https://www.fapjunk.com https://pornohit.net london escort london escorts buy instagram followers buy tiktok followers
Wednesday, February 21, 2024

Homeเคล็ดไม่ลับหอนซะจริงเชียว

หอนซะจริงเชียว

เคล็ดไม่ลับวันนี้ เราจะพาทุกท่านไปสัมผัสกับประสบการณ์หลอน…..หอน…..ที่ไม่ต้องรอมืด ไม่ต้องเจอผี ก็หลอน และหอนได้เพราะเราจะเจอทุกครั้งที่ขับรถจนบางคนตั้งข้อสังเกตไว้แบบโหดๆ ว่า “พี่ๆๆ ขับรถไปทับหมามาเหรอ มันถึงได้ตามมาหอนกันชัดขนาดนี้”อะไรกันไอ้น้อง แค่เฉียดๆเท่านั้นเอง ไม่ถึงกับทับกันตายให้มาสิงรถหรอกน่า

เสียงหอนที่ติดรถ ไม่ว่าจะเพิ่งหัดหอน หรือหอนกันจนชำนาญข้ามเดือนข้ามปี แต่มันก็สร้างความรำคาญได้ทั้งนั้น วิ่งไปไหน แม้คนรอบข้างจะไม่รู้สึก แต่เราเจ้าของรถ ก็มักจะอดสงสัยหรือแม้แต่คิดไปต่างๆ นานาไม่ได้ว่า จริงๆแล้ว มันหอนได้อย่างไร แล้วอะไรที่มันหอน……?

เสียงมาจากไหน

ความจริงแล้วเสียงหอนที่เกิดขึ้นเวลาที่รถวิ่งนั้น มีสาเหตุหลักๆ อยู่แค่เรื่องของการเสียดสีเท่านั้น เช่นการเสียดสีกันระหว่างเฟือง การเสียดสีกันของยางกับพื้นถนน หรือลูกปืนกับเบ้าของมัน อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งในรถยนต์ทั่วๆ ไปแล้ว เสียงหอนจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากพอสมควร เนื่องจากชิ้นส่วนแต่ละชิ้นที่กล่าวมาล้วนมีคุณสมบัติพิเศษ คือแข็งแรง ทนทาน และได้รับการหล่อลื่นมาเป็นอย่างดี ยกเว้นยางที่จะหอนตามอายุเท่านั้นเอง

ส่วนอื่นๆที่เหลือ อย่างลูกปืน ก็มักจะเป็นลูกปืนคอมเพรสเซอร์แอร์ ที่เราจะได้ยินมันหอน อยู่เสมอๆ ในรถยนต์ที่ใฃ้งานมานานๆ หลายปี รวมทั้งลูกปืนของไดร์ชาร์จเองก็มีมาให้พบเจออยู่ไม่น้อย เพียงแต่ อาจจะสู้คอมแอร์ไม่ได้ อันสืบเนื่่องมาจากสภาวะการใช้งานเป็นหลัก ส่วนสำคัญของเสียงหอนที่เราอยากจะหยิบยกขึ้นมาคุยให้ฟังวันนี้ จะเป็นเสียงหอนที่มาจากชุดเฟืองท้าย ซึ่งโดยปกติแล้ว จะเป็นชิ้นส่วนที่มีความทนทานต่อการใช้งานมากที่สุดนั่นเอง โดยส่วนมากแล้ว เราก็มักจะไม่ค่อยได้ประสบกับเสียงหอนในรถเล็กๆ สักเท่าไร โดยเฉพาะรถยนต์นั่ง แต่อาจจะมีบ้างในรถกระบะบรรทุก และที่หอนกันสนั่นหวั่นไหวเลยเห็นจะได้แก่รถเมล์นั่นเอง ส่วนรถบรรทุกใหญ่ๆ ปัจจุบันเหลือน้อยแล้วที่จะโหยหวนออกมา

จุดที่มีเสียงหอนออกมามากที่สุดเห็นจะได้แก่ ชุดเฟืองท้าย ในส่วนของเฟืองบายศรีกับเดือยหมู เนื่่องจากต้องมีการรับแรงบิดมากมายจากเครื่องยนต์เพื่อเปลี่ยนทิศทางไปยังล้อซึ่งแบกน้ำหนักบรรทุกเอาไว้อีก แล้วสงสัยต่อไปไหมว่าทำไมแทนที่จะเป็นรถบรรทุกใหญ่ๆ ที่เฟืองท้ายหอนดังๆ กลับกลายเป็นรถเมล์ ที่มีเฟืองท้ายหอนเกือบทุกคัน…..(เฉลยตอนจบละกัน)

ส่วนรถกระบะคันเล็กๆ นั้นในปัจจุบันนี้แทบจะไม่มีเสียงหอนจากเฟืองท้ายให้ได้ยินสักเท่าไร แต่ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ เกิดมีเสียงหอนขึ้นที่รถของผู้เขียน หอนแบบไม่บันยะบันยัง หอนไม่เกรงใจใคร เพราะมันหอนตั้งแต่รถเริ่มขยับตัวไปจนถึงเมื่่อไหร่ที่หยุดรถนั่นละครับ กระบวนการไล่ตรวจเช็คก็เกิดขึ้นทันที เพราะครั้งแรกที่ได้ยินเสียง เราก็นึกว่าเกิดจากยางที่เลือกใช้แบบเป็นบั่งๆ ทั้งๆที่ในใจก็แย้งว่า ยางเขามียีห้อนะ ไม่น่าจะดังขนาดนี้ แถมไม่ว่าจะวิ่งถนนแบบไหน ซีเมนต์ ราดยาง หรือ ราดหน้า อุ้ยไม่เกี่ยว คือสภาพถนนจะเป็นเช่นไรเสียงมันก็ยังดังได้สม่ำเสมอ ไม่มีลดราวาศอก

เป้าหมายต่อมาจึงพุ่งเป้าไปที่เฟืองท้ายลูกหน้า อันนี้มีประเด็น เพราะหลังจากที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นในชุดขับเคลื่อนทั้งหมดไป สังเกตเห็นว่าที่เพลาขับหน้ามีร่องรอยการรั่วซึมของน้ำมัน เพราะเมื่อจอดบนพื้นราบ สัก 1 คืน จะเห็นรอยน้ำมันหยดเป็นจุดๆ อยู่ตรงกับตำแหน่งของเพลาหน้าพอดี ก็เลยพอจะผูกเหตุการณ์เข้าหากันได้ว่า เมื่อช่วงน้ำท่วม เราได้นำรถมาใช้ในภาระกิจต่างๆ จนมีน้ำแทรกซึมเข้าในเฟืองท้ายทั้ง 2 ลูก รวมทั้งที่เกียร์กลาง หรือเกียร์ทรานเฟอร์ แล้วก็ยังใช้งานต่อเนื่องอยู่ประมาณ 1 เดือน เม่ื่อน้ำลดก็ได้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันออก แล้วเติมของใหม่เข้าไป โดยที่ยังมีน้ำปนอยู่บ้าง ซึ่งตั้งใจว่าจะถ่ายออกอีกครั้งในเดือนถัดไป

พอถึงเวลาก็จัดการเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นอีกรอบ ซึ่งเสียงมันก็ควรจะหายไป แต่สิ่งที่เจอคือยางหุ้มเพลาขับหน้าดันขาด จารบีไม่เหลือ ก็เลยต้องจัดการเรื่องด่วนกว่าซะก่อน จากนั้นก็เปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้ายให้เสร็จ ผลที่ได้ เสียงเงียบลงไปจนเกือบจะหมด แต่ไม่หมด ซึ่งสาเหตุของเสียงหอนน่าจะมาจากคุณภาพน้ำมันเสียไปตอนที่น้ำเข้า แล้วจึงทำให้เกิดการสึกหรอขึ้นบนหน้าสัมผัสของเฟือง ซึ่งเมื่อเปลี่ยนน้ำมันใหม่แล้ว เสียงก็จะลดน้อยลงเป็นธรรมดา แต่จะให้หมดไปคงจะยากแล้ว

แนวทางการแก้ไขปัญหา

เมื่อเรารู้ว่าสาเหตุของเสียเกิดจากอะไร การแก้ไขปัญหาก็จะง่ายขึ้น โดยในกรณีนี้เสียงหอนมาจากปัญหาน้ำเข้า จึงต้องเริ่มที่การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น ซึ่งแนะนำว่าให้ทำการเปลี่ยนซ้ำอีกครั้งในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน เพราะการเปลี่ยนครั้งแรก เราสามารถขจัดน้ำมันน้ำที่ผสมกับน้ำมันได้ก็จริง แต่ไม่ทั้งหมด ยังมีน้ำมันเสียๆ ตกค้างอยู่ในระบบอีกไม่น้อย ดังนั้น เราจึงควรเปลี่ยนถ่ายอีกครั้งเพื่อขจัดเอาน้ำและน้ำมันเสียๆ ออกได้หมดจริงๆ ทั้งนี้ หากรีบทำตั้งแต่น้ำลด ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะน้อย แต่ถ้าหากไม่สนใจหรือไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แบบนี้น่ากลัว เพราะความเสียหายมีแน่นอน

สำหรับรถที่เกิดเสียงหอนแล้ว วิธีการแก้ไขสามารถให้่ช่างที่มีความรู้และความชำนาญ ถอดมาปรับตั้งระยะห่างของเฟืองบายศรีกับเดือยหมูได้ใหม่ เพื่อให้เสียงหอนหายไป แต่ถ้าไม่สามารถซ่อมได้ ก็ยังสมารถซื้อของมือสองหรืออะไหล่ใหม่มาเปลี่ยนได้เช่นกัน

ครับ ขอให้โชคดีกับเสียงหอนหากรักษาหายก็ดีไป แต่ถ้าไม่คิดมาก มีติดให้ได้ยินไว้แก้เหงาก็พอเข้าใจ แต่ถ้าไม่ไหวก็คงต้องยกซ่อมหรือเปลี่ยนกันละครับ สำหรับเฉลยว่าทำไมรถเมล์ถึงมีปัญหากับเฟืองท้ายหอนกันนัก ก็เพราะว่ารถเมล์ เวลามีน้ำหนักบรรทุกเต็มๆ นั้น มันจะเอียงไปข้างเดียวเห็นไหมครับ ทำให้ยางแบนไปข้าง เส้นรอบวงของล้อก็จะไม่เท่ากันระหว่างซ้ายกับขวา ทำให้เฟืองท้ายต้องทำงานหนักตลอดเวลานั่นเองครับ สวัสดีครับ

RELATED ARTICLES
- Advertisment -




Most Popular

- Advertisment -




Recent Comments