Friday, April 12, 2024

HomeDare To Be“มิตรภาพสองฝั่งโขง”ไปหลวงพระบาง เพราะไม่ต้องการปล่อยให้เป็นแค่ฝัน ตอนที่ 3 เช้านี้ที่หลวงพระบาง

“มิตรภาพสองฝั่งโขง”ไปหลวงพระบาง เพราะไม่ต้องการปล่อยให้เป็นแค่ฝัน ตอนที่ 3 เช้านี้ที่หลวงพระบาง

DSC_0226

คณะเราตื่นแต่เช้า ไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรนอกเสียจากไปเดินเล่น จิบกาแฟร้อน มองน้ำของไหลรินที่ร้านกาแฟ ”ประชานิยม” ซึ่งจัดว่าเป็นร้านกาแฟเก่าแก่คู่เมืองหลวงพระบางกันเลย แต่วันนี้ร้านกาแฟประชานิยมแปลกตาไป ก็นั่งมองอยู่นาน ถึงนึกได้ เป็นเพราะต้นไม้ใหญ่ล้มไปแล้วนั่นเอง ได้กาแฟร้อนมาอุ่นท้องตามด้วยโจ๊กร้อนๆ คณะเราก็ออกเดินตลาดเยี่ยมชมวิถีชีวิต (ตามภาพเมื่อตอนที่แล้ว ) เราปล่อยเวลาให้เดินไปเรื่อยๆ กับการชมเมือง ร้านค้าต่างๆ แวะชมนกชมไม้กันไปเรื่อยแบบไม่มีจุดหมาย เรียกว่าปล่อยชีวิตที่หลวงพระบางให้เป็นไปตามชาวบ้านกันเลย พอตกเย็นก็ออกมาเดินเล่นที่ถนนคนเดินหน้าวัดพูสี ทว่าด้วยความที่ทุกร้านมีสินค้าแบบเดียวกัน เสน่ห์หรือบรรยากาศจึงไม่น่าเดินเหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อน ดีว่าอากาศเย็นๆ จึงพากันเดินเล่นไปได้ แต่สุดท้ายเราก็มาจบที่ “เสฉวน” หน้าโรงแรม อิ่มท้องแล้วก็แยกย้ายกันเข้านอนเพื่อเตรียมเดินทางกลับ

20161119_181209 20161119_182326 20161119_195626

วันที่ 3 เช้านี้อากาศเย็นๆ มีละอองฝนโปรยปราย เราขี่รถไปจิบกาแฟกันอีกรอบ แต่คราวนี้เจอฝรั่งมายืนกราบรถ Hayabusa แล้วก็พูดกับพวกเราว่ามาอยู่ที่หลวงพระบาง 14 ปีแล้ว เพิ่งจะเคยเห็นคันนี้เป็นคันแรก ขอจูบหน่อยนะ555 จัดไป

การเดินทางย้อนกลับในวันนั้น เราใช้ความเร็วได้มากขึ้น แถมยังได้ชื่นชมกับภูมิประเทศระหว่างทางได้มากขึ้น จนมาถึงเมืองนาน ก่อนเข้ากาสี เป็นจุดสูงสุดของเส้นทาง ที่เรียกว่า”ผาเจีย” มีความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,800 เมตร อากาศเย็นถึงหนาว และยังเป็นจุดพักรถที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้อีกด้วย

ออกจากผาเจีย เราวิ่งลงเขามาจนถึงเกือบกาสี จะเป็นช่วงที่วิว 2 ข้างทางสวยมาก หลัก กม.ที่นักเดินทางใช้เป็นจุดสังเกตคือ 102 กม.ถึงวังเวียง

20161120_093028 20161120_094858 20161120_102149 20161120_111839 20161120_125309

ระหว่างทางขอบอกว่าถ้าเห็นร้านอาหารหรืออะไรที่รองท้องได้ให้จัดเลยนะครับ เพราะร้านอาหารหายากมาก ต้องเข้าเมืองจริงๆ ถึงจะพอมี คณะเรามาถึงวังเวียงเอาบ่ายแก่ๆ เช็คอินเรียบร้อยก็ออกมาทดลองร้านอาหารกันเลย ไก่ย่างส้มตำ (ลงมือกันเองเลย) พอได้ ค่ำๆ ก็พากันไปนั่งริมน้ำ ชมดาวชมเดือนกันให้หายเหนื่อย

วันสุดท้ายในลาว เราตีรถกลับเข้าเมือง เพื่อทำเอกสารข้ามแดน กลับเข้าฝั่งประเทศไทย แต่ก็ไม่ลืมไปอุดหนุนดาวกันคนละเล็กละน้อย เมื่อข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว กลับเข้าฝั่งไทยแล้ว ก็ถึงเวลาล่ำลากัน แต่ก่อนจากตามธรรมเนียม ขอทานข้าวร่วมกันอีกสักมื้อ ก่อนแยกย้ายกันตามจุดหมายของแต่ละคน

สุดท้ายต้องขอขอบคุณมิตรภาพดีๆ ของ พี่น้องผองเพื่อนที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันในครั้งนี้ ผิดพลาดประการใด ผมในฐานะผู้จัดขออภัยและขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวครับ

ขอขอบคุณชุดเดินทางมาตรฐานโลกจาก Alpinestars

DSC_0266 DSC_0244 DSC_0183 DSC_0184

20161119_094859 20161119_125307 20161119_141207 20161120_100113 20161120_131332 20161120_131830 20161120_131844 20161120_1334072016_1120_132517_00120161120_131752 20161120_133437 20161120_165841 20161120_173805 20161120_174104 20161121_095026 20161121_101054 DSC_0183 DSC_0301 DSC_0383 DSC_0597เก่ง ฮายาได้กล่าวถึงการเดินทางครั้งนี้ – คำว่าการเดินทาง มันสามารถทำได้หลายรูปแบบ เดินไป ปั่นจักรยาน ขับรถ นั่งเครื่องบินไป และ ขี่มอเตอร์ไซค์ไป ถามว่าจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปไหน ส่วนตัวแล้วให้ขี่ไปไหนก็ได้ เพราะเวลาได้ขี่สองล้อมันมีอิสระ มันไปได้ทุกที่ มันสัมผัสได้กับสิ่งรอบตัว โดยเฉพาะ ถ้าได้ขี่รถคู่ใจไปไหนไปกัน ผมกับ Suzuki Hayabusa GSX-1300R รถมอเตอร์ไซค์ในตำนาน เจ้าความรถโปรดักชั่น หรือรถที่มีขายในท้องตลาด ที่ในอดีตสามารถทำความเร็วสูงที่สุดในโลก เอาไปขี่ใน สปป.ลาว ไปเมืองมรดกโลก เมืองแห่งขุนเขา มีคนถามผมว่า มึงจะบ้าเหรอ เอารถสปอร์ต ไปขี่ในลาว แค่คิดก็บ้าแล้ว ผมก็หัวเราะ เหอๆ ใช่สิ ถ้าไม่บ้าไม่ขี่ซูหรอก ไม่เคยได้ยินเหรอที่เขาว่า “คนดีขี่ฮอนด้า คนบ้าขี่ซู” แฮ่ๆ อีกอย่างหนึ่ง ผมไม่มีรถทัวริ่งเหมือนคนอื่นๆ ก็ควบเจ้า อ้วนแดงคันนี้แหละไป ใครจะสน เป็นการทดสอบ สภาพร่างกาย และ จิตใจตัวเองไปด้วย ผมเองอายุ 47 ปี ให้ขี่รถสายหมอบ ทั้งวัน รวมเวลาในการขี่ไปและกลับร่วมๆ 5 วัน คุณๆ ก็ลองนึกสภาพดู การหมอบขี่รถสปอร์ต มันดูเท่ดีนะ แต่คุณเอ๊ยยย มันเมื่อยแขน เมื่อยหลังน่าดูชมเลยเชียว นี่ขนาดผมออกกำลังกายทุกวันนะครับ ล่วงหน้าหลายเดือนเลย ยังเอาไม่ค่อยจะอยู่ แต่ก็ไม่ผิดหวัง ไม่ได้บาดเจ็บหลังหัก หรือ ตูดบานแต่อย่างใด อีกอย่างหนึ่ง ผมปั่นจักรยานเป็นประจำอยู่แล้ว เรื่องตูดด้านนี่ ธรรมดา ปั่นมานาน เจ็บมาเยอะ ที่จะหนักๆที่สุดคือปวดแขนครับ เพราะต้องเกร็งแขน หน้าก้มกดลงมาที่แขนตลอดเวลา มันปวดมาก แต่ก็ทนได้ เพื่อสิ่งที่เราจะทำอะไรสักอย่างในชีวิต ที่จะเก็บไว้เล่าให้ลูกหลานฟังได้ การที่ผมขี่ฮายา ไปหลวงพระบางครั้งนี้ ประทับใจกับมิตรภาพ สองข้างทาง เพื่อนร่วมทาง และ สิ่งต่างๆ ที่ ประเทศลาวเป็น แต่ในอนาคต ผมเองก็ชักจะไม่แน่ใจแล้วว่า ความเจริญ มันจะทำให้ชีวิตผู้คนเปลี่ยนไปแค่ไหน เมื่อโอกาสมาถึง ผมจึงไม่อาจปฎิเสธ การมาที่ สปป.ลาว ในครั้งนี้ อย่างน้อย ก็ยังคงประทับใจในไมตรีจิตของคนลาว บ้านพี่เมืองน้องของไทยมาช้านาน เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวผมคงไม่ต้องพูดถึง เพราะผมไม่ได้ไปเที่ยว ผมไปขี่รถ รถในตำนาน ฮายาบูสะ พญาเหยี่ยวสีแดง แม้แต่ฝรั่งที่อยู่ในหลวงพระบางมานานกว่า 14 ปียังต้องมากราบรถผม บอกว่า อยู่ที่นี่มานาน เพิ่งจะเคยเห็น ฮายาบูสะ ที่หลวงพระบางก็คราวนี้ ส่วนผม ผู้สยบพญาเหยี่ยว ก็ยิ้มอยู่ในใจ และ คำรามอยู่ในใจคนเดียวว่า “สะใจโว้ยยยย”

DSC_0603

ถามต้าว่า : อยากให้พูดถึงความรู้สึกของการขี่ข้ามประเทศ ไปยังเมืองมรดกโลก…?

ต้าได้ตอบว่า : มันเป็นการขี่ข้ามประเทศครั้งแรกในชีวิตเลยครับ รู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่เช้าก่อนขี่ข้ามสะพานที่หนองคายแล้ว ผมยังพูดกับตัวเองเลยว่า “เฮ้ย… นี่เรากำลังจะขี่ไปเที่ยวหลวงพระบางกับอ้วนดำ (มอเตอร์ไซค์คู่ใจ)จริงๆหรือนี่” พอข้ามมาฝั่งลาว สิ่งแรกที่เจอคือต้องวิ่งเลนขวา เอาแล้วชีวิตกลับด้าน เหมือนวิ่งแซงขวาตลอด 555 ก็ขี่ผ่านเวียงจันทน์ วังเวียง กาสี จนไปถึงหลวงพระบาง พูดถึงหลวงพระบางผมไม่แปลกใจเลยครับที่ได้เป็นเมืองมรดกโลก มีทั้งวัฒนธรรม ภาษา การแต่งกาย ขนบธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์ การที่ได้มาเที่ยวหลวงพระบางครั้งนี้ มันช่างเหมาะกับการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ของผมเอามากๆ ไม่เร่งรีบ ไม่วุ่นวาย เรียบง่ายครับ^^

ถาม: พูดถึงการขี่รถบนเส้นทางในลาว ตอบ: สำหรับผม มันเปรียบเสมือนการที่เราดูหนังแนวผจญภัยซักเรื่องซึ่งมีหลากหลายอารมณ์และไม่สามารถรู้เลยว่าข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไร ต้องคอยลุ้นตลอด มันมีทั้งตื่นเต้น สนุก ท้าท้าย มีความสุข สลับกับความเหนื่อยบ้าง ซึ่งพวกเราก็มีอารมณ์ร่วมกันกับทุกเหตุการณ์ ยกตัวอย่างเช่น ขี่ขึ้นเขาที่มีดินสไลด์ทับเส้นทาง ขี่ขึ้น ลงบนเขาสามชั่วโมงกว่าที่มืดมาก ซึ่งขากลับพวกเราก็ขี่กลับทางเดิมมาเห็นตอนกลางวัน ผมนึกในใจว่า “โฮ…กูผ่านมันมาได้ไงว่ะเนี่ย” แต่มานึกอีกทีมันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดมาก ส่วนวิวสองข้างทางตลอดการเดินทางก็จะเจอภูเขา ทุ่งนา ลำธารและก็ชาวบ้าน สัตว์เลี้ยง สลับกันไป มันทำให้ผมมีความสุขมากสำหรับคนที่ชอบขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวอย่างผม เป็นประสบการณ์ต่างแดนที่ล้ำค่าและมันจะเป็นบันทึกการเดินทางอีกหน้านึงของผมที่จะจดจำว่าครั้งหนึ่งเคยไปมาแล้วครับ^^ “มันไม่ง่ายเลย แต่พวกเราก็ผ่านมันมาได้” ต้าร์ สโลว์ไลฟ์ ^^ DSC_0652 DSC_0690 DSC_0697

 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -




Most Popular

- Advertisment -




Recent Comments