Thursday, June 20, 2024
Homeเคล็ดไม่ลับหน้าฝนกับคนเดินทาง

หน้าฝนกับคนเดินทาง

ฝนตกรถติด ฝนไม่ตกรถก็ติด วันหยุดนี้จะขับรถเที่ยว ก็ติดมรสุมเข้า ฝนตกอีก กลัวรถติด กลัวรถชน กลัวติดฝน กลัวสารพัดแต่จะทำยังงัยได้ละ ก็ใจมันอยากไปซะแล้ว ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็คงจะไม่อยู่แน่นอน แต่ในเมื่อมีความกลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เราลองมาหาทางเสริมกำลังใจให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อจะได้เดินทางท่องเที่ยวกันได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัยอย่างแท้จริง

เตรียมรถ

การเดินทางแต่ละครั้ง เราจะได้พบเจอสิ่งแปลกๆใหม่ๆ อยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นเส้นทางใหม่ๆ จุดหมายใหม่ๆ ที่ซึ่งจะสามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ตลอดเส้นทาง แต่ด้วยความที่เป็นเส้นทางใหม่ เราจะขาดความคุ้นเคย ไม่ทราบว่าแถวไหนมีอะไรบ้าง ปั๊มน้ำมันมีไหม (อย่าหัวเราะไป เจอมาเยอะแล้วที่ปั๊มขาดหายไกลเป็นสิบๆกิโลเมตร) ถนนดีหรือพังไปหมดแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เราสามารถจะเตรียมรถให้พร้อมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ โดย การตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องว่าอยู่ในระดับที่กำหนดไว้หรือไม่ โดยเฉพาะเหล่าเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลที่กินน้ำมันเครื่องเป็นเรื่องปกติ ควรจะตรวจและเติมให้ได้ระดับเสมอ ระดับลมยาง การเดินทางไกล ควรจะเติมลมเพิ่มอีก 2-5 ปอนด์ เพื่อช่วยไม่ให้ยางมีความร้อนสะสมมากเกินไป และเวลาที่เราอาจจะพลาดไปทับก้อนหินเข้าก็จะช่วยไม่ให้ยางเกิดความเสียหาย แถมยังช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกทางหนึ่งด้วย

เบรก ลองก้มๆ ด็ที่จานเบรกเราสักหน่อยซิว่า หน้าตาของจานมันสวยอยู่ไหม เพราะหน้าจานเบรกจะเป็นตัวบอกถึงสภาพผ้าเบรกได้ในระดับหนึ่ง ถ้าเรียบเสมอดีอยู่ก็แล้วไป แต่ถ้าสึกเป็นร่องลึก แบบนี้ควรจะเอาเข้าตรวจเช็คสักหน่อยละครับ เผื่อผ้าเบรกหมด จะได้แก้ไขได้ทัน ยางสิ่งสำคัญที่เชื่อมต่อรถเอาไว้กับถนน ถ้ายางดี การเดินทางก็ปลอดภัยไปมากกว่า 50% แต่ถ้าสภาพของยางสึกหรอมากถึงมากที่สุด ผมว่าเก็บเกินค่าเที่ยวมาเปลี่ยนยางก่อนดีกว่าไหมครับ

ของเหลวที่อยู่ในรถ ก็ไม่ควรละเว้น น้ำกลั่น น้ำหม้อน้ำ รวมถึงน้ำฉีดกระจกด้วยนะครับ จะต้องเต็มอยู่ในระดับที่กำหนดไว้ อย่างไหนต้องมีน้ำยาเพิ่มเติมก็จัดการซะ ส่วนน้ำมันเบรก น้ำมันเครื่อง อันนี้ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ อันสุดท้ายสำหรับขับรถหน้าฝนที่ต้องดูหรือเปลี่ยนใหม่เพื่อให้เราขับรถได้อย่างปลอดภัยคือ ใบปัดน้ำฝนครับ ลองฉีดน้ำแล้วปัดดู ถ้าปัดไม่หมด มีเสียงดัง ก็เปลี่ยนซะเถอะครับ  หลักๆ ก็เท่านี้ สำหรับเรื่องของรถ

ส่วนของคน

ทีนี้เรามาว่ากันเรื่องของคน ซึ่งก็คือ ผู้ขับขี่นั่นเอง ก่อนการเดินทางไกล ไม่ว่าจะไปฉลอง ไปเที่ยว ไปงาน ไม่ต้องคิดว่าจะต้องขับรถไกลหลายร้อยกม.ขนาดไหน เอาเป็นว่าข้ามจังหวัดเมื่อไร ก่อนการเดินทางควรจะต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอจะได้ไม่ง่วงระหว่างทาง ซึ่งเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุพอๆ กับอาการ เมาแล้วขับ ครับ พักผ่อนหมายความไปถึงห้ามดื่มของมึนเมาก่อน และระหว่างการขับรถด้วยนะครับ เนื่องจากอุบัติเหตุเวลาเกิด มันไม่ได้เกิดเฉพาะกับเราคนเดียว ยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกเยอะครับ

แล้วถ้าขับๆ เกิดง่วงขึ้นมาละ อันนี้ จะต้องยอมรับตัวเองให้ได้ก่อนนะครับว่า “เราง่วงแล้ว” เนื่องจากที่เห็นข่าวว่าหลับในนั้น โดยมากจะไม่ยอมรับตัวเองว่าง่วง ฝืนที่จะขับต่อไป บางคนคิดว่าแค่ลูกอม จะช่วยให้หายง่วง ไม่จริงครับ เครื่องดื่มชูกำลัง ดื่มหมดขวดแล้วหลับคาขวดก็มีให้เห็นมาแล้ว เพราะฉะนั้น การแก้ไขอาการง่วงที่ดีที่สุดคือ การหยุดเพื่อพักผ่อน และผ่อนคลายความตึงเครียดจากการขับรถซะบ้างครับ เพียงแค่ 15 นาทีที่เราลงไปล้างหน้า เดินเล่น หรือแม้แต่หลับ ก็ช่วยให้ร่างกายฟื้นจากความอ่อนล้าไปได้ระดับหนึ่งแล้วครับ

บางท่านอาจจะคิดว่าการหยุดพัก จะทำให้เสียเวลาไปไม่ทัน หรืออื่นๆ แต่การช้าไปสัก ครึ่งชั่วโมง ผมก็ว่ายังดีกว่าไปไม่ถึง หรือต้องไปนอนโรงพยาบาลนะครับ คุณละเห็นด้วยกับผมไหมครับ ก่อนการเดินทางถ้าเราสละเวลามาตรวจสอบดูแลทั้งรถทั้งคนได้อย่างที่แนะนำไปแล้ว การเดินทางก็จะเป็นเรื่องสนุกสนานเช่นที่ควรจะเป็น ความกลัวของเราก็จะลดลงเพราะรู้สึกถึงความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกได้ชัดเจน ก็ขอให้วันหยุดนี้ เป็นวันที่สนุกสนานของนักเดินทางทุกท่านครับ อ้อสุดท้ายอย่าลืมศึกษาเส้นทางที่เราจะให้ดีด้วยนะครับ จะได้ไม่เสียเวลากับการหลงทาง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




หน้าฝนกับคนเดินทาง

ฝนตกรถติด ฝนไม่ตกรถก็ติด วันหยุดนี้จะขับรถเที่ยว ก็ติดมรสุมเข้า ฝนตกอีก กลัวรถติด กลัวรถชน กลัวติดฝน กลัวสารพัดแต่จะทำยังงัยได้ละ ก็ใจมันอยากไปซะแล้ว ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็คงจะไม่อยู่แน่นอน แต่ในเมื่อมีความกลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เราลองมาหาทางเสริมกำลังใจให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อจะได้เดินทางท่องเที่ยวกันได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัยอย่างแท้จริง

เตรียมรถ

การเดินทางแต่ละครั้ง เราจะได้พบเจอสิ่งแปลกๆใหม่ๆ อยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นเส้นทางใหม่ๆ จุดหมายใหม่ๆ ที่ซึ่งจะสามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ตลอดเส้นทาง แต่ด้วยความที่เป็นเส้นทางใหม่ เราจะขาดความคุ้นเคย ไม่ทราบว่าแถวไหนมีอะไรบ้าง ปั๊มน้ำมันมีไหม (อย่าหัวเราะไป เจอมาเยอะแล้วที่ปั๊มขาดหายไกลเป็นสิบๆกิโลเมตร) ถนนดีหรือพังไปหมดแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เราสามารถจะเตรียมรถให้พร้อมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ โดย การตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องว่าอยู่ในระดับที่กำหนดไว้หรือไม่ โดยเฉพาะเหล่าเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลที่กินน้ำมันเครื่องเป็นเรื่องปกติ ควรจะตรวจและเติมให้ได้ระดับเสมอ ระดับลมยาง การเดินทางไกล ควรจะเติมลมเพิ่มอีก 2-5 ปอนด์ เพื่อช่วยไม่ให้ยางมีความร้อนสะสมมากเกินไป และเวลาที่เราอาจจะพลาดไปทับก้อนหินเข้าก็จะช่วยไม่ให้ยางเกิดความเสียหาย แถมยังช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกทางหนึ่งด้วย

เบรก ลองก้มๆ ด็ที่จานเบรกเราสักหน่อยซิว่า หน้าตาของจานมันสวยอยู่ไหม เพราะหน้าจานเบรกจะเป็นตัวบอกถึงสภาพผ้าเบรกได้ในระดับหนึ่ง ถ้าเรียบเสมอดีอยู่ก็แล้วไป แต่ถ้าสึกเป็นร่องลึก แบบนี้ควรจะเอาเข้าตรวจเช็คสักหน่อยละครับ เผื่อผ้าเบรกหมด จะได้แก้ไขได้ทัน ยางสิ่งสำคัญที่เชื่อมต่อรถเอาไว้กับถนน ถ้ายางดี การเดินทางก็ปลอดภัยไปมากกว่า 50% แต่ถ้าสภาพของยางสึกหรอมากถึงมากที่สุด ผมว่าเก็บเกินค่าเที่ยวมาเปลี่ยนยางก่อนดีกว่าไหมครับ

ของเหลวที่อยู่ในรถ ก็ไม่ควรละเว้น น้ำกลั่น น้ำหม้อน้ำ รวมถึงน้ำฉีดกระจกด้วยนะครับ จะต้องเต็มอยู่ในระดับที่กำหนดไว้ อย่างไหนต้องมีน้ำยาเพิ่มเติมก็จัดการซะ ส่วนน้ำมันเบรก น้ำมันเครื่อง อันนี้ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ อันสุดท้ายสำหรับขับรถหน้าฝนที่ต้องดูหรือเปลี่ยนใหม่เพื่อให้เราขับรถได้อย่างปลอดภัยคือ ใบปัดน้ำฝนครับ ลองฉีดน้ำแล้วปัดดู ถ้าปัดไม่หมด มีเสียงดัง ก็เปลี่ยนซะเถอะครับ  หลักๆ ก็เท่านี้ สำหรับเรื่องของรถ

ส่วนของคน

ทีนี้เรามาว่ากันเรื่องของคน ซึ่งก็คือ ผู้ขับขี่นั่นเอง ก่อนการเดินทางไกล ไม่ว่าจะไปฉลอง ไปเที่ยว ไปงาน ไม่ต้องคิดว่าจะต้องขับรถไกลหลายร้อยกม.ขนาดไหน เอาเป็นว่าข้ามจังหวัดเมื่อไร ก่อนการเดินทางควรจะต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอจะได้ไม่ง่วงระหว่างทาง ซึ่งเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุพอๆ กับอาการ เมาแล้วขับ ครับ พักผ่อนหมายความไปถึงห้ามดื่มของมึนเมาก่อน และระหว่างการขับรถด้วยนะครับ เนื่องจากอุบัติเหตุเวลาเกิด มันไม่ได้เกิดเฉพาะกับเราคนเดียว ยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกเยอะครับ

แล้วถ้าขับๆ เกิดง่วงขึ้นมาละ อันนี้ จะต้องยอมรับตัวเองให้ได้ก่อนนะครับว่า “เราง่วงแล้ว” เนื่องจากที่เห็นข่าวว่าหลับในนั้น โดยมากจะไม่ยอมรับตัวเองว่าง่วง ฝืนที่จะขับต่อไป บางคนคิดว่าแค่ลูกอม จะช่วยให้หายง่วง ไม่จริงครับ เครื่องดื่มชูกำลัง ดื่มหมดขวดแล้วหลับคาขวดก็มีให้เห็นมาแล้ว เพราะฉะนั้น การแก้ไขอาการง่วงที่ดีที่สุดคือ การหยุดเพื่อพักผ่อน และผ่อนคลายความตึงเครียดจากการขับรถซะบ้างครับ เพียงแค่ 15 นาทีที่เราลงไปล้างหน้า เดินเล่น หรือแม้แต่หลับ ก็ช่วยให้ร่างกายฟื้นจากความอ่อนล้าไปได้ระดับหนึ่งแล้วครับ

บางท่านอาจจะคิดว่าการหยุดพัก จะทำให้เสียเวลาไปไม่ทัน หรืออื่นๆ แต่การช้าไปสัก ครึ่งชั่วโมง ผมก็ว่ายังดีกว่าไปไม่ถึง หรือต้องไปนอนโรงพยาบาลนะครับ คุณละเห็นด้วยกับผมไหมครับ ก่อนการเดินทางถ้าเราสละเวลามาตรวจสอบดูแลทั้งรถทั้งคนได้อย่างที่แนะนำไปแล้ว การเดินทางก็จะเป็นเรื่องสนุกสนานเช่นที่ควรจะเป็น ความกลัวของเราก็จะลดลงเพราะรู้สึกถึงความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกได้ชัดเจน ก็ขอให้วันหยุดนี้ เป็นวันที่สนุกสนานของนักเดินทางทุกท่านครับ อ้อสุดท้ายอย่าลืมศึกษาเส้นทางที่เราจะให้ดีด้วยนะครับ จะได้ไม่เสียเวลากับการหลงทาง

RELATED ARTICLES