Friday, June 21, 2024
Homeเคล็ดไม่ลับเปลี่ยนปั๊มเพาเวอร์นีโอ ก็อยากทำเองนะ

เปลี่ยนปั๊มเพาเวอร์นีโอ ก็อยากทำเองนะ

สวัสดีปีใหม่ ทุกๆ ท่านครับ ขอต้อนรับสู่ปีมะเส็ง งูเล็ก แต่พิษสงคงไม่เล็กตาม และก็ผ่านไปอีก 1 ปี ของอายุ ทั้งรถทั้งคน แน่นอนว่าความเสื่อมย่อมต้องมีเป็นธรรมดา ไม่ว่าเราจะดูแลรักษากันดีขนาดไหนก็ตาม ก็อย่างรถที่ตัวผู้เขียนใช้ อายุอานามก็สิบกว่าปีแล้ว ภายนอกก็ยังถือว่าพอได้ แต่ช่วงล่างที่นับเป็นแขนขาของรถมันก็เริ่มเสื่อมถอย ไขข้อเริ่มหลวม เรียกว่าอะไรที่ควรแน่นมันก็หลวม อะไรที่น่าจะนิ่มมันก็แข็งขึ้นมาซะงั้น

เริ่มต้นปีงู เราจะพาท่านๆ ทั้งหลายมาซ่อมแซมดูแลรถคันเก่งที่เริ่มออกอาการ หรือที่คิดว่าไม่กล้า ไม่ไหว ไม่มีความรู้ ให้มาลองซ่อมลองหาอะไหล่ กันดูครับ เพราะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากโข โดยจะเป็นตอนต่อเนื่อง 2 ตอน งาน 2 ชิ้น ครับ

อาการน่าเป็นห่วง

รถซันนี่ นีโอ ปี 2001 ของผู้เขียน หลังจากที่เดินทางไกลหลายรอบ ก็ปรากฏอาการออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนอยู่ 2 เรื่อง(หลังจากเปลี่ยนเกียร์แล้ว) อันแรกเป็นอาการพวงมาลัยหนักตอนรถอยู่กับที่ หรือตอนที่เข้าจอดมุมแคบๆ แถมมีน้ำมันเพาเวอร์ฉีดปรี๊ดๆ ออกมาตอนหมุนพวงมาลัยสุดทั้งสองด้าน ก็คอยเติมน้ำมันเอาไว้ไม่ให้พร่อง ส่วนอาการที่สองเป็นเสียงดังกรึกๆ ตลอดเวลาที่รถวิ่ง ตรงบริเวณด้านซ้ายของตัวรถ ยิ่งเวลาเจอถนนขรุขระด้วยแล้ว จะยิ่งชัดเจนมากขึ้น

เมื่อตรวจสอบและวิเคราะห์อาการแล้ว จุดแรกน่าจะเป็นเรื่องของตัวปั๊มเพาเวอร์ซึม มีน้ำมันรั่วออกมาตอนเกิดแรงดันในระบบสูงๆ แต่ไม่ใช่แร็ค แน่นอน ส่วนเรื่องที่สอง เป็นบู๊ชปีกนกแน่ แต่มันมีตั้ง 2 ตัว และที่มันเกิดขึ้นที่ด้านซ้ายก่อนก็น่าจะมาจากสภาพการใช้งานที่ล้อด้านซ้ายมักจะต้องลงไหล่ทาง เป็นประจำนั่นเอง

เมื่อสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นได้แล้ว ก็ต้องหาอะไหล่มาทดแทน โดยครั้งแรก โทรถามอู่ว่า เปลี่ยนปั๊มเพาเวอร์คิดเท่าไร เอาปั๊มมือสองเชียงกงนะ ได้ราคามาที่ไม่เกิน 2,500 บาท.(มันก็จะเอาสองพันกว่านั่นแหละ) ดูเงินในกระเป๋า แล้วก็คิดว่าเราก็น่าจะทำได้ว่าแล้วก็ไปเชียงกงบางนาในวันก่อนสุดท้ายของปี 55

ลองไปเดินดูเพื่อฝึกตัวเอง

การไปเชียงกงนั้นเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเลยนะครับ คุณต้องมุ่งมั่น และมั่นใจ รวมทั้งต้องไม่ตัดสินใจทันที แต่บางครั้งก็ต้องคว้าไว้ก่อน เรียกว่าเป็นการฝึกสมาธิ ความอดทน และสติปัญญา สำหรับท่านที่ไม่เคยไปเดิน ขอแนะนำให้ลองดูครับ ไหนๆ เราก็คิดจะหาอะไหล่เองแล้ว

วันที่ไปเดินนั้น มีร้านที่หมายตาไว้อยู่แล้ว เมื่อไปถึงก็สั่งอะไหล่ 2 ชิ้นมาก่อนคือ ปั๊มเพาเวอร์ กับปีกนกหน้าซ้าย  เด็กในร้านไปหามาให้ในสภาพที่ดูดีพอสมควร (อะไรคือดูดี มันไม่ได้หมายความว่าของจะมาสะอาดสวยงาม แต่ส่วนประกอบมันชัดเจน เช่นท่อยางก็ยังนิ่ม ปั๊มหมุนได้ดีไม่สะดุด หน้าตาของชิ้นส่วนไม่มีรอยถลอกหรือยังแงะใดๆ ครับ เรียกว่าดูดีแบบที่มันควรจะเป็น) เมื่อเลือกและดูของแล้วก็เวลาจ่ายเงิน เจ้าของร้านคิดตัวละ 700 บาท โดยตัวปั๊มจะให้เฉพาะตัวปั๊มกับท่อยางเข้าแหวนและสกรูท่อแรงดันสูง ส่วนขาไม่ให้(เขี้ยว) ปีกนกได้มาครบ ลูกหมากปีกนก บู๊ชครบถ้วน อยู่ในสภาพดีมาก จ่ายไป 1,400 บาท

ก่อนออกมา เด็กที่ร้านมาทักว่าพี่ๆ ลูกยางแท่นเครื่องตัวหน้าไม่ดีแล้วนะ เอ้าไปดูเป็นอย่างว่าจริงๆ(เด็กมันรู้เพราะมาส่องปั๊มเพาเวอร์แล้วเห็น ตาดีจริงๆ)  สอบถามว่ามีไหม อ้อไม่มีครับพี่ เลยต้องหาร้านต่อไป ได้ในราคา 500 บาท ครบ ขับรถกลับบ้านโดยเสียค่าอะไหล่ 3 ชิ่นไป 1,900 บาท เท่านั้น

ก่อนจะทำต้องมั่นใจว่าเอาอยู่

การจะเปลี่ยนอะไหล่ด้วยตัวเองได้นั้น จะต้องมีความมั่นใจเกิน 100% ก่อนว่า สามารถจะจัดการเองได้ เพราะมันจะมีรายละเอียดปลีกย้อยตามมาอีกมากมาย แต่ถ้าเครื่องมือไม่มี และไม่มั่นใจว่าจะรอด ขอให้ไปเสียค่าแรงจ่างช่างทำให้ดีกว่าครับ อย่างน้อยก็ประหยัดค่าอะไหล่ไปได้แล้ว

อะไหล่ 3 ชิ้นที่ได้มา ทีแรกตั้งใจว่าจะทำให้เสร็จภายใน 2 วัน คือวันที่ 1-2  มกราคมที่ผ่านมา แต่ด้วยความคันมือ กลับจากซื้ออะไหล่มาเที่ยง ก็รอให้เครื่องเย็นหน่อยแล้วลงมือเอง ชิ้นแรกที่ทำคือ ปั๊มเพาเวอร์ สาเหตุที่เลือกชิ้นนี้เพราะมีผลกับการใช้งานของรถมากที่สุดจึงต้องทำการเปลี่ยนให้เป็นอันดับแรก โดยเตรียมเครื่องมือพื้นฐาน บล็อก 1 ชุด ไขควงแฉก+แบน กระดาษปูนอน ไฟฉาย และที่ขาดไม่ได้ แม่แรงกับสามขา เพื่อความปลอดภัย จำไว้ว่าทุกครั้งที่ต้องทำงานใต้ท้องรถ จะต้องรองสามขาทุกครั้ง ห้ามเข้าใต้ท้องรถโดยขึ้นแค่แม่แรงอย่างเดียวนะครับ อันตราย

เรื่องเยอะ แผลแยะ

การทำงานแต่ละครั้ง ก่อนลงมือ จะต้องสำรวจทางหนีทีไล่ให้ดี ดูความเป็นไปได้ของงาน อย่างการเปลี่ยนปั๊มเพาเวอร์นั้น เราจะต้องเอาออกอย่างไร  เริ่มจากถอดท่อน้ำมันจากถังพักออก ระวังเรื่องน้ำมันหกเลอะพื้นด้วยนะครับ จากนั้น ก็ไล่เลาะเอาขาปรับตั้งความตึงสายพานออก โดยให้ถอดที่สกรูเอาออกมาเลย นะครับ จากนั้นก็มุดใต้ท้องรถ คลายน๊อตเบอร์ 14 ที่เป็นตัวล๊อคแม่ปั๊มเพาเวอร์ไว้ ถึงตอนนี้จะสามารถขยับแม่ปั๊มได้แล้ว เราก็ถอดเอาสายพานออกมาก่อน จากนั้นให้ขยับตัวแม่ปั๊มถอยหลังมาให้สุด แล้วไปจัดการกับน๊อตที่ยึดขากับตัวเครื่องให้ออกจากกัน ส่องไฟหาไปทีละตัวๆ นะครับ มี 3 ตัวด้วยกัน

เมื่อหลุดหมดแล้ว คราวนี้ก็ให้ค่อยๆ ขยับหาทางดึงเอาแม่ปั๊มลงมาผ่านเพลาขับซึ่งต้องมีการขยับมุมอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ผ่านลงมาได้ และยังจะต้องระวังน้ำมันที่ตกค้างอยู่ในตัวแม่ปั๊มจะไหลเข้าตาอีกด้วยนะครับ  เอาออกมาได้ ก็จัดการถอดเอาขายึดออกแล้วเปลี่ยนมาใส่กับของใหม่ที่เตรียมไว้ โดยตัวใหม่นั้นเราจะต้องเช็ดทำความสะอาด โดยเฉพาะตรงส่วนของหน้าสัมผัสของท่อแรงดันสูงที่จะต้องสะอาดมากๆ รวมทั้งจะต้องไม่มีเศษสิ่งสกปรกใดๆ หลุดรอดเข้าไปในตัวปั๊มได้ ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เกิดความเสียหายตามมาในภายหลัง

เมื่อไล่ใส่สกรูและน๊อตยึดต่างๆเข้าที่แล้ว ให้คล้องสายพานกลับแล้วกวนน๊อตปรับตั้งสายพานให้พอตึงๆมือ ก่อนจะใส่หัวสายแรงดันสูงกลับเข้าที่ให้เช็ดทำความสะอาดอีกครั้งและอย่าลืมแหวนทองแดงกันรั่วด้วยนะครับ เสร็จแล้วก็ขึ้นมาข้างบน ใส่ท่อยางกลับเข้าที่ แล้วเติมน้ำมันเพาเวอร์ให้ถึงขีดบนสุด รอให้น้ำมันไหลเข้าปั๊มสักครู่ ระหว่างนี้ก็ไปล้างมือให้เรียบร้อย แล้วก็มาติดเครื่องครั้งแรกให้สตาร์ทติดแล้วดับ เพื่อให้ปั๊มหมุนดึงน้ำมันเข้าระบบ และเพื่อดูว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันอีกหรือไม่ โดยในครั้งแรกนี้จะเห็นว่าน้ำมันในถังพักจะเป็นฟองขึ้นมา แสดงว่าปั๊มทำงานดี น้ำมันเริ่มเข้าระบบแล้ว จากนั้นก็สตาร์ทเครื่องอีกครั้ง แล้วดับ พอครั้งที่สามก็ยาวเลยครับ ระหว่างนั้นก็ไล่ส่องไฟหาว่ามีการรั่วซึมเกิดขึ้นหรือไม่ เติมน้ำมันให้ถึงระดับลองหมุนพวงมาลัยให้สุดทั้งสองข้าง สักเกตุหาสิ่งผิดปกติ ถ้าไม่มีแล้วก็ให้ดับเครื่องแล้วไล่กวดน๊อคยึดต่างๆอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัยครับ

สุดท้าย ข้อควรระวังและสังเกต

1.การเลือกซื้อปั๊มเพาเวอร์ ถ้าไม่ชำนาญพอให้ขับรถไปเลย แล้วเปิดให้เด็กมันไปหยับมาเทียบ ดูว่าทุกอย่างเหมือนกันจึงค่อยจ่ายเงิน

2.อะไหล่มือสอง โดยมากรับประกันแค่ 7 วัน ถึงไม่ใส่ก็หมดอายุประกัน ดังนั้นควรรีบดำเนินการให้เรียบร้อย จะได้เปลี่ยนทันถ้ามันไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการ

3.การถอดหรือเปลี่ยนอะไหล่แต่ละครั้ง ต้องอาศัยความรู้และเครื่องมือพอสมควร เพื่อให้งานสำเร็จหากไม่มี 1 ใน 2 อย่าง นี้ พยายามหาความรู้หรือสะสมเครื่องมือมาตรฐานไว้เพื่อการทำงานในวันข้างหน้าครับ

สุดท้ายนี้ผมยังเหลืองานเปลี่ยนปีกนกหน้า ซึ่งเป็นง่านที่ดูเหมือนยาก แต่กลายเป็นง่ายที่สุดใน 3 สิ่งที่ต้องทำแล้วครับ อดใจรอสักหน่อยนะครับ

 

 

 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




เปลี่ยนปั๊มเพาเวอร์นีโอ ก็อยากทำเองนะ

สวัสดีปีใหม่ ทุกๆ ท่านครับ ขอต้อนรับสู่ปีมะเส็ง งูเล็ก แต่พิษสงคงไม่เล็กตาม และก็ผ่านไปอีก 1 ปี ของอายุ ทั้งรถทั้งคน แน่นอนว่าความเสื่อมย่อมต้องมีเป็นธรรมดา ไม่ว่าเราจะดูแลรักษากันดีขนาดไหนก็ตาม ก็อย่างรถที่ตัวผู้เขียนใช้ อายุอานามก็สิบกว่าปีแล้ว ภายนอกก็ยังถือว่าพอได้ แต่ช่วงล่างที่นับเป็นแขนขาของรถมันก็เริ่มเสื่อมถอย ไขข้อเริ่มหลวม เรียกว่าอะไรที่ควรแน่นมันก็หลวม อะไรที่น่าจะนิ่มมันก็แข็งขึ้นมาซะงั้น

เริ่มต้นปีงู เราจะพาท่านๆ ทั้งหลายมาซ่อมแซมดูแลรถคันเก่งที่เริ่มออกอาการ หรือที่คิดว่าไม่กล้า ไม่ไหว ไม่มีความรู้ ให้มาลองซ่อมลองหาอะไหล่ กันดูครับ เพราะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากโข โดยจะเป็นตอนต่อเนื่อง 2 ตอน งาน 2 ชิ้น ครับ

อาการน่าเป็นห่วง

รถซันนี่ นีโอ ปี 2001 ของผู้เขียน หลังจากที่เดินทางไกลหลายรอบ ก็ปรากฏอาการออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนอยู่ 2 เรื่อง(หลังจากเปลี่ยนเกียร์แล้ว) อันแรกเป็นอาการพวงมาลัยหนักตอนรถอยู่กับที่ หรือตอนที่เข้าจอดมุมแคบๆ แถมมีน้ำมันเพาเวอร์ฉีดปรี๊ดๆ ออกมาตอนหมุนพวงมาลัยสุดทั้งสองด้าน ก็คอยเติมน้ำมันเอาไว้ไม่ให้พร่อง ส่วนอาการที่สองเป็นเสียงดังกรึกๆ ตลอดเวลาที่รถวิ่ง ตรงบริเวณด้านซ้ายของตัวรถ ยิ่งเวลาเจอถนนขรุขระด้วยแล้ว จะยิ่งชัดเจนมากขึ้น

เมื่อตรวจสอบและวิเคราะห์อาการแล้ว จุดแรกน่าจะเป็นเรื่องของตัวปั๊มเพาเวอร์ซึม มีน้ำมันรั่วออกมาตอนเกิดแรงดันในระบบสูงๆ แต่ไม่ใช่แร็ค แน่นอน ส่วนเรื่องที่สอง เป็นบู๊ชปีกนกแน่ แต่มันมีตั้ง 2 ตัว และที่มันเกิดขึ้นที่ด้านซ้ายก่อนก็น่าจะมาจากสภาพการใช้งานที่ล้อด้านซ้ายมักจะต้องลงไหล่ทาง เป็นประจำนั่นเอง

เมื่อสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นได้แล้ว ก็ต้องหาอะไหล่มาทดแทน โดยครั้งแรก โทรถามอู่ว่า เปลี่ยนปั๊มเพาเวอร์คิดเท่าไร เอาปั๊มมือสองเชียงกงนะ ได้ราคามาที่ไม่เกิน 2,500 บาท.(มันก็จะเอาสองพันกว่านั่นแหละ) ดูเงินในกระเป๋า แล้วก็คิดว่าเราก็น่าจะทำได้ว่าแล้วก็ไปเชียงกงบางนาในวันก่อนสุดท้ายของปี 55

ลองไปเดินดูเพื่อฝึกตัวเอง

การไปเชียงกงนั้นเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเลยนะครับ คุณต้องมุ่งมั่น และมั่นใจ รวมทั้งต้องไม่ตัดสินใจทันที แต่บางครั้งก็ต้องคว้าไว้ก่อน เรียกว่าเป็นการฝึกสมาธิ ความอดทน และสติปัญญา สำหรับท่านที่ไม่เคยไปเดิน ขอแนะนำให้ลองดูครับ ไหนๆ เราก็คิดจะหาอะไหล่เองแล้ว

วันที่ไปเดินนั้น มีร้านที่หมายตาไว้อยู่แล้ว เมื่อไปถึงก็สั่งอะไหล่ 2 ชิ้นมาก่อนคือ ปั๊มเพาเวอร์ กับปีกนกหน้าซ้าย  เด็กในร้านไปหามาให้ในสภาพที่ดูดีพอสมควร (อะไรคือดูดี มันไม่ได้หมายความว่าของจะมาสะอาดสวยงาม แต่ส่วนประกอบมันชัดเจน เช่นท่อยางก็ยังนิ่ม ปั๊มหมุนได้ดีไม่สะดุด หน้าตาของชิ้นส่วนไม่มีรอยถลอกหรือยังแงะใดๆ ครับ เรียกว่าดูดีแบบที่มันควรจะเป็น) เมื่อเลือกและดูของแล้วก็เวลาจ่ายเงิน เจ้าของร้านคิดตัวละ 700 บาท โดยตัวปั๊มจะให้เฉพาะตัวปั๊มกับท่อยางเข้าแหวนและสกรูท่อแรงดันสูง ส่วนขาไม่ให้(เขี้ยว) ปีกนกได้มาครบ ลูกหมากปีกนก บู๊ชครบถ้วน อยู่ในสภาพดีมาก จ่ายไป 1,400 บาท

ก่อนออกมา เด็กที่ร้านมาทักว่าพี่ๆ ลูกยางแท่นเครื่องตัวหน้าไม่ดีแล้วนะ เอ้าไปดูเป็นอย่างว่าจริงๆ(เด็กมันรู้เพราะมาส่องปั๊มเพาเวอร์แล้วเห็น ตาดีจริงๆ)  สอบถามว่ามีไหม อ้อไม่มีครับพี่ เลยต้องหาร้านต่อไป ได้ในราคา 500 บาท ครบ ขับรถกลับบ้านโดยเสียค่าอะไหล่ 3 ชิ่นไป 1,900 บาท เท่านั้น

ก่อนจะทำต้องมั่นใจว่าเอาอยู่

การจะเปลี่ยนอะไหล่ด้วยตัวเองได้นั้น จะต้องมีความมั่นใจเกิน 100% ก่อนว่า สามารถจะจัดการเองได้ เพราะมันจะมีรายละเอียดปลีกย้อยตามมาอีกมากมาย แต่ถ้าเครื่องมือไม่มี และไม่มั่นใจว่าจะรอด ขอให้ไปเสียค่าแรงจ่างช่างทำให้ดีกว่าครับ อย่างน้อยก็ประหยัดค่าอะไหล่ไปได้แล้ว

อะไหล่ 3 ชิ้นที่ได้มา ทีแรกตั้งใจว่าจะทำให้เสร็จภายใน 2 วัน คือวันที่ 1-2  มกราคมที่ผ่านมา แต่ด้วยความคันมือ กลับจากซื้ออะไหล่มาเที่ยง ก็รอให้เครื่องเย็นหน่อยแล้วลงมือเอง ชิ้นแรกที่ทำคือ ปั๊มเพาเวอร์ สาเหตุที่เลือกชิ้นนี้เพราะมีผลกับการใช้งานของรถมากที่สุดจึงต้องทำการเปลี่ยนให้เป็นอันดับแรก โดยเตรียมเครื่องมือพื้นฐาน บล็อก 1 ชุด ไขควงแฉก+แบน กระดาษปูนอน ไฟฉาย และที่ขาดไม่ได้ แม่แรงกับสามขา เพื่อความปลอดภัย จำไว้ว่าทุกครั้งที่ต้องทำงานใต้ท้องรถ จะต้องรองสามขาทุกครั้ง ห้ามเข้าใต้ท้องรถโดยขึ้นแค่แม่แรงอย่างเดียวนะครับ อันตราย

เรื่องเยอะ แผลแยะ

การทำงานแต่ละครั้ง ก่อนลงมือ จะต้องสำรวจทางหนีทีไล่ให้ดี ดูความเป็นไปได้ของงาน อย่างการเปลี่ยนปั๊มเพาเวอร์นั้น เราจะต้องเอาออกอย่างไร  เริ่มจากถอดท่อน้ำมันจากถังพักออก ระวังเรื่องน้ำมันหกเลอะพื้นด้วยนะครับ จากนั้น ก็ไล่เลาะเอาขาปรับตั้งความตึงสายพานออก โดยให้ถอดที่สกรูเอาออกมาเลย นะครับ จากนั้นก็มุดใต้ท้องรถ คลายน๊อตเบอร์ 14 ที่เป็นตัวล๊อคแม่ปั๊มเพาเวอร์ไว้ ถึงตอนนี้จะสามารถขยับแม่ปั๊มได้แล้ว เราก็ถอดเอาสายพานออกมาก่อน จากนั้นให้ขยับตัวแม่ปั๊มถอยหลังมาให้สุด แล้วไปจัดการกับน๊อตที่ยึดขากับตัวเครื่องให้ออกจากกัน ส่องไฟหาไปทีละตัวๆ นะครับ มี 3 ตัวด้วยกัน

เมื่อหลุดหมดแล้ว คราวนี้ก็ให้ค่อยๆ ขยับหาทางดึงเอาแม่ปั๊มลงมาผ่านเพลาขับซึ่งต้องมีการขยับมุมอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ผ่านลงมาได้ และยังจะต้องระวังน้ำมันที่ตกค้างอยู่ในตัวแม่ปั๊มจะไหลเข้าตาอีกด้วยนะครับ  เอาออกมาได้ ก็จัดการถอดเอาขายึดออกแล้วเปลี่ยนมาใส่กับของใหม่ที่เตรียมไว้ โดยตัวใหม่นั้นเราจะต้องเช็ดทำความสะอาด โดยเฉพาะตรงส่วนของหน้าสัมผัสของท่อแรงดันสูงที่จะต้องสะอาดมากๆ รวมทั้งจะต้องไม่มีเศษสิ่งสกปรกใดๆ หลุดรอดเข้าไปในตัวปั๊มได้ ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เกิดความเสียหายตามมาในภายหลัง

เมื่อไล่ใส่สกรูและน๊อตยึดต่างๆเข้าที่แล้ว ให้คล้องสายพานกลับแล้วกวนน๊อตปรับตั้งสายพานให้พอตึงๆมือ ก่อนจะใส่หัวสายแรงดันสูงกลับเข้าที่ให้เช็ดทำความสะอาดอีกครั้งและอย่าลืมแหวนทองแดงกันรั่วด้วยนะครับ เสร็จแล้วก็ขึ้นมาข้างบน ใส่ท่อยางกลับเข้าที่ แล้วเติมน้ำมันเพาเวอร์ให้ถึงขีดบนสุด รอให้น้ำมันไหลเข้าปั๊มสักครู่ ระหว่างนี้ก็ไปล้างมือให้เรียบร้อย แล้วก็มาติดเครื่องครั้งแรกให้สตาร์ทติดแล้วดับ เพื่อให้ปั๊มหมุนดึงน้ำมันเข้าระบบ และเพื่อดูว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันอีกหรือไม่ โดยในครั้งแรกนี้จะเห็นว่าน้ำมันในถังพักจะเป็นฟองขึ้นมา แสดงว่าปั๊มทำงานดี น้ำมันเริ่มเข้าระบบแล้ว จากนั้นก็สตาร์ทเครื่องอีกครั้ง แล้วดับ พอครั้งที่สามก็ยาวเลยครับ ระหว่างนั้นก็ไล่ส่องไฟหาว่ามีการรั่วซึมเกิดขึ้นหรือไม่ เติมน้ำมันให้ถึงระดับลองหมุนพวงมาลัยให้สุดทั้งสองข้าง สักเกตุหาสิ่งผิดปกติ ถ้าไม่มีแล้วก็ให้ดับเครื่องแล้วไล่กวดน๊อคยึดต่างๆอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัยครับ

สุดท้าย ข้อควรระวังและสังเกต

1.การเลือกซื้อปั๊มเพาเวอร์ ถ้าไม่ชำนาญพอให้ขับรถไปเลย แล้วเปิดให้เด็กมันไปหยับมาเทียบ ดูว่าทุกอย่างเหมือนกันจึงค่อยจ่ายเงิน

2.อะไหล่มือสอง โดยมากรับประกันแค่ 7 วัน ถึงไม่ใส่ก็หมดอายุประกัน ดังนั้นควรรีบดำเนินการให้เรียบร้อย จะได้เปลี่ยนทันถ้ามันไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการ

3.การถอดหรือเปลี่ยนอะไหล่แต่ละครั้ง ต้องอาศัยความรู้และเครื่องมือพอสมควร เพื่อให้งานสำเร็จหากไม่มี 1 ใน 2 อย่าง นี้ พยายามหาความรู้หรือสะสมเครื่องมือมาตรฐานไว้เพื่อการทำงานในวันข้างหน้าครับ

สุดท้ายนี้ผมยังเหลืองานเปลี่ยนปีกนกหน้า ซึ่งเป็นง่านที่ดูเหมือนยาก แต่กลายเป็นง่ายที่สุดใน 3 สิ่งที่ต้องทำแล้วครับ อดใจรอสักหน่อยนะครับ

 

 

 

RELATED ARTICLES