Wednesday, July 24, 2024
Homeไปไหนมาเมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดกิจกรรม “Mercedes-Benz Star Charity #stardrive #suv”การทดสอบสมรรถนะยนตกรรมกลุ่มเอสยูวีเส้นทางกรุงเทพฯ – พังงา

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดกิจกรรม “Mercedes-Benz Star Charity #stardrive #suv”การทดสอบสมรรถนะยนตกรรมกลุ่มเอสยูวีเส้นทางกรุงเทพฯ – พังงา

YAOWAWIT 1-29-9

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งตลาดรถหรูจัดกิจกรรม Mercedes-Benz Star Charity #stardrive #suvครั้งแรกในประเทศไทย นำทัพสื่อมวลชนร่วมเดินทางในเส้นทางกรุงเทพฯ – พังงา ทดสอบสมรรถนะยนตกรรมในกลุ่ม SUV ครบทั้งพอร์ทโฟลิโอจำนวนรวมกว่า 15 คัน  ได้แก่ Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium, Mercedes-Benz GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC Exclusive, Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD           และ Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic พร้อมชวนสื่อมวลชนลงพื้นที่ปลูกพริกไทย จำนวนกว่าร้อยต้นและมอบเงินสนับสนุนทางการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนเยาววิทย์ จ.พังงา สานต่อเจตนารมณ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

YAOWAWIT 1-29-403

มร. ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า                        “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ “เดอะ เบสท์” (THE BEST) สะท้อนความมุ่งมั่น             ของบริษัทฯ ที่จะนำเสนอ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้กับลูกค้าในวันนี้ และวันข้างหน้า พร้อมสะท้อน                 คุณค่าของแบรนด์ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) ความสมบูรณ์แบบ (Perfection)                   ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและดีไซน์อันทันสมัย เพื่อเป็นการตอบสนอง         ความต้องการ ของผู้บริโภคในทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมารถยนต์กลุ่มเอสยูวี (Sport Utility Vehicle) เป็นกลุ่มรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์รถยนต์กลุ่มนี้มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยนับตั้งแต่มีการเปิดตัวรถยนต์กลุ่มเอสยูวีเมื่อปี 2011                      เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ทำการส่งมอบรถยนต์ในกลุ่มนี้เป็นจำนวนกว่า 4 ล้านคันทั่วโลก และสำหรับ          ในประเทศไทย บริษัทฯได้มีการเปิดตัวรถยนต์ในกลุ่มนี้ไปแล้วทั้งหมด 7 รุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับ       เป็นอย่างดี”

“เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์หรูจึงได้จัดกิจกรรม “Mercedes-Benz Star Charity #stardrive #suv” พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะยนตกรรมในกลุ่มเอสยูวีจำนวนรวม             กว่า 15 คัน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ในการรวบรวมสุดยอดยนตกรรม              ในกลุ่มเอสยูวีครบทั้งพอร์ทโฟลิโอให้สื่อมวลชนได้ทดสอบสมรรถนะอย่างเต็มที่ และนอกจากการ         จัดกิจกรรมทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีรุ่นต่างๆ

TWO_9645

การเดินทางเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันที่อากาศสดใส รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ในกลุ่ม SUV ตั้งแต่ GLA ขึ้นไปจนถึง GLS จอดเรียงรายรอให้สื่อมวลชนได้สัมผัสตลอดระยะเวลา 4 วัน นับจากนี้ ภายหลังจากแนะนำเส้นทางและจับฉลากเลือกรถที่จะลองขับในรอบแรกแล้ว ขบวนก็เริ่มออกจากที่ตั้งเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดแวะพักแรกคือร้านอาหารกลางวันที่ อ.ปราณบุรี ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่ที่พักยังจังหวัดชุมพร วันนี้เราได้ลองขับ 2 รุ่นคือ GLC และGLE BLUETEC HYBRIDE  ที่แม้จะต่างขนาดกันอย่างชัดเจน แต่สมรรถนะเรื่องการยึดเกาะถนนไม่เป็นรองกันแม้แต่น้อยครับ ความสะดวกสบายมาเต็มที่

วันรุ่งขึ้นหลังจากไปไหว้สักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ฯหรือเสด็จเตี่ย กันแล้วเราก็เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าลงใต้ไปยังจังหวัดกระบี่ โดยใช้เส้นทางสาย 4 เพชรเกษม ช่วงนี้ถนนกำลังทำอยู่มาก ทางไม่ดี แต่ด้วยยานพาหนะของเราเป็น GLS จึงแทบจะไม่รู้สึกถึงสภาพถนนที่ย่ำแย่แต่ประการใด

ช่วงทดสอบพิเศษ เมื่อเราวิ่งเข้าเส้น 44 หรือ สาย เซาท์เทิร์นซีบอร์ด (Southern Seaboard) ก็จะเป็นช่วงการทดสอบในรูปแบบและความถนัดของแต่ละคน ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานเราก็เข้าสู่จังหวัดกระบี่ และเข้าที่พักในที่สุด

วันรุ่งขึ้นจุดหมายปลายทางของเราคิอ การทำกิจกรรมช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่โรงเรียน เยาววิทย์ ปลูกต้นพริกไทย (เหมือนน้องๆ จะช่วยพี่มากกว่า) ตามวัตถุประสงค์ของการเดินทางในครั้งนี้โดย

YAOWAWIT 1-29-134

บริษัทฯ ได้นำคณะสื่อมวลชน         ลงพื้นที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคม ณ โรงเรียนเยาววิทย์ จ.พังงา อาทิ ร่วมกับเด็กนักเรียนปลูกพริกไทยจำนวนหนึ่งร้อยต้นซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการด้านการเกษตรที่จัดขึ้นเพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถนำ              ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ นำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว        ได้ในอนาคต ตลอดจนการส่งมอบเงินสนับสนุนทางการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนและบุคลากร เป็นต้น          เพื่อเป็นการสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ในด้าน “ความรับผิดชอบ” (Responsibility) โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่ช่วงที่โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้น เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ให้ความช่วยเหลือ        อย่างต่อเนื่องไม่ใช่แค่เพียงเงินทุนสนับสนุนและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ แต่ยังรวมไปถึงการมอบ         โอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสเพื่อให้พวกเขาได้มีศักยภาพในการใช้ชีวิตและประกอบอาชีพการงานที่ดีในอนาคต ถือเป็นการ ตอกย้ำพันธสัญญาและความร่วมมือของบริษัทฯ ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวมอีกด้วย” มร.ไมเคิล กล่าวเพิ่มเติม

มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์            (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ สำหรับกิจกรรม “Mercedes-Benz Star Charity #stardrive #suv”         ที่จัดขึ้น บริษัทฯ ได้รวบรวมรถยนต์ครบทั้งพอร์ทโฟลิโอในกลุ่ม SUV จำนวนรวมกว่า 15 คัน ได้แก่ Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium, Mercedes-Benz GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC Exclusive, Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD และ Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic  มาให้สื่อมวลชนได้สัมผัสกับสมรรถนะความแข็งแกร่งตลอดจนความสะดวกสบายระหว่างการขับขี่               จากเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งแต่ละรุ่นต่างก็มีรูปลักษณ์ดีไซน์ที่โดดเด่นในสไตล์รถยนต์เอนกประสงค์ มาพร้อมกับสมรรถนะอันทรงพลัง เทคโนโลยีความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่        และผู้โดยสารบนท้องถนนแบบครบครันตลอดจนนวัตกรรมการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างเทคโนโลยี Plug-in HYBRID เป็นต้น ซึ่งทุกองค์ประกอบล้วนได้รับการพัฒนาและออกแบบ        มาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม”

IMG_9848

การเดินทางแม้จะดูเหมือนยาวไกล แต่ด้วยสมรรถนะที่ดีเกินคำบรรยายของรถเมอร์เซ-เบนซ์แต่ละรุ่นที่นำมาใช้ในกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้เราได้รู้สึกถึงความมั่นใจในการเดินทางด้วยความเร็ว และระบบช่วยเหลือต่างๆ ที่เข้ามาช่วยให้การเดินทางครั้งนี้ไม่มีปัญหาหรือการเกิดอุบัติเหตุแม้แต่น้อย

สุดท้ายต้องขอขอบคุณ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ และพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้

ข้อมูลผลิตภัณฑ์กลุ่ม SUV

Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium

Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium เป็นรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีของ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ตระกูลเอสยูวีในฐานะที่เป็น “เอสยูวี              ระดับเอส-คลาส” (S-Class among SUVs) ดีไซน์ภายนอก มีจุดเด่นที่การออกแบบส่วนหน้าของตัวรถ กันชนหลัง และไฟหลังใหม่ มาพร้อมกับความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง AMG ประกอบด้วยกันชนหน้า         และหลังแบบพิเศษ บันไดสำหรับเข้าและออกห้องโดยสารและล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบาขนาด                เส้นผ่านศูนย์กลาง 21 นิ้ว ดีไซน์ภายใน ได้รับการออกแบบห้องโดยสารให้กว้างขวางโดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 7 ท่าน และไฮไลท์ของห้องโดยสาร คือ แผงหน้าปัดของผู้ขับขี่แบบใหม่ซึ่งได้รับการออกแบบให้กลมกลืนกับส่วนหน้าจอความบันเทิงขนาด 8 นิ้ว (20.3 เซนติเมตร)

GLS 350 d 4MATIC AMG Premium มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC เป็นระบบมาตรฐานและคุณสมบัติเด่นอีกมากมาย เช่น นวัตกรรมระบบเกียร์ DYNAMIC SELECT ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกโหมดการทำงานของระบบเกียร์ได้ถึง  6 แบบ ระบบกันสั่นสะเทือน AIRMATIC ซึ่งทำงานร่วมกับระบบ damping system ADS เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงให้กับตัวรถขณะใช้งานและระบบ ACTIVE CURVE SYSTEM ซึ่งเป็นระบบเสริมเพื่อรักษาสมดุลและป้องกันการพลิกคว่ำ โดยระบบดังกล่าวจะทำงานร่วมกับโรลบาร์ ด้านหน้า และเพลาหลังเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้รถพลิกคว่ำขณะเข้าโค้งช่วยเพิ่มความคล่องตัวและสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่น่ารื่นรมย์  GLS 350 d 4MATIC AMG Premium         มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแบบวี ความจุกระบอกสูบ 2,987 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 258 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิด 620 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600-2,400 รอบต่อนาที           อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 7.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 222 กม/ชม.

  • GLS 350 d 4MATIC AMG Premium ราคา 7,990,000 บาท

Mercedes-Benz GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic

GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic มาพร้อมกับ ดีไซน์ภายนอก ที่ดูสปอร์ต และปราดเปรียว ด้วยลายเส้นโค้งเว้าที่ให้ความรู้สึกพลิ้วไหว พร้อมความรู้สึกอันแข็งแกร่งจากกระจังหน้าขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง เสริมไฟหน้าโค้งมนและกรอบไฟแบบ LED Intelligent Light System โดดเด่นด้วยชุดแต่งสปอร์ตแบบ AMG ซึ่งประกอบด้วย กันชนหน้า-หลัง ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว แบบ AMG 5 ก้านคู่ เส้นสายของหลังคาถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทาง       ด้านท้าย แสดงถึงความเรียบหรูและล้ำสมัยพร้อมพาโนรามิคซันรูฟ ซึ่งสามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้อัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า สำหรับ ดีไซน์ภายใน ยังคงความหรูหรา สง่างาม ด้วยการเลือกใช้วัสดุ คุณภาพชั้นดีที่ยืดหยุ่นต่อการใช้งานและสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย เบาะนั่งด้านหลังแบบ 3         ที่นั่ง สามารถพับได้แบบ 1/3 : 2/3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รถรุ่นนี้ยังเพิ่มเติมความสะดวกและความบันเทิงในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้นด้วยระบบ COMAND Online และระบบควบคุมและสั่งงานด้วย Touchpad ด้านเทคโนโลยี มาพร้อมกับระบบ Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่  4 แบบ คือ Individual ที่สามารถช่วยจดจำรูปแบบการขับขี่           ของผู้ขับได้ Comfort ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน Slippery        เหมาะกับการวิ่งบนถนนที่ลื่นSport เน้นการเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้            รถรุ่นนี้ยังได้ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบอากาศพร้อมระบบควบคุมระดับ ADS (Adaptive Damping System) เพื่อรองรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic              มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลแบบ V6 เทอร์โบ พร้อมเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า แบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 2,987 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 258 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิด 620 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 7.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 226 กม./ชม. ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Permanent all-wheel drive

  • GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา 6,990,000 บาท

Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC

Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC ยนตรกรรมกลุ่มเอสยูวีที่เป็นเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ผสมผสานเทคโนโลยีล่าสุดของเครื่องยนต์ไฮบริด นวัตกรรมด้านยานยนต์ และรูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยวเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับ GLE 500 e 4MATIC มีให้เลือก 2 ดีไซน์ด้วยกัน คือ Exclusive และ AMG Premium ดีไซน์ภายนอก โดดเด่นด้วยลายเส้นสวยคมสะดุดตา พร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ เส้นสายหลังคาถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้ายเน้นดีไซน์แบบเรียบหรู ล้ำสมัย ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติโดย GLE 500 e 4MATIC Exclusive จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สี Himalayas grey ส่วน GLE 500 e 4MATIC  AMG Dynamic จะเพิ่มลุคสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอย ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว สี titanium grey ชุดแต่ง AMG bodystyling ที่บริเวณกันชนหน้า-หลัง ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน ดีไซน์ภายใน ยังคงเน้นความหรูหรา สง่างาม แต่แฝงกลิ่นอายความสปอร์ตเอาไว้เช่นเดิมโดยทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมระบบผ่อนแรงและปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ สำหรับ GLE 500 e 4MATIC Exclusive ตกแต่งด้วย          เบาะนั่งหุ้มหนังและมาพร้อมระบบมัลติมีเดียอย่าง วิทยุซีดี MB Audio 20 สำหรับ GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic จะตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง nappa อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบ  COMAND Online ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon® Logic 7® และฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ  iOS (Apply CarPlay™)  นอกจากนี้ห้องโดยสารภายในของทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับเบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำโดยเบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้ทั้ง 1:3/2:3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้น ระบบความปลอดภัยใหม่ที่ผสานความสะดวกสบายและความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน      ซึ่งเรียกว่าระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด ด้วยระบบการช่วยเหลือและระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมฟังก์ชัน Electronic Traction System 4ETS ระบบกันสะเทือนแบบ AIRMATIC ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE system, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program – ESP),และ ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswind assist) เป็นต้น GLE 500 e 4MATIC Exclusive มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน แบบวี เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 6 สูบ ความจุ กระบอกสูบ 2,996 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 333 แรงม้า และกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 116 แรงม้าที่ 5,250-6,000 รอบ/นาที แรงบิด 480 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600-4,000 ต่อนาที อัตราเร่ง0-100 กม./ชม. ที่ 5.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 245 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลัง       แบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC PLUS แบบ DIRECT SELECT พร้อมด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดความจุ 8.7 กิโลวัตต์ น้ำหนักประมาณ 114 กิโลกรัม ไว้ที่ใต้เพลาขับด้านหลังซึ่งมีระบบหล่อเย็นจากน้ำและฝาป้องกันการกระแทกที่ผลิตจากแผ่นโลหะปิดทับไว้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับความปลอดภัยสูงสุดโดยแบตเตอรี่นี้สามารถชาร์ตไฟให้เต็มได้ภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมงส่งผลให้สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าหรือ EV เพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 30 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 130 กม./ชม.

  • GLE 500 e 4MATIC Exclusive ราคา 4,490,000 บาท
  • GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic ราคา 4,990,000 บาท

 

 

 

Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC

Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC มีปรัชญาทางการออกแบบที่ต้องการสื่อถึงความสวยงามและเรียบง่าย สะท้อนผ่านเส้นสายลวดลายที่โค้งมน ผสมผสานความดุดัน ความสะดวกสบาย หรูหรา เทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างลงตัว สำหรับ GLC 250 d 4MATIC มีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน คือ GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD  และ GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ทั้งสองดีไซน์มาพร้อมไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System  และไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED fibre-optic  เพื่อการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ ลายเส้นด้านข้างถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้ายเสริมโครงสร้างตัวรถให้ดูทรงพลังและสง่างาม            ไปพร้อมกัน โดย GLC 250 d 4MATIC  OFF-ROAD จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ในขณะที่ GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว ชุดแต่ง AMG bodystyling  (กันชนหน้า-หลัง) สำหรับ ดีไซน์ภายใน ถูกออกแบบโดยเน้นความหรูหรา ทันสมัย แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายของความสปอร์ตเอาไว้เช่นเดิม โดยทั้งสองรุ่นถูกตกแต่งด้วยลายไม้แบบ Open-pore brown ash wood โครงสร้างตัวถัง เป็นโครงสร้างน้ำหนักเบาที่ผสานด้วยการใช้วัสดุแบบอะลูมิเนียมและโลหะความทนทานสูง ทำให้น้ำหนักของตัวรถเบาลงกว่ารถยนต์รุ่น The GLK-Class ถึง 50 กิโลกรัม ช่วยลดอัตราการใช้พลังงานลงกว่าร้อยละ 19  และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลงร้อยละ 19 เช่นกั GLC 250 d 4MATIC ทั้ง 2 แบบมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ และเกียร์อัตโนมัติ แบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 2,143 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600 -1,800 รอบต่อนาที  อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 222 กม./ชม.

  • GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD 3,240,000 บาท
  • GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic 3,690,000 บาท

Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic

Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic มาพร้อมกับการออกแบบตัวรถให้ดูทันสมัย คล่องแคล่ว ปราดเปรียว และปลอดภัย สามารถตอบสนองทุกความท้าทายของการขับขี่ได้เป็นอย่างดี ดีไซน์ภายนอก ถูกออกแบบให้สื่อถึงพลัง และความสุขุมได้อย่างชัดเจน ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าครีบระบายอากาศคู่ที่ช่วยเน้นให้ตัวรถกว้างขึ้น ตกแต่งด้วยกระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมียมแบบ 2 แถบ พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ ไฟหน้าแบบไบซีนอน         (bi-xenon) ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ในกรอบไฟหน้าและไฟส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืด เพิ่มลุคสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยล้ออัลลอยทูโทน ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 19 นิ้ว         ชุดแต่ง AMG bodystyling ที่บริเวณกันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้าง ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน รวมถึงเพิ่มความรู้สึกกว้างขวางด้วยหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า สำหรับ ดีไซน์ภายใน มีการออกแบบ ก้าวล้ำทันสมัยให้อารมณ์สปอร์ตและสง่างาม เบาะนั่งหุ้มหนัง Artico สลับ DINAMICA microfibre สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ โดยเบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้ทั้ง 1:3 / 2:3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC  แบบ 2 โซน และระบบปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบ ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี กำลังแรงม้า สูงสุดที่ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,200-1,400 รอบ ต่อนาที            อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 6.6 วินาทีความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม.

  • GLA 250 AMG Dynamic 2,440,000 บาท
  • IMG_0523 (edit) MBTh Managment 2 YAOWAWIT 1-29-286 YAOWAWIT 1-29-448 กระบี่-2-28-#-92 ชุมพร 1-27-10 ชุมพร 1-27-80 ชุมพร 1-27-103 ชุมพร-2-27--299
RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดกิจกรรม “Mercedes-Benz Star Charity #stardrive #suv”การทดสอบสมรรถนะยนตกรรมกลุ่มเอสยูวีเส้นทางกรุงเทพฯ – พังงา

YAOWAWIT 1-29-9

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งตลาดรถหรูจัดกิจกรรม Mercedes-Benz Star Charity #stardrive #suvครั้งแรกในประเทศไทย นำทัพสื่อมวลชนร่วมเดินทางในเส้นทางกรุงเทพฯ – พังงา ทดสอบสมรรถนะยนตกรรมในกลุ่ม SUV ครบทั้งพอร์ทโฟลิโอจำนวนรวมกว่า 15 คัน  ได้แก่ Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium, Mercedes-Benz GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC Exclusive, Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD           และ Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic พร้อมชวนสื่อมวลชนลงพื้นที่ปลูกพริกไทย จำนวนกว่าร้อยต้นและมอบเงินสนับสนุนทางการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนเยาววิทย์ จ.พังงา สานต่อเจตนารมณ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

YAOWAWIT 1-29-403

มร. ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า                        “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ “เดอะ เบสท์” (THE BEST) สะท้อนความมุ่งมั่น             ของบริษัทฯ ที่จะนำเสนอ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้กับลูกค้าในวันนี้ และวันข้างหน้า พร้อมสะท้อน                 คุณค่าของแบรนด์ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) ความสมบูรณ์แบบ (Perfection)                   ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและดีไซน์อันทันสมัย เพื่อเป็นการตอบสนอง         ความต้องการ ของผู้บริโภคในทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมารถยนต์กลุ่มเอสยูวี (Sport Utility Vehicle) เป็นกลุ่มรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์รถยนต์กลุ่มนี้มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยนับตั้งแต่มีการเปิดตัวรถยนต์กลุ่มเอสยูวีเมื่อปี 2011                      เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ทำการส่งมอบรถยนต์ในกลุ่มนี้เป็นจำนวนกว่า 4 ล้านคันทั่วโลก และสำหรับ          ในประเทศไทย บริษัทฯได้มีการเปิดตัวรถยนต์ในกลุ่มนี้ไปแล้วทั้งหมด 7 รุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับ       เป็นอย่างดี”

“เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์หรูจึงได้จัดกิจกรรม “Mercedes-Benz Star Charity #stardrive #suv” พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะยนตกรรมในกลุ่มเอสยูวีจำนวนรวม             กว่า 15 คัน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ในการรวบรวมสุดยอดยนตกรรม              ในกลุ่มเอสยูวีครบทั้งพอร์ทโฟลิโอให้สื่อมวลชนได้ทดสอบสมรรถนะอย่างเต็มที่ และนอกจากการ         จัดกิจกรรมทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีรุ่นต่างๆ

TWO_9645

การเดินทางเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันที่อากาศสดใส รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ในกลุ่ม SUV ตั้งแต่ GLA ขึ้นไปจนถึง GLS จอดเรียงรายรอให้สื่อมวลชนได้สัมผัสตลอดระยะเวลา 4 วัน นับจากนี้ ภายหลังจากแนะนำเส้นทางและจับฉลากเลือกรถที่จะลองขับในรอบแรกแล้ว ขบวนก็เริ่มออกจากที่ตั้งเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดแวะพักแรกคือร้านอาหารกลางวันที่ อ.ปราณบุรี ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่ที่พักยังจังหวัดชุมพร วันนี้เราได้ลองขับ 2 รุ่นคือ GLC และGLE BLUETEC HYBRIDE  ที่แม้จะต่างขนาดกันอย่างชัดเจน แต่สมรรถนะเรื่องการยึดเกาะถนนไม่เป็นรองกันแม้แต่น้อยครับ ความสะดวกสบายมาเต็มที่

วันรุ่งขึ้นหลังจากไปไหว้สักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ฯหรือเสด็จเตี่ย กันแล้วเราก็เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าลงใต้ไปยังจังหวัดกระบี่ โดยใช้เส้นทางสาย 4 เพชรเกษม ช่วงนี้ถนนกำลังทำอยู่มาก ทางไม่ดี แต่ด้วยยานพาหนะของเราเป็น GLS จึงแทบจะไม่รู้สึกถึงสภาพถนนที่ย่ำแย่แต่ประการใด

ช่วงทดสอบพิเศษ เมื่อเราวิ่งเข้าเส้น 44 หรือ สาย เซาท์เทิร์นซีบอร์ด (Southern Seaboard) ก็จะเป็นช่วงการทดสอบในรูปแบบและความถนัดของแต่ละคน ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานเราก็เข้าสู่จังหวัดกระบี่ และเข้าที่พักในที่สุด

วันรุ่งขึ้นจุดหมายปลายทางของเราคิอ การทำกิจกรรมช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่โรงเรียน เยาววิทย์ ปลูกต้นพริกไทย (เหมือนน้องๆ จะช่วยพี่มากกว่า) ตามวัตถุประสงค์ของการเดินทางในครั้งนี้โดย

YAOWAWIT 1-29-134

บริษัทฯ ได้นำคณะสื่อมวลชน         ลงพื้นที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคม ณ โรงเรียนเยาววิทย์ จ.พังงา อาทิ ร่วมกับเด็กนักเรียนปลูกพริกไทยจำนวนหนึ่งร้อยต้นซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการด้านการเกษตรที่จัดขึ้นเพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถนำ              ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ นำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว        ได้ในอนาคต ตลอดจนการส่งมอบเงินสนับสนุนทางการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนและบุคลากร เป็นต้น          เพื่อเป็นการสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ในด้าน “ความรับผิดชอบ” (Responsibility) โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่ช่วงที่โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้น เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ให้ความช่วยเหลือ        อย่างต่อเนื่องไม่ใช่แค่เพียงเงินทุนสนับสนุนและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ แต่ยังรวมไปถึงการมอบ         โอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสเพื่อให้พวกเขาได้มีศักยภาพในการใช้ชีวิตและประกอบอาชีพการงานที่ดีในอนาคต ถือเป็นการ ตอกย้ำพันธสัญญาและความร่วมมือของบริษัทฯ ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวมอีกด้วย” มร.ไมเคิล กล่าวเพิ่มเติม

มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์            (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ สำหรับกิจกรรม “Mercedes-Benz Star Charity #stardrive #suv”         ที่จัดขึ้น บริษัทฯ ได้รวบรวมรถยนต์ครบทั้งพอร์ทโฟลิโอในกลุ่ม SUV จำนวนรวมกว่า 15 คัน ได้แก่ Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium, Mercedes-Benz GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC Exclusive, Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD และ Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic  มาให้สื่อมวลชนได้สัมผัสกับสมรรถนะความแข็งแกร่งตลอดจนความสะดวกสบายระหว่างการขับขี่               จากเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งแต่ละรุ่นต่างก็มีรูปลักษณ์ดีไซน์ที่โดดเด่นในสไตล์รถยนต์เอนกประสงค์ มาพร้อมกับสมรรถนะอันทรงพลัง เทคโนโลยีความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่        และผู้โดยสารบนท้องถนนแบบครบครันตลอดจนนวัตกรรมการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างเทคโนโลยี Plug-in HYBRID เป็นต้น ซึ่งทุกองค์ประกอบล้วนได้รับการพัฒนาและออกแบบ        มาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม”

IMG_9848

การเดินทางแม้จะดูเหมือนยาวไกล แต่ด้วยสมรรถนะที่ดีเกินคำบรรยายของรถเมอร์เซ-เบนซ์แต่ละรุ่นที่นำมาใช้ในกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้เราได้รู้สึกถึงความมั่นใจในการเดินทางด้วยความเร็ว และระบบช่วยเหลือต่างๆ ที่เข้ามาช่วยให้การเดินทางครั้งนี้ไม่มีปัญหาหรือการเกิดอุบัติเหตุแม้แต่น้อย

สุดท้ายต้องขอขอบคุณ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ และพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้

ข้อมูลผลิตภัณฑ์กลุ่ม SUV

Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium

Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium เป็นรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีของ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ตระกูลเอสยูวีในฐานะที่เป็น “เอสยูวี              ระดับเอส-คลาส” (S-Class among SUVs) ดีไซน์ภายนอก มีจุดเด่นที่การออกแบบส่วนหน้าของตัวรถ กันชนหลัง และไฟหลังใหม่ มาพร้อมกับความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง AMG ประกอบด้วยกันชนหน้า         และหลังแบบพิเศษ บันไดสำหรับเข้าและออกห้องโดยสารและล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบาขนาด                เส้นผ่านศูนย์กลาง 21 นิ้ว ดีไซน์ภายใน ได้รับการออกแบบห้องโดยสารให้กว้างขวางโดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 7 ท่าน และไฮไลท์ของห้องโดยสาร คือ แผงหน้าปัดของผู้ขับขี่แบบใหม่ซึ่งได้รับการออกแบบให้กลมกลืนกับส่วนหน้าจอความบันเทิงขนาด 8 นิ้ว (20.3 เซนติเมตร)

GLS 350 d 4MATIC AMG Premium มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC เป็นระบบมาตรฐานและคุณสมบัติเด่นอีกมากมาย เช่น นวัตกรรมระบบเกียร์ DYNAMIC SELECT ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกโหมดการทำงานของระบบเกียร์ได้ถึง  6 แบบ ระบบกันสั่นสะเทือน AIRMATIC ซึ่งทำงานร่วมกับระบบ damping system ADS เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงให้กับตัวรถขณะใช้งานและระบบ ACTIVE CURVE SYSTEM ซึ่งเป็นระบบเสริมเพื่อรักษาสมดุลและป้องกันการพลิกคว่ำ โดยระบบดังกล่าวจะทำงานร่วมกับโรลบาร์ ด้านหน้า และเพลาหลังเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้รถพลิกคว่ำขณะเข้าโค้งช่วยเพิ่มความคล่องตัวและสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่น่ารื่นรมย์  GLS 350 d 4MATIC AMG Premium         มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแบบวี ความจุกระบอกสูบ 2,987 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 258 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิด 620 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600-2,400 รอบต่อนาที           อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 7.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 222 กม/ชม.

  • GLS 350 d 4MATIC AMG Premium ราคา 7,990,000 บาท

Mercedes-Benz GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic

GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic มาพร้อมกับ ดีไซน์ภายนอก ที่ดูสปอร์ต และปราดเปรียว ด้วยลายเส้นโค้งเว้าที่ให้ความรู้สึกพลิ้วไหว พร้อมความรู้สึกอันแข็งแกร่งจากกระจังหน้าขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง เสริมไฟหน้าโค้งมนและกรอบไฟแบบ LED Intelligent Light System โดดเด่นด้วยชุดแต่งสปอร์ตแบบ AMG ซึ่งประกอบด้วย กันชนหน้า-หลัง ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว แบบ AMG 5 ก้านคู่ เส้นสายของหลังคาถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทาง       ด้านท้าย แสดงถึงความเรียบหรูและล้ำสมัยพร้อมพาโนรามิคซันรูฟ ซึ่งสามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้อัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า สำหรับ ดีไซน์ภายใน ยังคงความหรูหรา สง่างาม ด้วยการเลือกใช้วัสดุ คุณภาพชั้นดีที่ยืดหยุ่นต่อการใช้งานและสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย เบาะนั่งด้านหลังแบบ 3         ที่นั่ง สามารถพับได้แบบ 1/3 : 2/3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รถรุ่นนี้ยังเพิ่มเติมความสะดวกและความบันเทิงในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้นด้วยระบบ COMAND Online และระบบควบคุมและสั่งงานด้วย Touchpad ด้านเทคโนโลยี มาพร้อมกับระบบ Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่  4 แบบ คือ Individual ที่สามารถช่วยจดจำรูปแบบการขับขี่           ของผู้ขับได้ Comfort ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน Slippery        เหมาะกับการวิ่งบนถนนที่ลื่นSport เน้นการเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้            รถรุ่นนี้ยังได้ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบอากาศพร้อมระบบควบคุมระดับ ADS (Adaptive Damping System) เพื่อรองรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic              มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลแบบ V6 เทอร์โบ พร้อมเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า แบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 2,987 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 258 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิด 620 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 7.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 226 กม./ชม. ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Permanent all-wheel drive

  • GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา 6,990,000 บาท

Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC

Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC ยนตรกรรมกลุ่มเอสยูวีที่เป็นเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ผสมผสานเทคโนโลยีล่าสุดของเครื่องยนต์ไฮบริด นวัตกรรมด้านยานยนต์ และรูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยวเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับ GLE 500 e 4MATIC มีให้เลือก 2 ดีไซน์ด้วยกัน คือ Exclusive และ AMG Premium ดีไซน์ภายนอก โดดเด่นด้วยลายเส้นสวยคมสะดุดตา พร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ เส้นสายหลังคาถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้ายเน้นดีไซน์แบบเรียบหรู ล้ำสมัย ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติโดย GLE 500 e 4MATIC Exclusive จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สี Himalayas grey ส่วน GLE 500 e 4MATIC  AMG Dynamic จะเพิ่มลุคสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอย ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว สี titanium grey ชุดแต่ง AMG bodystyling ที่บริเวณกันชนหน้า-หลัง ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน ดีไซน์ภายใน ยังคงเน้นความหรูหรา สง่างาม แต่แฝงกลิ่นอายความสปอร์ตเอาไว้เช่นเดิมโดยทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมระบบผ่อนแรงและปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ สำหรับ GLE 500 e 4MATIC Exclusive ตกแต่งด้วย          เบาะนั่งหุ้มหนังและมาพร้อมระบบมัลติมีเดียอย่าง วิทยุซีดี MB Audio 20 สำหรับ GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic จะตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง nappa อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบ  COMAND Online ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon® Logic 7® และฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ  iOS (Apply CarPlay™)  นอกจากนี้ห้องโดยสารภายในของทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับเบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำโดยเบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้ทั้ง 1:3/2:3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้น ระบบความปลอดภัยใหม่ที่ผสานความสะดวกสบายและความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน      ซึ่งเรียกว่าระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด ด้วยระบบการช่วยเหลือและระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมฟังก์ชัน Electronic Traction System 4ETS ระบบกันสะเทือนแบบ AIRMATIC ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE system, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program – ESP),และ ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswind assist) เป็นต้น GLE 500 e 4MATIC Exclusive มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน แบบวี เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 6 สูบ ความจุ กระบอกสูบ 2,996 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 333 แรงม้า และกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 116 แรงม้าที่ 5,250-6,000 รอบ/นาที แรงบิด 480 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600-4,000 ต่อนาที อัตราเร่ง0-100 กม./ชม. ที่ 5.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 245 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลัง       แบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC PLUS แบบ DIRECT SELECT พร้อมด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดความจุ 8.7 กิโลวัตต์ น้ำหนักประมาณ 114 กิโลกรัม ไว้ที่ใต้เพลาขับด้านหลังซึ่งมีระบบหล่อเย็นจากน้ำและฝาป้องกันการกระแทกที่ผลิตจากแผ่นโลหะปิดทับไว้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับความปลอดภัยสูงสุดโดยแบตเตอรี่นี้สามารถชาร์ตไฟให้เต็มได้ภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมงส่งผลให้สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าหรือ EV เพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 30 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 130 กม./ชม.

  • GLE 500 e 4MATIC Exclusive ราคา 4,490,000 บาท
  • GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic ราคา 4,990,000 บาท

 

 

 

Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC

Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC มีปรัชญาทางการออกแบบที่ต้องการสื่อถึงความสวยงามและเรียบง่าย สะท้อนผ่านเส้นสายลวดลายที่โค้งมน ผสมผสานความดุดัน ความสะดวกสบาย หรูหรา เทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างลงตัว สำหรับ GLC 250 d 4MATIC มีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน คือ GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD  และ GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ทั้งสองดีไซน์มาพร้อมไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System  และไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED fibre-optic  เพื่อการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ ลายเส้นด้านข้างถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้ายเสริมโครงสร้างตัวรถให้ดูทรงพลังและสง่างาม            ไปพร้อมกัน โดย GLC 250 d 4MATIC  OFF-ROAD จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ในขณะที่ GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว ชุดแต่ง AMG bodystyling  (กันชนหน้า-หลัง) สำหรับ ดีไซน์ภายใน ถูกออกแบบโดยเน้นความหรูหรา ทันสมัย แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายของความสปอร์ตเอาไว้เช่นเดิม โดยทั้งสองรุ่นถูกตกแต่งด้วยลายไม้แบบ Open-pore brown ash wood โครงสร้างตัวถัง เป็นโครงสร้างน้ำหนักเบาที่ผสานด้วยการใช้วัสดุแบบอะลูมิเนียมและโลหะความทนทานสูง ทำให้น้ำหนักของตัวรถเบาลงกว่ารถยนต์รุ่น The GLK-Class ถึง 50 กิโลกรัม ช่วยลดอัตราการใช้พลังงานลงกว่าร้อยละ 19  และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลงร้อยละ 19 เช่นกั GLC 250 d 4MATIC ทั้ง 2 แบบมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ และเกียร์อัตโนมัติ แบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 2,143 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600 -1,800 รอบต่อนาที  อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 222 กม./ชม.

  • GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD 3,240,000 บาท
  • GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic 3,690,000 บาท

Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic

Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic มาพร้อมกับการออกแบบตัวรถให้ดูทันสมัย คล่องแคล่ว ปราดเปรียว และปลอดภัย สามารถตอบสนองทุกความท้าทายของการขับขี่ได้เป็นอย่างดี ดีไซน์ภายนอก ถูกออกแบบให้สื่อถึงพลัง และความสุขุมได้อย่างชัดเจน ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าครีบระบายอากาศคู่ที่ช่วยเน้นให้ตัวรถกว้างขึ้น ตกแต่งด้วยกระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมียมแบบ 2 แถบ พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ ไฟหน้าแบบไบซีนอน         (bi-xenon) ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ในกรอบไฟหน้าและไฟส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืด เพิ่มลุคสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยล้ออัลลอยทูโทน ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 19 นิ้ว         ชุดแต่ง AMG bodystyling ที่บริเวณกันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้าง ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน รวมถึงเพิ่มความรู้สึกกว้างขวางด้วยหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า สำหรับ ดีไซน์ภายใน มีการออกแบบ ก้าวล้ำทันสมัยให้อารมณ์สปอร์ตและสง่างาม เบาะนั่งหุ้มหนัง Artico สลับ DINAMICA microfibre สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ โดยเบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้ทั้ง 1:3 / 2:3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC  แบบ 2 โซน และระบบปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบ ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี กำลังแรงม้า สูงสุดที่ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,200-1,400 รอบ ต่อนาที            อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 6.6 วินาทีความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม.

  • GLA 250 AMG Dynamic 2,440,000 บาท
  • IMG_0523 (edit) MBTh Managment 2 YAOWAWIT 1-29-286 YAOWAWIT 1-29-448 กระบี่-2-28-#-92 ชุมพร 1-27-10 ชุมพร 1-27-80 ชุมพร 1-27-103 ชุมพร-2-27--299
RELATED ARTICLES