Thursday, June 20, 2024
Homeไปไหนมาม่วนชื่น 750 ปี เจียงฮาย

ม่วนชื่น 750 ปี เจียงฮาย

ภาพหมู่ก่อนการเดินทาง

คาราวาน กรุงเทพ-เชียงราย ที่ดำเนินการโดยนิตยสาร ออโต้ บิลด์ ได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

พระพรหมองค์ใหญ่

วันแรกของการเดินทาง เรานัดพบกันที่ ปตท. บางปะอิน เพื่อซักซ้อมความเข้าใจ ก่อนจะเริ่มออกเดินทางโดยเส้นทางสายเอเซีย และแวะพักนมัสการ พระพรหมองค์ใหญ่ที่สุด
ในประเทศ ที่ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มการเดินทางไกลกัน

อาหารกลางวันมือแรก

จากนั้นก็แวะอีกครั้ง ร่วมรับประทานอาหารที่ ร้านอาหารครัวเห็ดโคน จ.กำแพงเพชร ในมื้ออาหารที่อุดมไปด้วยเห็ด หลังอิ่มหนำสำราญ ขบวนคาราวานก็มุ่งหน้าสู่ จังหวัดเชียงราย เข้าพักที่ โรงแรมโพธิ์วดล รีสอร์ท แอนด์ สปา แยกย้ายกันเข้าห้องพัก และพบกันอีกครั้งช่วงเย็น

งามแต๊เจ้า
เผ่าอารายหว่า

ก่อนเข้ารับทานอาหารเย็น การท่องเที่ยว ภูมิภาคภาคเหนือ ก็จัดการแสดงพื้นเมือง มาต้อนรับก่อนเข้าสู่ห้องรับประทานอาหาร

นายสุภกิตกิ์ พลจันทร ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

นายสุภกิตกิ์ พลจันทร ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของขบวนคาราวานในครั้งนี้ว่า  จังหวัดเชียงรายตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ 785 กิโลเมตร มีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มและเทือกเขา ทำให้เกิดแหล่งน้ำที่สำคัญ และแหล่งท่องเที่ยว ตามธรรมชาติที่น่ามาเยือนมากมาย อาทิ น้ำตก ภูเขา ทะเลหมอก ทุ่งดอกบัวตอง ดอกซากุระ บ่อน้ำร้อน ฯลฯ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ ชาวเชียงรายได้ดำรงรักษาไว้เพื่อลูกหลาน และเป็นเกียรติประวัติ ได้แก่ โบราณสถาน โบราณวัตถุ พิพิธภัณฑ์ รวมถึงวิถีชีวิตประเพณีดั้งเดิมของทุกชาติพันธุ์ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงราย แต่ความหลากหลายทางด้าน
วัฒนธรรม เชื้อชาติ ภาษา และศาสนา ก็มิได้เป็นอุปสรรคต่อการอยู่ร่วมกันอย่าง สันติของชาวเชียงรายแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ททท. สำนักงานเชียงราย ก็กำหนดกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสแห่งการก่อตั้งจังหวัดเชียงราย ครบ 750 ปี ระหว่างวันที่ 20-22 เมษายน บริเวณสวนตุงและ
โคมฯ และศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า เชียงราย

รองผู้ว่า นายสุรชัย ลิ้นทอง

จากนั้น ท่านรองผู้ว่า นายสุรชัย ลิ้นทอง ก็ได้กล่าวต้อนรับผู้มาเยือนจากแดนไกล พร้อมทั้งบรรยายแหล่งท่องเที่ยวให้กับชาวคณะได้รับฟังเป็นความรู้ ก่อนจะร่วมรับประทาน
อาหาร และแยกย้ายกันเข้าที่พักยามค่ำคืน ที่พอทราบค่าความเย็นกันตอนเช้าแล้ว ก็ให้ดีใจกันทุกคน เพราะอุณหภูมิลงไปถึง 13.7 องศา

ผู้พันเบิร์ดยามเช้า

เช้าวันรุ่งขึ้น ขบวนคาราวาน ก็เคลื่อนย้ายไปยังสวนตุงและโคมฯ เพื่อนั่งรถรางที่ทางจังหวัดจัดไว้ แวะเยี่ยมชมจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ 9 จุด

อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหารา

จุดแรกที่ขบวนคาราวานแวะก็คือ อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช บริเวณห้าแยกพ่อขุนฯ อำเภอเมือง ท่านเป็นราชโอรสของพระเจ้าลาวเม็ง แห่งราชวงศ์ลัวะจักราช ผู้ครองเมืองหิรัญนครเงินยาง กับพระนางอั้วมิ่งจอมเมือง ราชธิดาของท้าวรุ่งแก่นชาย เจ้าเมืองเชียงรุ้ง พ่อขุนเม็งรายฯ สวรรคต ขณะเสด็จประพาสกลางเมืองเชียงใหม่ โดยถูกอสุนีบาตตกต้องพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 1860

ศาลากลางหลังเก่า

จากนั้นเราก็นั่งรถรางต่อไปยัง ศาลากลางหลังเก่า ที่ยังคงเก็บรักษาไว้ ซึ่งมี อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อยู่บริเวณหน้าศาลากลาง

วัดพระแก้ว

ถัดมาก็เป็น วัดพระแก้ว ถนนไตรรัตน์ เป็นวัดเก่าแก่ ชื่อเดิมว่า “ญรุกขวนาราม” ซึ่งแปลว่า วัดป่าญะ หรือป่าเยียะ เป็นป่าไผ่ชนิดหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 1977 ฟ้าได้ผ่าเจดีย์พังทลายลง จึงค้นพบพระแก้วมรกต 6 ปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง วัดนี้จึงได้ชื่อใหม่ว่า “วัดพระแก้ว”

พระอุโบสถ
โฮงหลวงแสงแก้ว

นอกจากนี้ ยังมีหอพระหยก เป็นอาคารทรงล้านนา ภายในประดิษฐาน “พระหยกเชียงราย” และ โฮงหลวงแสงแก้ว พิพิธภัณฑ์ที่จะแสดงพระพุทธรูปสำคัญของวัด ศิลปวัฒนธรรมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ในรูปแบบที่ทันสมัย ที่มีพระพุทธรูปสวยงามมากมาย

เจดีย์พระธาตุดอยจอมทอง
พระอุโบสถ

ถัดมา ขบวนคาราวาน เยี่ยม วัดพระธาตุดอยจอมทอง ซึ่งตั้งอยู่บนดอยจอมทอง ถ.อาจอำนวย ตามตำนานกล่าวว่า เป็นบริเวณที่พระยาเรือนแก้ว ผู้สร้างนครไชยนารายณ์ (บริเวณ
อำเภอเวียงชัยในปัจจุบัน) ทรงสร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้น เมื่อปี พ.ศ.1483 เพื่อเป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า

เสาสะดือเมือง 108 หลัก

บริเวณวัดมี “เสาสะดือเมือง 108 หลัก” ที่ชาวเชียงรายร่วมใจกันสร้างขึ้น เพื่อเป็นเครื่องรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของ พ่อขุนเม็งรายฯ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคล เฉลิพระชนมพรรษาครบห้ารอบ โดย เสาสะดือเมือง 108 หลัก ตั้งอยู่บนรูปแบบสมมติฐานของจักรวาล อันเป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ

หอนาฬิกาเชียงราย

จากนั้นขบวนก็วิ่งผ่าน หอนาฬิกาเชียงราย บนถนนบรรพปราการ ที่ออกแบบโดย อาคาย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และก่อสร้างโดย เทศบาลนครเชียงราย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองเชียงราย  และเพื่ออนุรักษ์ท้องถิ่นล้านนา หอนาฬิกา มีการแสดงระบบแสง สี เสียง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม ในรอบการแสดง 19.00 น., 20.00 น. และ 21.00 น.

สวนตุงและโคมฯ
พิพิธภัณฑ์ชนเผ่า

รถราง นำคณะของเรากลับมายัง สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ บนถนนธนาลัย สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 75 พรรษา โดยเทศบาลได้พัฒนาพื้นที่ดังกล่าว โดยจัดเป็นสถานที่แสดงนิทรรศการชนเผ่า สวนสุขภาพ สถานที่ออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน

พระตำหนักดอยตุง

ขบวน ออกเดินทางต่อไปยัง พระตำหนักดอยตุง เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันเยี่ยมชม พระตำหนักดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวง และ หอแห่งแรงบันดาลใจ
(หอพระราชประวัติ)

หอแห่งแรงบันดาลใจ (ห้ามถ่ายภาพ)
ความงดงามของไม้ดอก

พระตำหนักดอยตุง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเรียกพระตำหนักนี้ว่า “บ้านที่ดอยตุง” วัตถุประสงค์แรกทั้งรัฐบาล ข้าราชบริพาร ตั้งใจให้เป็นที่ประทับแปรพระ
ราชฐาน แทนที่จะเสด็จไปประทับ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ แต่สำหรับพระองค์ท่านแล้ว หากว่าไม่มีโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ไม่มีงานถวายให้ทรง ไม่เสด็จมาประทับอยู่ที่นี่

ในตอนแรก กรมป่าไม้ ต้องการน้อมเกล้าฯถวาย พื้นที่ที่จะสร้างพระตำหนักแต่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีไม่ทรงรับ เนื่องจากเป็นเขตป่าสงวน ไม่ต้องพระราชประสงค์ที่จะมีอภิสิทธิ์เหนือประชาชนคนไทยทั่วไป

พระตำหนักดอยตุง สร้างจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ด้านนอกก่อสร้างด้วยคอนกรีต ตกแต่งด้วยปีกไม้ ซึ่งเป็นไม้สักขนาดเล็ก ได้จากการทอนไม้ที่ไม่ได้ขนาดในสวนป่าของ
องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เพื่อให้ไม้สักที่เหลือเจริญเติบโตแข็งแรง ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

ภายในพระตำหนักบุผนังด้วยไม้สน จากลังไม้ที่ใส่เครื่องมือและอุปกรณ์ขนาดใหญ่ ส่วนพื้นเป็น
ไม้สักทอง ที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้น้อมเกล้าฯถวาย

ดอกไม้หลากชนิด

การสร้างพระตำหนักจึงเป็นตัวอย่างของ การรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า เพื่อใช้ของที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตัว

อาคารชั้นบนแยกเป็น 4 ส่วน ส่วนที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ส่วนท้องพระโรงและห้องประกอบพระกระยาหาร ส่วนที่พักของท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม
พระธิดาในสมเด็จพระพี่นางเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และ ส่วนที่ประทับของสมเด็จพระพี่นางเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

การตกแต่งภายในเป็นไปอย่างเรียบง่าย สง่างาม เน้นประโยชน์ใช้สอยอย่างพอดี สะท้อนลักษณะอุปนิสัยของ เจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

ลักษณะเด่นของพระตำหนัก คือ เพดานท้องพระโรง ที่แกะสลักเป็นกลุ่มดาวต่างๆที่สมเด็จพระศรีนคริทราบรมราชชนนีทรงเลือก และ ตรงกลางสลักเป็นกลุ่มดาวในสุริยะจักรวาลเรียงตาม
องศาในวันที่ 21 ตุลาคม 2443 ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ และฝังดวงไฟให้กำลังแสงตามขนาดที่ได้สัดส่วนตามจริง โดยการคำนวณ และออกแบบโดยสมาคมดาราศาสตร์แห่งประเทศไทย

ท่าขี้เหล็ก

หลังจากชื่นชมกับความงดงามของ สวนแม่ฟ้าหลวง ที่คงความงดงามของดอกไม้หลากหลายพันธุ์ หลากหลายสี ไว้ได้อย่างน่าชมเชย คณะของเราก็เดินทางต่อไปยัง ชายแดน อ
.แม่สาย ชายแดนไทย-พม่า ที่ผู้ร่วมคณะต่างพากันแยกย้ายข้ามไปยัง ท่าขี้เหล็ก เพื่อตรวจสอบราคาสินค้ากันอย่างสนุกสนาน

มากินข้าวกันได้แล้วจ้า

คาราวาน เดินทางต่อไปยัง อ.เชียงแสน ซึ่งถึงในเวลาเย็นมากแล้ว คณะจึงร่วมรับประทานอาหารเย็น กันที่ ร้านอาหารตะวันริมโขง ริมแม่น้ำโขง ที่ฝั่งตรงข้าม เป็นประเทศ
สาธารณรัฐประชาชนลาว ซึ่งประเทศจีน มาเช่าพื้นที่ระยะยาว กำลังพัฒนาเป็นโรงแรม และบ่อนคาสิโน เพื่อเตรียมรอรับนักท่องเที่ยวจากเมืองไทย ในไม่ช้า

มื้อเย็น

คืนนี้ เราเข้าพักกันที่ อิมพีเรียล โกลเด้นไทรแองเกิ้ล รีสอร์ท เชียงแสน  สบรวก อยู่ห่างจากอำเภอแม่สาย 28 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1290 เป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำรวกมาบรรจบกัน หรือที่เรียกว่า สบรวก เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาว พม่า

บริเวณนี้เคยมีการค้าฝิ่นโดยแลกเปลี่ยนกับทองคำทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีความงดงาม โดยเฉพาะยามเช้าที่ดวงอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางสายหมอกด้านฝั่งพม่า และลาว นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์ จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรือประมาณ 400-600 บาท นั่งได้ 6 คน ถ้าต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงไปไกลถึงเชียงแสนและเชียงของ ก็สามารถหาเช่าเรือได้ แต่ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขง ไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดเชียงรายได้

วัดร่องขุ่น อันงดงาม

วันที่สามของการเดินทาง เรามาแวะกันที่ วัดร่องขุ่น ที่ออกแบบและสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทย สร้างขึ้นด้วยแรงปณิธานที่มุ่งมั่น รังสรรค์งานศิลปะที่
งดงามแปลกตา ผสานวัฒนะธรรมล้านนาอย่างกลมกลืน ทั้งลวดลายปูนปั้นประดับกระจก และจิตรกรรรมฝาผนังขนาดใหญ่

ลวดลายแปลกตา

ลักษณะเด่นของวัดคือ พระอุโบสถถูกแต่งด้วยลวดลายกระจกสี
เงินแวววาว เป็นเชิงชั้นลดหลั่นกันไป หน้าบันประดับด้วยพญานาค มีงวงงาดูแปลกตาน่าสนใจมาก ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเป็นฝีมือภาพเขียนของอาจารย์เอง

วัดนี้ ประกาศตัวเอาไว้ว่า สร้างไม่มีวันเสร็จ เพราะมีการตกแต่งต่อเติมไปเรื่อยๆ ตามใจอาจารย์เฉลิมชัย ที่น่าสนใจคือ ภาพเขียนด้านในพระอุโบสถ มีภาพดาราภาพยนตร์ฮอลลีวู๊ด มากมาย แอบ
แซมอยู่ตามแนวผนัง รวมทั้งดาราการ์ตูนที่รู้จักกันดี โดราเอม่อน แอบอยู่ข้างฝาด้วย แวะไปดูกันเองแล้วกัน เพราะภายในพระอุโบสถ ห้ามถ่ายรูป

ร้านภูภิรมย์ ไร่บุญรอด
นั่งรถรางชมไร่กัน

จากนั้น คาราวาน เดินทางต่อไปรับประทานอาหารกลางวันกันที่ ร้านอาหารภูภิรมย์ ไร่บุญรอด พร้อมนั่งรถรางชมไร่ และเลือกซื้อของฝากกันอย่างสนุกสนาน

วัดแสงแก้วโพธิญาณ

จุดหมายต่อไปเป็น วัดแสงแก้วโพธิญาณ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ที่มี ครูบาอริยะชาติ เป็นเจ้าอาวาส แต่ท่านติดกิจนิมนต์ต่างประเทศ เลยไม่ได้พบกัน แต่ก็มีครูบา มานำชมระฆังทรงล้านนา
เฉลิมฉลอง 750 ปี ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งกำลังสร้างอยู่

ว้า ยืนบังระฆังหมดเลย

คณะของเราก็เลยร่วมทำบุญกันตามศรัทธาคืนนี้ เรารับประทานอาหารกัน ที่ ลำปางรีสอร์ท ก่อนเข้าที่พักกันที่ โรงแรมลำปางเวียงทอง โดยชาวคณะไปเดินเล่นกันที่ถนนคนเดิน เพื่อเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง

โรงงานเซรามิค
ลำปางร้อนมาก

โดยวันที่สี่ วันสุดท้ายของการเดินทาง ก็ได้เข้าเยี่ยมโรงงานเซรามิค เพื่อเลือกซื้อสินค้าของฝากกัน รวมทั้งแวะเยี่ยมชมร้านกาแฟริมทาง “ลำปางหนาวมาก” ก่อนเดินทางกลับกันโดยสวัสดิภาพขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัทมาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กับรถ มาสด้า บีที-50 โดร ที่ให้ความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง นิตยสาร ออโต้บิลด์ ที่จัดการท่องเที่ยวได้อย่าง
ดียิ่ง ลุงอ็อด

RELATED ARTICLES

1 COMMENT

  1. ทริปนี้สนุกมากจริงๆคร้า ^__^

Comments are closed.

- Advertisment -









- Advertisment -




ม่วนชื่น 750 ปี เจียงฮาย

ภาพหมู่ก่อนการเดินทาง

คาราวาน กรุงเทพ-เชียงราย ที่ดำเนินการโดยนิตยสาร ออโต้ บิลด์ ได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

พระพรหมองค์ใหญ่

วันแรกของการเดินทาง เรานัดพบกันที่ ปตท. บางปะอิน เพื่อซักซ้อมความเข้าใจ ก่อนจะเริ่มออกเดินทางโดยเส้นทางสายเอเซีย และแวะพักนมัสการ พระพรหมองค์ใหญ่ที่สุด
ในประเทศ ที่ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มการเดินทางไกลกัน

อาหารกลางวันมือแรก

จากนั้นก็แวะอีกครั้ง ร่วมรับประทานอาหารที่ ร้านอาหารครัวเห็ดโคน จ.กำแพงเพชร ในมื้ออาหารที่อุดมไปด้วยเห็ด หลังอิ่มหนำสำราญ ขบวนคาราวานก็มุ่งหน้าสู่ จังหวัดเชียงราย เข้าพักที่ โรงแรมโพธิ์วดล รีสอร์ท แอนด์ สปา แยกย้ายกันเข้าห้องพัก และพบกันอีกครั้งช่วงเย็น

งามแต๊เจ้า
เผ่าอารายหว่า

ก่อนเข้ารับทานอาหารเย็น การท่องเที่ยว ภูมิภาคภาคเหนือ ก็จัดการแสดงพื้นเมือง มาต้อนรับก่อนเข้าสู่ห้องรับประทานอาหาร

นายสุภกิตกิ์ พลจันทร ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

นายสุภกิตกิ์ พลจันทร ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของขบวนคาราวานในครั้งนี้ว่า  จังหวัดเชียงรายตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ 785 กิโลเมตร มีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มและเทือกเขา ทำให้เกิดแหล่งน้ำที่สำคัญ และแหล่งท่องเที่ยว ตามธรรมชาติที่น่ามาเยือนมากมาย อาทิ น้ำตก ภูเขา ทะเลหมอก ทุ่งดอกบัวตอง ดอกซากุระ บ่อน้ำร้อน ฯลฯ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ ชาวเชียงรายได้ดำรงรักษาไว้เพื่อลูกหลาน และเป็นเกียรติประวัติ ได้แก่ โบราณสถาน โบราณวัตถุ พิพิธภัณฑ์ รวมถึงวิถีชีวิตประเพณีดั้งเดิมของทุกชาติพันธุ์ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงราย แต่ความหลากหลายทางด้าน
วัฒนธรรม เชื้อชาติ ภาษา และศาสนา ก็มิได้เป็นอุปสรรคต่อการอยู่ร่วมกันอย่าง สันติของชาวเชียงรายแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ททท. สำนักงานเชียงราย ก็กำหนดกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสแห่งการก่อตั้งจังหวัดเชียงราย ครบ 750 ปี ระหว่างวันที่ 20-22 เมษายน บริเวณสวนตุงและ
โคมฯ และศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า เชียงราย

รองผู้ว่า นายสุรชัย ลิ้นทอง

จากนั้น ท่านรองผู้ว่า นายสุรชัย ลิ้นทอง ก็ได้กล่าวต้อนรับผู้มาเยือนจากแดนไกล พร้อมทั้งบรรยายแหล่งท่องเที่ยวให้กับชาวคณะได้รับฟังเป็นความรู้ ก่อนจะร่วมรับประทาน
อาหาร และแยกย้ายกันเข้าที่พักยามค่ำคืน ที่พอทราบค่าความเย็นกันตอนเช้าแล้ว ก็ให้ดีใจกันทุกคน เพราะอุณหภูมิลงไปถึง 13.7 องศา

ผู้พันเบิร์ดยามเช้า

เช้าวันรุ่งขึ้น ขบวนคาราวาน ก็เคลื่อนย้ายไปยังสวนตุงและโคมฯ เพื่อนั่งรถรางที่ทางจังหวัดจัดไว้ แวะเยี่ยมชมจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ 9 จุด

อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหารา

จุดแรกที่ขบวนคาราวานแวะก็คือ อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช บริเวณห้าแยกพ่อขุนฯ อำเภอเมือง ท่านเป็นราชโอรสของพระเจ้าลาวเม็ง แห่งราชวงศ์ลัวะจักราช ผู้ครองเมืองหิรัญนครเงินยาง กับพระนางอั้วมิ่งจอมเมือง ราชธิดาของท้าวรุ่งแก่นชาย เจ้าเมืองเชียงรุ้ง พ่อขุนเม็งรายฯ สวรรคต ขณะเสด็จประพาสกลางเมืองเชียงใหม่ โดยถูกอสุนีบาตตกต้องพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 1860

ศาลากลางหลังเก่า

จากนั้นเราก็นั่งรถรางต่อไปยัง ศาลากลางหลังเก่า ที่ยังคงเก็บรักษาไว้ ซึ่งมี อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อยู่บริเวณหน้าศาลากลาง

วัดพระแก้ว

ถัดมาก็เป็น วัดพระแก้ว ถนนไตรรัตน์ เป็นวัดเก่าแก่ ชื่อเดิมว่า “ญรุกขวนาราม” ซึ่งแปลว่า วัดป่าญะ หรือป่าเยียะ เป็นป่าไผ่ชนิดหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 1977 ฟ้าได้ผ่าเจดีย์พังทลายลง จึงค้นพบพระแก้วมรกต 6 ปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง วัดนี้จึงได้ชื่อใหม่ว่า “วัดพระแก้ว”

พระอุโบสถ
โฮงหลวงแสงแก้ว

นอกจากนี้ ยังมีหอพระหยก เป็นอาคารทรงล้านนา ภายในประดิษฐาน “พระหยกเชียงราย” และ โฮงหลวงแสงแก้ว พิพิธภัณฑ์ที่จะแสดงพระพุทธรูปสำคัญของวัด ศิลปวัฒนธรรมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ในรูปแบบที่ทันสมัย ที่มีพระพุทธรูปสวยงามมากมาย

เจดีย์พระธาตุดอยจอมทอง
พระอุโบสถ

ถัดมา ขบวนคาราวาน เยี่ยม วัดพระธาตุดอยจอมทอง ซึ่งตั้งอยู่บนดอยจอมทอง ถ.อาจอำนวย ตามตำนานกล่าวว่า เป็นบริเวณที่พระยาเรือนแก้ว ผู้สร้างนครไชยนารายณ์ (บริเวณ
อำเภอเวียงชัยในปัจจุบัน) ทรงสร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้น เมื่อปี พ.ศ.1483 เพื่อเป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า

เสาสะดือเมือง 108 หลัก

บริเวณวัดมี “เสาสะดือเมือง 108 หลัก” ที่ชาวเชียงรายร่วมใจกันสร้างขึ้น เพื่อเป็นเครื่องรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของ พ่อขุนเม็งรายฯ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคล เฉลิพระชนมพรรษาครบห้ารอบ โดย เสาสะดือเมือง 108 หลัก ตั้งอยู่บนรูปแบบสมมติฐานของจักรวาล อันเป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ

หอนาฬิกาเชียงราย

จากนั้นขบวนก็วิ่งผ่าน หอนาฬิกาเชียงราย บนถนนบรรพปราการ ที่ออกแบบโดย อาคาย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และก่อสร้างโดย เทศบาลนครเชียงราย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองเชียงราย  และเพื่ออนุรักษ์ท้องถิ่นล้านนา หอนาฬิกา มีการแสดงระบบแสง สี เสียง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม ในรอบการแสดง 19.00 น., 20.00 น. และ 21.00 น.

สวนตุงและโคมฯ
พิพิธภัณฑ์ชนเผ่า

รถราง นำคณะของเรากลับมายัง สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ บนถนนธนาลัย สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 75 พรรษา โดยเทศบาลได้พัฒนาพื้นที่ดังกล่าว โดยจัดเป็นสถานที่แสดงนิทรรศการชนเผ่า สวนสุขภาพ สถานที่ออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน

พระตำหนักดอยตุง

ขบวน ออกเดินทางต่อไปยัง พระตำหนักดอยตุง เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันเยี่ยมชม พระตำหนักดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวง และ หอแห่งแรงบันดาลใจ
(หอพระราชประวัติ)

หอแห่งแรงบันดาลใจ (ห้ามถ่ายภาพ)
ความงดงามของไม้ดอก

พระตำหนักดอยตุง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเรียกพระตำหนักนี้ว่า “บ้านที่ดอยตุง” วัตถุประสงค์แรกทั้งรัฐบาล ข้าราชบริพาร ตั้งใจให้เป็นที่ประทับแปรพระ
ราชฐาน แทนที่จะเสด็จไปประทับ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ แต่สำหรับพระองค์ท่านแล้ว หากว่าไม่มีโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ไม่มีงานถวายให้ทรง ไม่เสด็จมาประทับอยู่ที่นี่

ในตอนแรก กรมป่าไม้ ต้องการน้อมเกล้าฯถวาย พื้นที่ที่จะสร้างพระตำหนักแต่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีไม่ทรงรับ เนื่องจากเป็นเขตป่าสงวน ไม่ต้องพระราชประสงค์ที่จะมีอภิสิทธิ์เหนือประชาชนคนไทยทั่วไป

พระตำหนักดอยตุง สร้างจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ด้านนอกก่อสร้างด้วยคอนกรีต ตกแต่งด้วยปีกไม้ ซึ่งเป็นไม้สักขนาดเล็ก ได้จากการทอนไม้ที่ไม่ได้ขนาดในสวนป่าของ
องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เพื่อให้ไม้สักที่เหลือเจริญเติบโตแข็งแรง ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

ภายในพระตำหนักบุผนังด้วยไม้สน จากลังไม้ที่ใส่เครื่องมือและอุปกรณ์ขนาดใหญ่ ส่วนพื้นเป็น
ไม้สักทอง ที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้น้อมเกล้าฯถวาย

ดอกไม้หลากชนิด

การสร้างพระตำหนักจึงเป็นตัวอย่างของ การรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า เพื่อใช้ของที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตัว

อาคารชั้นบนแยกเป็น 4 ส่วน ส่วนที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ส่วนท้องพระโรงและห้องประกอบพระกระยาหาร ส่วนที่พักของท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม
พระธิดาในสมเด็จพระพี่นางเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และ ส่วนที่ประทับของสมเด็จพระพี่นางเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

การตกแต่งภายในเป็นไปอย่างเรียบง่าย สง่างาม เน้นประโยชน์ใช้สอยอย่างพอดี สะท้อนลักษณะอุปนิสัยของ เจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

ลักษณะเด่นของพระตำหนัก คือ เพดานท้องพระโรง ที่แกะสลักเป็นกลุ่มดาวต่างๆที่สมเด็จพระศรีนคริทราบรมราชชนนีทรงเลือก และ ตรงกลางสลักเป็นกลุ่มดาวในสุริยะจักรวาลเรียงตาม
องศาในวันที่ 21 ตุลาคม 2443 ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ และฝังดวงไฟให้กำลังแสงตามขนาดที่ได้สัดส่วนตามจริง โดยการคำนวณ และออกแบบโดยสมาคมดาราศาสตร์แห่งประเทศไทย

ท่าขี้เหล็ก

หลังจากชื่นชมกับความงดงามของ สวนแม่ฟ้าหลวง ที่คงความงดงามของดอกไม้หลากหลายพันธุ์ หลากหลายสี ไว้ได้อย่างน่าชมเชย คณะของเราก็เดินทางต่อไปยัง ชายแดน อ
.แม่สาย ชายแดนไทย-พม่า ที่ผู้ร่วมคณะต่างพากันแยกย้ายข้ามไปยัง ท่าขี้เหล็ก เพื่อตรวจสอบราคาสินค้ากันอย่างสนุกสนาน

มากินข้าวกันได้แล้วจ้า

คาราวาน เดินทางต่อไปยัง อ.เชียงแสน ซึ่งถึงในเวลาเย็นมากแล้ว คณะจึงร่วมรับประทานอาหารเย็น กันที่ ร้านอาหารตะวันริมโขง ริมแม่น้ำโขง ที่ฝั่งตรงข้าม เป็นประเทศ
สาธารณรัฐประชาชนลาว ซึ่งประเทศจีน มาเช่าพื้นที่ระยะยาว กำลังพัฒนาเป็นโรงแรม และบ่อนคาสิโน เพื่อเตรียมรอรับนักท่องเที่ยวจากเมืองไทย ในไม่ช้า

มื้อเย็น

คืนนี้ เราเข้าพักกันที่ อิมพีเรียล โกลเด้นไทรแองเกิ้ล รีสอร์ท เชียงแสน  สบรวก อยู่ห่างจากอำเภอแม่สาย 28 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1290 เป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำรวกมาบรรจบกัน หรือที่เรียกว่า สบรวก เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาว พม่า

บริเวณนี้เคยมีการค้าฝิ่นโดยแลกเปลี่ยนกับทองคำทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีความงดงาม โดยเฉพาะยามเช้าที่ดวงอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางสายหมอกด้านฝั่งพม่า และลาว นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์ จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรือประมาณ 400-600 บาท นั่งได้ 6 คน ถ้าต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงไปไกลถึงเชียงแสนและเชียงของ ก็สามารถหาเช่าเรือได้ แต่ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขง ไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดเชียงรายได้

วัดร่องขุ่น อันงดงาม

วันที่สามของการเดินทาง เรามาแวะกันที่ วัดร่องขุ่น ที่ออกแบบและสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทย สร้างขึ้นด้วยแรงปณิธานที่มุ่งมั่น รังสรรค์งานศิลปะที่
งดงามแปลกตา ผสานวัฒนะธรรมล้านนาอย่างกลมกลืน ทั้งลวดลายปูนปั้นประดับกระจก และจิตรกรรรมฝาผนังขนาดใหญ่

ลวดลายแปลกตา

ลักษณะเด่นของวัดคือ พระอุโบสถถูกแต่งด้วยลวดลายกระจกสี
เงินแวววาว เป็นเชิงชั้นลดหลั่นกันไป หน้าบันประดับด้วยพญานาค มีงวงงาดูแปลกตาน่าสนใจมาก ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเป็นฝีมือภาพเขียนของอาจารย์เอง

วัดนี้ ประกาศตัวเอาไว้ว่า สร้างไม่มีวันเสร็จ เพราะมีการตกแต่งต่อเติมไปเรื่อยๆ ตามใจอาจารย์เฉลิมชัย ที่น่าสนใจคือ ภาพเขียนด้านในพระอุโบสถ มีภาพดาราภาพยนตร์ฮอลลีวู๊ด มากมาย แอบ
แซมอยู่ตามแนวผนัง รวมทั้งดาราการ์ตูนที่รู้จักกันดี โดราเอม่อน แอบอยู่ข้างฝาด้วย แวะไปดูกันเองแล้วกัน เพราะภายในพระอุโบสถ ห้ามถ่ายรูป

ร้านภูภิรมย์ ไร่บุญรอด
นั่งรถรางชมไร่กัน

จากนั้น คาราวาน เดินทางต่อไปรับประทานอาหารกลางวันกันที่ ร้านอาหารภูภิรมย์ ไร่บุญรอด พร้อมนั่งรถรางชมไร่ และเลือกซื้อของฝากกันอย่างสนุกสนาน

วัดแสงแก้วโพธิญาณ

จุดหมายต่อไปเป็น วัดแสงแก้วโพธิญาณ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ที่มี ครูบาอริยะชาติ เป็นเจ้าอาวาส แต่ท่านติดกิจนิมนต์ต่างประเทศ เลยไม่ได้พบกัน แต่ก็มีครูบา มานำชมระฆังทรงล้านนา
เฉลิมฉลอง 750 ปี ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งกำลังสร้างอยู่

ว้า ยืนบังระฆังหมดเลย

คณะของเราก็เลยร่วมทำบุญกันตามศรัทธาคืนนี้ เรารับประทานอาหารกัน ที่ ลำปางรีสอร์ท ก่อนเข้าที่พักกันที่ โรงแรมลำปางเวียงทอง โดยชาวคณะไปเดินเล่นกันที่ถนนคนเดิน เพื่อเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง

โรงงานเซรามิค
ลำปางร้อนมาก

โดยวันที่สี่ วันสุดท้ายของการเดินทาง ก็ได้เข้าเยี่ยมโรงงานเซรามิค เพื่อเลือกซื้อสินค้าของฝากกัน รวมทั้งแวะเยี่ยมชมร้านกาแฟริมทาง “ลำปางหนาวมาก” ก่อนเดินทางกลับกันโดยสวัสดิภาพขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัทมาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กับรถ มาสด้า บีที-50 โดร ที่ให้ความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง นิตยสาร ออโต้บิลด์ ที่จัดการท่องเที่ยวได้อย่าง
ดียิ่ง ลุงอ็อด

RELATED ARTICLES

1 COMMENT

  1. ทริปนี้สนุกมากจริงๆคร้า ^__^

Comments are closed.