล็กๆ แค่คันเดียว แต่ระหว่างบทางเราก็ได้ช่วยสนับสนุนพ่อค้า แม่ขาย ได้หลายเจ้าอยู่นะครับ

สุดท้ายนี ้ต้องขอขอบคุณเพื่อนที่แสนดีของเรา บ.ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำากัด ให้การสนับสนุนรถยนต์ Honda Brio Amaze โฉมใหม่ให้เราใช้ในการเดินทาง และ บ.ฮุนไดมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุน การเดินทางในครั้งนี ้ครับ

หมายเหตุน่ารู้ของภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ต เป็ นจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทย เป็ นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีลักษณะต่างจากจังหวัดอื่นอย่างสิ ้นเชิง เพราะเป็ นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่พื ้นที่ของจังหวัดทั้งหมดเป็ นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย จังหวัดที่ใกล้เคียงทางทิศเหนือ คือ จังหวัดพังงา ทางทิศตะวันออก คือ จังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ ทั้งเกาะล้อมรอบด้วยมหาสมุทรอินเดีย และยังมีเกาะที่อยู่ในอาณาเขตของจังหวัดภูเก็ตทางทิศใต้และตะวันออก การเดินทางเข้าสู่ภูเก็ตนอกจากทางเรือแล้ว สามารถเดินทางโดยรถยนต์ซึ่งมีเพียงเส้นทางเดียวผ่านทางจังหวัดพังงา โดยข้ามสะพานสารสินและสะพานคู่ขนาน คือ สะพานท้าวเทพกระษัตรีและสะพานท้าวศรีสุนทร เพื่อเข้าสู่ตัวจังหวัด และทางอากาศโดยมีท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตรองรับ ท่าอากาศยานนี ้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ ค าว่า ภูเก็ต คาดว่าน่าจะเพี ้ยนมาจากค าว่า บูกิต (ในภาษามลายู แปลว่าภูเขา) หรือที่เคยรู้จักแต่โบราณในนาม เมืองถลาง นอกจากนี ้แล้ว ภูเก็ตยังถือเป็ นจังหวัดที่มีจ านวนเกาะในเขตพื ้นที่จังหวัดมากถึง 154 เกาะ นับเป็ นอันดับ 2 ของประเทศไทยรองจากจังหวัดพังงาที่มีมากถึง 155 เกาะ

เดิมคำว่า ภูเก็ต นั้นใช้ค าว่า ภูเก็จ อันแปลว่า เมืองแก้ว จึงใช้ตราเป็ นรูปภูเขา(ภู)มีประกายแก้ว(เก็จ)เปล่งออกเป็ นรัศมี (ดูตราที่ผ้าผูกคอลูกเสือ) ตรงกับความหมายเดิมซึ่งชาวทมิฬเรียก มณิครัม ตามหลักฐาน พ.ศ. 1568 ภูเก็ตเป็ นที่รู้จักของนักเดินเรือที่ใช้เส้นทางระหว่างจีนกับอินเดีย โดยผ่านแหลมมลายู หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดก็คือ หนังสือภูมิศาสตร์และแผนที่เดินเรือของคลอดิอุส ปโตเลมี เมื่อประมาณ พ.ศ. 700 กล่าวถึงการเดินทางจากแหลมสุวรรณภูมิลงมาจนถึงแหลมมลายู ซึ่งต้องผ่านแหลม จังซีลอน หรือเกาะภูเก็ต(เกาะถลาง)นั่นเอง[ต้องการอ้างอิง]  จากประวัติศาสตร์ไทย ภูเก็ตเป็ นส่วนหนึ่งของอาณาจักรตามพรลิงก์ อาณาจักรศรีวิชัย สืบต่อมาจนถึงสมัยอาณาจักรศิริธรรมนคร เรียกเกาะภูเก็ตว่า เมืองตะกั่วถลาง เป็ นเมืองที่ 11 ใน 12 เมืองนักษัตร โดยใช้ตราเป็ นรูปสุนัข จนถึงสมัยสุโขทัย เมืองถลางไปขึ ้นกับเมืองตะกั่วป่ า ในสมัยอยุธยา ชาวฮอลันดา ชาวโปรตุเกส และชาวฝรั่งเศส ได้สร้างสถานที่เก็บสินค้าเพื่อรับซื ้อแร่ดีบุกจากเมือง(ถลาง)ภูเก็ต  ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลก ได้เกิดสงครามเก้าทัพขึ ้น พระเจ้าปดุง กษัตริย์ของประเทศพม่าในสมัยนั้น ได้ให้แม่ทัพยกทัพมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ เช่น ไชยา นครศรีธรรมราช และให้ยี่หวุ่นน าก าลังทัพเรือพล 3,000 คนเข้าตีเมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง และเมืองถลาง ซึ่งขณะนั้นเจ้าเมืองถลาง (พญาพิมลอัยาขัน) เพิ่งถึงแก่อนิจกรรม ท่านผู้หญิงจัน ภรรยา และคุณมุก น้องสาว จึงรวบรวมกำาลังต่อสู้กับพม่าจนชนะเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2328

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงจันเป็น ท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุกเป็ นท้าวศรีสุนทร  ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รวบรวมหัวเมืองชายทะเลตะวันตกตั้งเป็ น มณฑลภูเก็ต และเมื่อปี พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิกระบบมณฑลเทศาภิบาล เปลี่ยนมาเป็น จังหวัดภูเก็ต

RELATED ARTICLES
- Advertisment -




Most Popular

- Advertisment -




Recent Comments