Friday, June 21, 2024
Homeเคล็ดไม่ลับเรื่องขี้ผงเล็กๆ ที่สร้างปัญหาใหญ่ๆให้กับ ECO Car

เรื่องขี้ผงเล็กๆ ที่สร้างปัญหาใหญ่ๆให้กับ ECO Car

image

ECO Car รถเล็กๆที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ขนาดกระทัดรัด เครื่องยนต์ซีซีน้อยๆ กำลังไม่เยอะมาก ประหยัดน้ำมันและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ความที่เป็นรถสำหรับคนเมือง การใช้งานด้วยความเคยชิน อาจจะทำให้เจ้าของรถละเลยหรือหลงลืมไปว่า นอกจากการเข้าศูนย์ตามระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ระหว่างนั้นก็ต้องดูแลเหมือนรถทั่วๆไปเช่นกัน

สำหรับเคล็ดไม่ลับฉบับนี้เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อต้องเดินทางยาวๆ ทว่าในระหว่างการเดินทางต้องประสบกับอาการอืดเร่งไม่ขึ้น และรถคันเก่งกินน้ำมันผิดปกติ ถามว่าไปได้ไหม ได้ครับแต่รถที่มีแรงม้าแค่ไม่กี่สิบตัวถ้าหายไปสัก 10% อาการมันออกชัดเจนและเห็นความแตกต่างมากกว่าพวกรถใหญ่ๆ ซีซีเยอะๆ ครับ
การเดินทางของรถเล็กๆ ถ้าอืดเร่งแซงไม่ค่อยไป อันนี้อันตรายนะครับ

image
ขับรถต้องหมั่นสังเกต ราคาของกรองกากาศใหม่ๆ ถูกกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มันกินเพิ่มขึ้นนะครับ เราสามารถสังเกตอาการกรองตันได้ง่ายๆด้วยตัวคุณเองตามนี้นะครับ
1.เริ่มมีอัตราการสิ้นเปลืองเพิ่มมากขึ้น แม้ตัวเลขจะแตกต่างไปจากเดิมแค่ 1-2 กม/ลิตรก็ตาม
2.อัตราเร่งช่วงต้นๆ มันหายไป ต้องกดคันเร่งมากขึ้นและเวลาถอนคันเร่งแล้วมีอาการเหมือนรถหัวทิ่มนิดๆ (คล้ายกับเราเปลี่ยนเกียร์ต่ำ)
3.คันเร่งเริ่มหนักขึ้น กดแล้วรถไม่ค่อยไป ถึงจะเป็นคันเร่งไฟฟ้าก็ตาม อาการแบบนี้ก็จะปรากฎให้เราได้รู้สึก
4.เสียงเครื่องยนต์ดังมากขึ้นเวลาที่เราเร่งเครื่อง คือไม่ถึงกับโอดครวญแต่มันจะดังแบบฝืนๆ ครับ

แค่ความรู้สึกผิดปกติเท่านี้มันก็บอกเราได้แล้วครับ ไม่นับถึงเลขไมล์(เพราะรถแต่ละคันวิ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน อายุของกรองอากาศก็แตกต่างกัน)
ถ้าอยู่ใกล้อู่ หรือเอาเข้าศูนย์บริการ ก็เอาไปให้เขาช่วยเป่าฝุ่นได้ครับ แต่ถ้าอยู่ต่างถิ่นไม่รู้เหนือรู้ใต้แล้วยังจะต้องเดินทางต่อ เราก็สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ครับ ด้วยการถอดเอากรองอากาศออกมา แล้วใช้วิธีเคาะกับพื้น โดยเอาหน้าที่สัมผัสฝุ่นคว่ำลงพื้น เริ่มเคาะเบาๆก่อน เพื่อป้องกันความเสียหาย หากยังคงสภาพดีก็เพิ่มแรงเข้าไปอีกหน่อย จะเห็นว่ามีเศษฝุ่นผงร่วงหล่นออกมามากพอสมควร จากนั้นก็ใส่กลับเข้าที่เดิม เท่านี้ ECO Car คันเก่งของคุณก็กลับมาวิ่งฉิวได้แล้วครับ จากนั้นเมื่อมีเวลาเราจะเปลี่ยนใหม่ไปเลยครับ
ข้อแนะนำเบื้องต้น
การเป่ากรองอากาศนั้น ให้เป่าจากทางด้านหลัง (สวนทางกับทิศทางของฝุ่น) ออกไปด้านหน้า เพื่อดันฝุ่นให้หลุดจากกรอง ห้ามเป่าจากหน้ากรองซึ่งจะเท่ากับเป็นการดันฝุ่นให้ฝังลงในกระดาษกรองแน่นยิ่งขึ้น
เวลาหยิบกรองออกมา อย่าใช้นิ้วหรือเครื่องมือใดๆไปขูดที่ตัวไส้กรองนะครับ เพราะจะทำให้ฝุ่นฝังแน่นเข้าไปอีก รวมทั้งยังอาจจะทำให้ไส้กรองเกิดฉีกขาดได้
จำไว้ว่า การเอาออกมาเคาะแบบนี้ เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ทางที่ถูกต้องคือ การถอดเอากรองอากาศออกมาเป่าไล่ฝุ่นทุกๆ 2,000-2,500 กม.ครับและเปลี่ยนใหม่ทันทีเมื่อไส้กรองมีอายุการใช้งานเกินกว่า 20,000 กม. (ตามสภาพ)
งานง่ายๆ ฝึกมือไว้สำหรับงานดูแลส่วนอื่นๆของรถคันเก่งเราต่อไป สวัสดีครับ

image

image
ฝุ่นหยาบๆ ที่ร่วงมาจากการเคาะไส้กรองกับพื้นครับ แค่นี้ก็ช่วยให้รถวิ่งลื่นถึงจุดหมายได้แล้ว
imageimage

RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




เรื่องขี้ผงเล็กๆ ที่สร้างปัญหาใหญ่ๆให้กับ ECO Car

image

ECO Car รถเล็กๆที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ขนาดกระทัดรัด เครื่องยนต์ซีซีน้อยๆ กำลังไม่เยอะมาก ประหยัดน้ำมันและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ความที่เป็นรถสำหรับคนเมือง การใช้งานด้วยความเคยชิน อาจจะทำให้เจ้าของรถละเลยหรือหลงลืมไปว่า นอกจากการเข้าศูนย์ตามระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ระหว่างนั้นก็ต้องดูแลเหมือนรถทั่วๆไปเช่นกัน

สำหรับเคล็ดไม่ลับฉบับนี้เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อต้องเดินทางยาวๆ ทว่าในระหว่างการเดินทางต้องประสบกับอาการอืดเร่งไม่ขึ้น และรถคันเก่งกินน้ำมันผิดปกติ ถามว่าไปได้ไหม ได้ครับแต่รถที่มีแรงม้าแค่ไม่กี่สิบตัวถ้าหายไปสัก 10% อาการมันออกชัดเจนและเห็นความแตกต่างมากกว่าพวกรถใหญ่ๆ ซีซีเยอะๆ ครับ
การเดินทางของรถเล็กๆ ถ้าอืดเร่งแซงไม่ค่อยไป อันนี้อันตรายนะครับ

image
ขับรถต้องหมั่นสังเกต ราคาของกรองกากาศใหม่ๆ ถูกกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มันกินเพิ่มขึ้นนะครับ เราสามารถสังเกตอาการกรองตันได้ง่ายๆด้วยตัวคุณเองตามนี้นะครับ
1.เริ่มมีอัตราการสิ้นเปลืองเพิ่มมากขึ้น แม้ตัวเลขจะแตกต่างไปจากเดิมแค่ 1-2 กม/ลิตรก็ตาม
2.อัตราเร่งช่วงต้นๆ มันหายไป ต้องกดคันเร่งมากขึ้นและเวลาถอนคันเร่งแล้วมีอาการเหมือนรถหัวทิ่มนิดๆ (คล้ายกับเราเปลี่ยนเกียร์ต่ำ)
3.คันเร่งเริ่มหนักขึ้น กดแล้วรถไม่ค่อยไป ถึงจะเป็นคันเร่งไฟฟ้าก็ตาม อาการแบบนี้ก็จะปรากฎให้เราได้รู้สึก
4.เสียงเครื่องยนต์ดังมากขึ้นเวลาที่เราเร่งเครื่อง คือไม่ถึงกับโอดครวญแต่มันจะดังแบบฝืนๆ ครับ

แค่ความรู้สึกผิดปกติเท่านี้มันก็บอกเราได้แล้วครับ ไม่นับถึงเลขไมล์(เพราะรถแต่ละคันวิ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน อายุของกรองอากาศก็แตกต่างกัน)
ถ้าอยู่ใกล้อู่ หรือเอาเข้าศูนย์บริการ ก็เอาไปให้เขาช่วยเป่าฝุ่นได้ครับ แต่ถ้าอยู่ต่างถิ่นไม่รู้เหนือรู้ใต้แล้วยังจะต้องเดินทางต่อ เราก็สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ครับ ด้วยการถอดเอากรองอากาศออกมา แล้วใช้วิธีเคาะกับพื้น โดยเอาหน้าที่สัมผัสฝุ่นคว่ำลงพื้น เริ่มเคาะเบาๆก่อน เพื่อป้องกันความเสียหาย หากยังคงสภาพดีก็เพิ่มแรงเข้าไปอีกหน่อย จะเห็นว่ามีเศษฝุ่นผงร่วงหล่นออกมามากพอสมควร จากนั้นก็ใส่กลับเข้าที่เดิม เท่านี้ ECO Car คันเก่งของคุณก็กลับมาวิ่งฉิวได้แล้วครับ จากนั้นเมื่อมีเวลาเราจะเปลี่ยนใหม่ไปเลยครับ
ข้อแนะนำเบื้องต้น
การเป่ากรองอากาศนั้น ให้เป่าจากทางด้านหลัง (สวนทางกับทิศทางของฝุ่น) ออกไปด้านหน้า เพื่อดันฝุ่นให้หลุดจากกรอง ห้ามเป่าจากหน้ากรองซึ่งจะเท่ากับเป็นการดันฝุ่นให้ฝังลงในกระดาษกรองแน่นยิ่งขึ้น
เวลาหยิบกรองออกมา อย่าใช้นิ้วหรือเครื่องมือใดๆไปขูดที่ตัวไส้กรองนะครับ เพราะจะทำให้ฝุ่นฝังแน่นเข้าไปอีก รวมทั้งยังอาจจะทำให้ไส้กรองเกิดฉีกขาดได้
จำไว้ว่า การเอาออกมาเคาะแบบนี้ เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ทางที่ถูกต้องคือ การถอดเอากรองอากาศออกมาเป่าไล่ฝุ่นทุกๆ 2,000-2,500 กม.ครับและเปลี่ยนใหม่ทันทีเมื่อไส้กรองมีอายุการใช้งานเกินกว่า 20,000 กม. (ตามสภาพ)
งานง่ายๆ ฝึกมือไว้สำหรับงานดูแลส่วนอื่นๆของรถคันเก่งเราต่อไป สวัสดีครับ

image

image
ฝุ่นหยาบๆ ที่ร่วงมาจากการเคาะไส้กรองกับพื้นครับ แค่นี้ก็ช่วยให้รถวิ่งลื่นถึงจุดหมายได้แล้ว
imageimage

RELATED ARTICLES