Saturday, July 20, 2024
Homeข่าวน่าสนใจวอลโว่ ทรัคส์ และ พงษ์ระวี เซ็นสัญญาใหญ่ย้ำการเติบโตต่อเนื่องทุกปี มั่นใจเลือกรถ Volvo FM11

วอลโว่ ทรัคส์ และ พงษ์ระวี เซ็นสัญญาใหญ่ย้ำการเติบโตต่อเนื่องทุกปี มั่นใจเลือกรถ Volvo FM11

นายสุรศักดิ์ บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พงษ์ระวี จำกัด เปิดเผยว่า“พงษ์ระวี ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าและวัตถุอันตรายมาแล้วกว่า 26 ปีปัจจุบันมีรถบรรทุกกว่า 300 คัน พร้อมพนักงานขับรถกว่า 500 คน
โดยมีสัดส่วนการดำเนินงานที่การขนส่งน้ำมันปิโตรเลียม และวัตถุอันตราย คิดเป็น90% ส่วนอีก 10% เป็นการขนส่งประเภทอื่นๆ อาทิเช่น ขนส่งรถยนต์ และอื่นๆพงษ์ระวีมีระบบการจัดการที่ได้มาตรฐานสูงมุ่งเน้นความปลอดภัยในการขนส่งสินค้า ซึ่งในปีนี้เราได้เซ็นสัญญาในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เป็นระยะเวลา 8 ปี โดยทางบริษัทฯ มีการสั่งซื้อรถบรรทุกVolvo FM11 จำนวน 21 คัน ซึ่งมีสมรรถนะสูงตรงตามความต้องการของลูกค้าเพื่อนำมาใช้ในภารกิจขนส่งตามที่ได้รับมอบหมายตลอดระยะเวลาสัญญาด้วยประสบการณ์การทำสัญญากับบริษัทข้ามชาติที่มีมาตรฐานระดับโลกหลายบริษัท

เราทราบถึงมาตรฐานอันเข้มงวดของธุรกิจการขนส่งสินค้าประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงและวัตถุอันตราย ทั้งมาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา และยุโรปพร้อมได้ศึกษาข้อกำหนด ข้อควรระวังและแนวทางการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมาเป็นอย่างดีทำให้สามารถนำเอารายละเอียดข้อกำหนดต่าง ๆ เหล่านั้นมาสร้างเป็นมาตรฐานที่ดีในการขนส่งให้แก่พงษ์ระวี พร้อมทั้งตระหนักเป็นอย่างดีถึงการบริหารจัดการควบคู่ไปกับเทคโนโลยีและสมรรถนะของรถบรรทุกที่ได้รับการพั
ฒนาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้บริษัทสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

แม้ภาพรวมธุรกิจขนส่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะมีการปรับตัวลดลงจากสถานการณ์โควิด – 19และการผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกแต่ทางบริษัทก็ได้มีการปรับตัวรับวิกฤติที่ผ่านมาและสามารถดำเนินกิจการได้อย่าง
มั่นคงและพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปอีกทั้งยังสามารถทำรายได้ให้เติบโตสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 10%ด้วยโครงสร้างการบริหารจัดการที่ดีในเรื่องต้นทุนการดำเนินงานและการพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่องทั้งนี้เราเตรียมขยายการบริการงานขนส่งสินค้าประเภทอื่นให้เพิ่มขึ้นในปีถัด ๆ ไปเช่น การบริการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) อาทิงานขนส่งสินค้าแช่แข็งโดยใช้รถควบคุมอุณหภูมิที่มีเครื่องทำความเย็นเนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตสูง และยังมีความต้องการเพิ่มอีกในอนาคต

โดยตั้งเป้าว่าจะเพิ่มสัดส่วนในการขนส่งอื่น ๆที่นอกเหนือจากการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นบริการหลักของเราให้เติบโตเพิ่มราว 10% ในทุกปี และตั้งเป้ารายได้ให้เติบโตแตะหลักพันล้านในปี 2566”นายสมพรชัย โสภาธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท พงษ์ระวี จำกัดกล่าวเสริมว่า “บริษัทฯ เราเลือกใช้รถบรรทุก Volvo FM11 330 แรงม้า

ในการเข้าร่วมประมูลงานขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในครั้งนี้เนื่องด้วยธุรกิจการขนส่งสินค้าประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
และวัตถุอันตรายต้องการความปลอดภัยสูงสุดอีกทั้งลูกค้ายังมีข้อกำหนดในเรื่องของศักยภาพการทำงาน
และคุณสมบัติแบบเจาะจงของรถบรรทุกที่ทำการขนส่งสินค้าอีกด้วยซึ่งเราเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีและสมรรถนะของรถบรรทุก Volvo FM11 330 แรงม้ารุ่นใหม่นี้ สามารถตอบโจทย์ในทุกด้านโดยเฉพาะการลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุและขนส่งได้ถึงที่หมายอย่างมีประสิทธิภาพด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดนอกจากนี้ เรายังมีการจัดอบรบให้กับพนักงานขับรถอย่างสม่ำเสมอและมีการให้เงินพิเศษสำหรับพนักงานขับรถที่ดูแลรักษาสภาพรถและขับขี่ได้ปลอดภัยไม่มีอุบัติเหตุเป็นแรงจูงใจให้พวกเขาระมัดระวังทุกครั้งเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการขนส่งหรือ ละเมิดข้อตกลงในทุก ๆ ด้านกับลูกค้า”

ด้าน มร.มาร์ติน ซอมเมอร์ รองประธานกรรมการฝ่ายขายวอลโว่ ทรัคส์ประเทศไทย กล่าวปิดท้ายว่า “สำหรับการส่งมอบรถใหม่ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทีมงานวอลโว่ ทรัคส์ และบริษัท พงษ์ระวี ในการคัดเลือก ออกแบบและปรับแต่งตัวรถให้ได้ตรงตามความต้องการสำหรับงานขนส่งวัตถุอันตรายโดยเฉพาะโดยล็อตนี้เป็นครั้งแรกในการนำเสนอรถบรรทุกสิบล้อรุ่น FM11 330 แรงม้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยเต็มรูปแบบ เช่น ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวป้องกันการพลิกคว่ำ (ESP)ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมด้วยระบบเบรกอัตโนมัติระบบแจ้งเตือนการเปลี่ยนเลน และรักษาช่องทางการขับขี่อัตโนมัติ เป็นต้น

ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สามารถตอบโจทย์งานขนส่งน้ำมันปิโตรเลียมที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพในการขนส่ง การขับขี่ประหยัดน้ำมัน และความปลอดภัยสูงสุดในราคาที่คุ้มค่าหากเปรียบเทียบกับสมรรถนะรวมที่ได้รับนอกจากนี้วอลโว่ ได้นำเสนอสัญญาบริการซ่อมบำรุง (Service agreement) แบบGold contract เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเบาใจในเรื่องการซ่อมบำรุงและรับทราบค่าใช้จ่ายแบบคงที่ทั้งหมดนี้ทำให้ลูกค้าไว้วางใจให้เราเป็นพาร์ทเนอร์ในโปรเจคใหม่นี้และเราเชื่อมั่นว่า Volvo FM11 รุ่นใหม่จะช่วยให้ธุรกิจงานขนส่งของพงษ์ระวีสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จตามที่ลูกค้าได้ตั้งเป้าหมายไว้”

RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




วอลโว่ ทรัคส์ และ พงษ์ระวี เซ็นสัญญาใหญ่ย้ำการเติบโตต่อเนื่องทุกปี มั่นใจเลือกรถ Volvo FM11

นายสุรศักดิ์ บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พงษ์ระวี จำกัด เปิดเผยว่า“พงษ์ระวี ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าและวัตถุอันตรายมาแล้วกว่า 26 ปีปัจจุบันมีรถบรรทุกกว่า 300 คัน พร้อมพนักงานขับรถกว่า 500 คน
โดยมีสัดส่วนการดำเนินงานที่การขนส่งน้ำมันปิโตรเลียม และวัตถุอันตราย คิดเป็น90% ส่วนอีก 10% เป็นการขนส่งประเภทอื่นๆ อาทิเช่น ขนส่งรถยนต์ และอื่นๆพงษ์ระวีมีระบบการจัดการที่ได้มาตรฐานสูงมุ่งเน้นความปลอดภัยในการขนส่งสินค้า ซึ่งในปีนี้เราได้เซ็นสัญญาในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เป็นระยะเวลา 8 ปี โดยทางบริษัทฯ มีการสั่งซื้อรถบรรทุกVolvo FM11 จำนวน 21 คัน ซึ่งมีสมรรถนะสูงตรงตามความต้องการของลูกค้าเพื่อนำมาใช้ในภารกิจขนส่งตามที่ได้รับมอบหมายตลอดระยะเวลาสัญญาด้วยประสบการณ์การทำสัญญากับบริษัทข้ามชาติที่มีมาตรฐานระดับโลกหลายบริษัท

เราทราบถึงมาตรฐานอันเข้มงวดของธุรกิจการขนส่งสินค้าประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงและวัตถุอันตราย ทั้งมาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา และยุโรปพร้อมได้ศึกษาข้อกำหนด ข้อควรระวังและแนวทางการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมาเป็นอย่างดีทำให้สามารถนำเอารายละเอียดข้อกำหนดต่าง ๆ เหล่านั้นมาสร้างเป็นมาตรฐานที่ดีในการขนส่งให้แก่พงษ์ระวี พร้อมทั้งตระหนักเป็นอย่างดีถึงการบริหารจัดการควบคู่ไปกับเทคโนโลยีและสมรรถนะของรถบรรทุกที่ได้รับการพั
ฒนาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้บริษัทสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

แม้ภาพรวมธุรกิจขนส่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะมีการปรับตัวลดลงจากสถานการณ์โควิด – 19และการผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกแต่ทางบริษัทก็ได้มีการปรับตัวรับวิกฤติที่ผ่านมาและสามารถดำเนินกิจการได้อย่าง
มั่นคงและพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปอีกทั้งยังสามารถทำรายได้ให้เติบโตสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 10%ด้วยโครงสร้างการบริหารจัดการที่ดีในเรื่องต้นทุนการดำเนินงานและการพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่องทั้งนี้เราเตรียมขยายการบริการงานขนส่งสินค้าประเภทอื่นให้เพิ่มขึ้นในปีถัด ๆ ไปเช่น การบริการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) อาทิงานขนส่งสินค้าแช่แข็งโดยใช้รถควบคุมอุณหภูมิที่มีเครื่องทำความเย็นเนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตสูง และยังมีความต้องการเพิ่มอีกในอนาคต

โดยตั้งเป้าว่าจะเพิ่มสัดส่วนในการขนส่งอื่น ๆที่นอกเหนือจากการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นบริการหลักของเราให้เติบโตเพิ่มราว 10% ในทุกปี และตั้งเป้ารายได้ให้เติบโตแตะหลักพันล้านในปี 2566”นายสมพรชัย โสภาธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท พงษ์ระวี จำกัดกล่าวเสริมว่า “บริษัทฯ เราเลือกใช้รถบรรทุก Volvo FM11 330 แรงม้า

ในการเข้าร่วมประมูลงานขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในครั้งนี้เนื่องด้วยธุรกิจการขนส่งสินค้าประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
และวัตถุอันตรายต้องการความปลอดภัยสูงสุดอีกทั้งลูกค้ายังมีข้อกำหนดในเรื่องของศักยภาพการทำงาน
และคุณสมบัติแบบเจาะจงของรถบรรทุกที่ทำการขนส่งสินค้าอีกด้วยซึ่งเราเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีและสมรรถนะของรถบรรทุก Volvo FM11 330 แรงม้ารุ่นใหม่นี้ สามารถตอบโจทย์ในทุกด้านโดยเฉพาะการลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุและขนส่งได้ถึงที่หมายอย่างมีประสิทธิภาพด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดนอกจากนี้ เรายังมีการจัดอบรบให้กับพนักงานขับรถอย่างสม่ำเสมอและมีการให้เงินพิเศษสำหรับพนักงานขับรถที่ดูแลรักษาสภาพรถและขับขี่ได้ปลอดภัยไม่มีอุบัติเหตุเป็นแรงจูงใจให้พวกเขาระมัดระวังทุกครั้งเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการขนส่งหรือ ละเมิดข้อตกลงในทุก ๆ ด้านกับลูกค้า”

ด้าน มร.มาร์ติน ซอมเมอร์ รองประธานกรรมการฝ่ายขายวอลโว่ ทรัคส์ประเทศไทย กล่าวปิดท้ายว่า “สำหรับการส่งมอบรถใหม่ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทีมงานวอลโว่ ทรัคส์ และบริษัท พงษ์ระวี ในการคัดเลือก ออกแบบและปรับแต่งตัวรถให้ได้ตรงตามความต้องการสำหรับงานขนส่งวัตถุอันตรายโดยเฉพาะโดยล็อตนี้เป็นครั้งแรกในการนำเสนอรถบรรทุกสิบล้อรุ่น FM11 330 แรงม้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยเต็มรูปแบบ เช่น ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวป้องกันการพลิกคว่ำ (ESP)ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมด้วยระบบเบรกอัตโนมัติระบบแจ้งเตือนการเปลี่ยนเลน และรักษาช่องทางการขับขี่อัตโนมัติ เป็นต้น

ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สามารถตอบโจทย์งานขนส่งน้ำมันปิโตรเลียมที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพในการขนส่ง การขับขี่ประหยัดน้ำมัน และความปลอดภัยสูงสุดในราคาที่คุ้มค่าหากเปรียบเทียบกับสมรรถนะรวมที่ได้รับนอกจากนี้วอลโว่ ได้นำเสนอสัญญาบริการซ่อมบำรุง (Service agreement) แบบGold contract เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเบาใจในเรื่องการซ่อมบำรุงและรับทราบค่าใช้จ่ายแบบคงที่ทั้งหมดนี้ทำให้ลูกค้าไว้วางใจให้เราเป็นพาร์ทเนอร์ในโปรเจคใหม่นี้และเราเชื่อมั่นว่า Volvo FM11 รุ่นใหม่จะช่วยให้ธุรกิจงานขนส่งของพงษ์ระวีสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จตามที่ลูกค้าได้ตั้งเป้าหมายไว้”

RELATED ARTICLES