Share

ไปลองขับ Honda Civic 1.8 & 1.5 Turbo ภูเก็ต-กระบี่-ภูเก็ต กันครับ

DSC_3682

“ไม่มีอะไรเหนือกว่า Civic ได้นอกจาก Civic…” เป็นประโยคที่ชัดเจนในความหมาย เพราะหลังจากที่ได้ร่วมกิจกรรมทดลองขับ All New Civic ที่จังหวัดภูเก็ต ทั้ง 2 รุ่น ทำให้เข้าใจถึงประโยคเด็ดนี้จริงๆ ก่อนเริ่มต้นการเดินทาง ได้ฟังการบรรยายแนะนำข้อมูลเบื้องต้นของ All New Civic ทั้งรุ่น 1.8 และ 1.5 เทอร์โบ ทำให้มีข้อมูลสำหรับรองรับการเดินทางพอสมควร นอกจากนั้นทีมเจ้าหน้าที่ฮอนด้า  ที่จัดตารางและเส้นทางได้อย่างลงตัว กับการเริมต้นจากจังหวัดภูเก็ตไปยังจังหวัดกระบี่ แล้วย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง เส้นทางมีทั้งคดเคี้ยว ทางตรง ให้ได้ลองพละกำลังกันพอหอมปากหอมคอ

 

ใหม่หมดทั้งตัวและหัวใจ

ซีวิค ใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Creating a way of life”  โดยมีพื้นฐานการพัฒนา อันประกอบด้วยหลัก 3 ประการ คือ

  • Charismatic – ความโดดเด่นของดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งความโดดเด่นของเทคโนโลยี และสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
  • Soulful – จิตวิญญาณที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อน
  • Comfortable – สุนทรียภาพทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยเหนือระดับ

ภายใจแนวคิดนี้ทำให้เราได้สัมผัสรถ ซีวิคใหม่ที่มีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างจากเดิมๆไปอย่างมาก โดย

รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Revolutionary Silhouette Advanced Neo Sedan”  เน้นการออกแบบในสไตล์ที่ล้ำสมัยบนพื้นฐานการจัดวางโครงสร้างภายในอย่างมีระดับด้วยลักษณะตัวถังที่ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่ง ผสานกับเส้นสายด้านข้างตัวรถที่คมชัด สะท้อนรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว สปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าโครเมียมรูปร่างคล้ายปีกที่วางตัวเป็นแนวยาวเต็มกรอบกระจังหน้า เชื่อมต่อกับไฟหน้าสไตล์สปอร์ต พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ทั้งยังโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED

เสากระจกบังลมหน้า (A-Pillar) ของ ซีวิค ใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีทัศนวิสัยด้านหน้าที่กว้างยิ่งขึ้น ขณะที่แนวเส้นหลังคาลาดเทลงไปด้านหลัง เชื่อมต่อกับเสากระจกบังลมหลัง (C-Pillar) ได้อย่างกลมกลืน โดยที่แผ่นกระจกบังลมหลังโค้งสอดรับกับแนวตัวถังด้านท้ายทั้งสองมุมได้อย่างลงตัว

 _DSC0259

การออกแบบภายในห้องโดยสาร

 

จากแนวคิดการออกแบบภายในห้องโดยสารแบบ “Daring Ace Design” ซึ่งเป็นการพลิกโฉมการออกแบบรถซีดานสู่รูปแบบใหม่ที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น เน้นการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง และเส้นสายการออกแบบที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียมไปพร้อมกัน  ผสานกับเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่ออันทันสมัย โดยยังคงยึดหลัก “Man Maximum, Machine Minimum” ที่ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก รวมถึงการพัฒนาให้มีระยะฐานล้อที่เพิ่มขึ้นและตัวถังที่กว้างขึ้น ทำให้ห้องโดยสารของ ซีวิค ใหม่ กว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถยนต์ในระดับ D-Segment ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบายเพิ่มระยะห่างช่วงสะโพกของผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า และพื้นที่ช่วงหัวเข่าของผู้โดยสารด้านหลังให้มากยิ่งขึ้น    แผงหน้าปัดได้รับการออกแบบใหม่ ทำให้พื้นที่ในส่วนของระบบปรับอากาศมีขนาดกะทัดรัด และส่งผลให้พื้นที่ช่วงหัวเข่ากว้างขึ้น มาตรวัด ประกอบด้วย มาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ มาตรวัดระดับเชื้อเพลิง และรอบเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่มีมาตรวัดความเร็วแสดงผลเป็นตัวเลขดิจิตอล ส่วนแผงหน้าปัดด้านบนออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกัน ทำให้พื้นที่ช่วงหัวเข่าของที่นั่งด้านคนขับกว้างขึ้น

 

2 เครื่องยนต์ 2 สมรรถนะ

 

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มาพร้อม 2 ขุมพลังเครื่องยนต์ ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและสมรรถนะในการขับขี่ ได้แก่

  1. เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้การขับขี่ที่เร้าใจและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โดยให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที รองรับ E85

_DSC0258

  1. เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ใหม่ พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดแบบ flat torque 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบต่อนาที โดยใช้เทคโนโลยีหัวฉีดไดเรคท์ อินเจคชั่น ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรงพร้อมการออกแบบท่อไอดีแบบตรง และเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ช่วยอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้รวดเร็วและปริมาณเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ซึ่งให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร

_DSC0256

 

ระบบส่งกำลัง

 

ระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง หรือ CVT (Continuously Variable Transmission) นุ่มนวล และให้อัตราเร่งที่ดี  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการขับเคลื่อนด้วยความเร็วคงที่ในช่วงรอบต่ำ และการที่ชุดเกียร์มีระยะอัตราทดที่กว้างจึงช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อใช้ความเร็วสูง

ระบบเกียร์ CVT ของ    ซีวิค ใหม่ จะปรับอัตราทดเกียร์จากจังหวะหนึ่งไปอีกจังหวะหนึ่งได้อย่างแม่นยำและราบรื่น เพราะมีระบบสมองกลคอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเกียร์เพื่อเลือกอัตราทดเกียร์ที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับสภาพการขับขี่

 

ระบบช่วงล่างหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการขับที่เน้นสมรรถนะ และการตอบสนองต่อการขับเคลื่อนที่ฉับไว ทั้งยังให้ความนุ่มนวลและการทรงตัวที่ดี โดยแขนปีกนกล่างเชื่อมต่อเข้ากับซับเฟรมด้านหน้าและตัวถังผ่านทางบูชที่มีการบรรจุของเหลวเอาไว้ภายใน ซึ่งช่วยขจัดปัญหาเรื่องเสียงรบกวน การสั่นสะเทือน และความกระด้าง (NVH) ที่มาจากถนน

ระบบช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงค์ ประกอบไปด้วยแขนยึดเหล็กปั๊มขึ้นรูป ดุมล้อ ที่ผลิตจากอะลูมินั่มอัลลอย และเหล็กกันโคลง  ปีกนกหลังมีขนาดที่ใหญ่และยาวขึ้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน  ในส่วนของเทรลลิงอาร์มจะถูกติดตั้งอยู่ที่โครงสร้างตัวถังผ่านทางบูชที่มีการบรรจุของเหลวเอาไว้ภายใน (เฉพาะในรุ่น 1.5 เทอร์โบ) เพื่อช่วยลดเสียงรบกวน การสั่นสะเทือน และความกระด้าง (NVH) ในขณะขับขี่ โดยที่ยังคงความแม่นยำในการควบคุมรถเอาไว้

 

ลองขับไปด้วยกัน

ช่วงแรกของการทอลองขับ ผู้เขียนได้รุ่น 1.8 ลิตร EL ความรู้สึกแรกเมื่อได้เข้าไปนั่งในห้องโดยสารของ ซีวิคใหม่ สิ่งที่คุณจะพบคือ ท่านั่งเปลี่ยนไป เบาะนั่งที่ปรับให้ต่ำกว่าเดิม ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังจะผสานร่างเราเข้ากับรถ  มุมขาค่อนข้างดี เท้าซ้ายและขาวอยู่ในระดับเดียวกัน ช่วยให้ไม่เมื่อยล้าเมื่อต้องขับระยะทางไกลๆ

พวงมาลัยสูง แม้จะดูขัดกับความรู้สึก แต่เมื่อขับไปได้สักระยะก็ชิน แล้วจะพบว่ามันช่วยให้การบังคับควบคุมรถทำได้สะดวกยิ่งขึ้น

บิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ แม้แต่เสียงครางเบาๆ ยังไม่มีให้ได้ยิน เข้าเกียร์ D แล้วกดคันเร่งออกไปตามเส้นทาง คราวนี้แหละ ความแตกต่างจากรุ่นเดิมแสดงตัวออกมาอย่างชัดเจน นั่นคือ ความนุ่มนวล ความแม่นยำของพวงมาลัย (ไม่ใช่ของเดิมจะไม่ดี แต่ของใหม่เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก) ช่วงล่างการยึดเกาะถนนทำได้ออกการคล้ายรถยุโรป นุ่มหนึบ ไม่สั่นไม่เต้น  การเก็บเสียงดีมาก โดยเฉพาะเสียงลมที่แทบจะไม่มีเข้ามาเลย ความดีตรงจุดนี้ต้องยกให้การออกแบบตัวรถที่ลดการต้านของกระแสอากาศได้ดี ทว่าเสียงจากพื้นถนนกลับมีมากจน รู้สึกได้ แม้จะเป็นยางใหม่ๆ ก็ตามที

เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ให้การตอบสนองต่อความต้องการของผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี เมื่อทำงานร่วมกับเกียร์ CVT  แล้ว เร่งความเร็วขึ้นไปถึงความเร็วเดินทางได้โดยไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนอัตราทดแม้แต่น้อย แม้อาการจะไม่ฉูดฉาดมากนัก แต่ก็ให้พลังและอัตราเร่งที่สมตัว

อาการเบรก แม้จะรู้สึกว่าการใช้ดิสก์เบรก 4 ล้อ ส่วนใหญ่จะเจออาการหยุดแบบไม่ค่อยนุ่มนวล แต่สำหรับ ซีวิคใหม่นี้ เมื่อวางเท้ากดเบรก จะเริ่มรู้สึกถึงการทำงานได้ทันที และเมื่อต้องหยุด ก็นุ่มหนึบหยุดได้ง่ายๆ ไม่มีแถม ไม่มีอาการหัวทิ่มให้เห็นแม้แต่น้อย

DSC_4926

ระยะทางจากภูเก็ตไปกระบี่ดูเหมือนจะไม่เพียงพอกับความสนุกที่เราได้รับจากการขับ ซีวิค 1.8 ลิตร ก็ถึงเวลาต้องมาลองขับรุ่น 1.5 เทอร์โบ ในเที่ยวกลับ

แรงม้าสูงขึ้น พลังมากขึ้น แต่กินน้ำมันน้อยลง เชื่อหรือไม่ว่ารุ่น 1.5 เทอร์โบนี่ มีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงดีกว่ารุ่น 1.8 ลิตร นั่นเป็นเพราะแรงบิดที่มากกว่า ทำให้การออกตัว และอัตราเร่งดีขึ้น โดยใช้รอบเครื่องต่ำกว่านั่นเองครับ

เที่ยวกลับเราได้ขับรุ่น 1.5 เทอร์โบ อย่างที่กล่าวไว้ ก่อนจะเข้ามานั่งในห้องโดยสาร ตำแหน่งเดิม “ผู้ขับขี่” สิ่งแรกที่เห็นความแตกต่างคือ “ปุ่มกดสตาร์ทเครื่องยนต์ล่วงหน้า” ซึ่งเจ้าของสามารถกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ได้จากรีโหมดครับ ไม่ต้องปลดล๊อคใดๆ ทั้งนี้เพื่อเปิดแอร์ระบายความร้อน ช่วยอุ่นเครื่องยนต์ตอนเช้าๆ อำนวยความสะดวกให้นั่นเอง พอเข้ามานั่ง จอหน้าปัดส่วนบอกรอบและความเร็ว ก็จะไม่เหมือนรุ่น 1.8 โทนสีหน้าปัดเปลี่ยนเป็นดำแดง แม้แต่เบาะนั่งก็ยังสวยกว่า

เสียงเครื่องยนต์เงียบมาก หากใครคาดหวังว่าจะได้ยินเสียงกระหึ่ม เสียงดูดอากาศของเทอร์โบแล้ว ขอบอกว่าผิดหวังครับ ซีวิค 1.5 เทอร์โบ ขอบอกว่าเครื่องยนต์เงียบมาก แม้จะกดหนักๆ ก็มีแค่แรงดึงนิดๆ กับอัตราเร่งที่ขึ้นไปอย่างรวดเร็วเท่านั้นที่จะรู้สึกแตกต่างจากรุ่น 1.8 ลิตร ส่วนเสียงของยาง กลับเงียบกว่า ซึ่งเมื่อมาจอกเปรียบเทียบกันแล้ว จึงทราบสาเหตุ เพราะยีห้อยางที่แตกต่างกัน ในรุ่น 1.8 ร่องยางมีความกว่างมาก จึงเกิดเสียงรบกวนมากตามมา แต่ไม่เกี่ยวกับการยึดเกาะถนนนะครับ

IMG_4191

สิ่งที่แตกต่างกันอีกส่วนคือ ช่วงล่างที่มีความหนึบแน่นกว่า โดยได้รับข้อมูลว่า เกิดจากการใช้สปริงหลังที่มีความแข็งแตกต่างกัน กับ บุ๊ชช่วงล่างบางจุดที่รุ่น 1.5 เทอร์โบ จะใช้บุ๊ช ไฮดรอลิค ส่วนรุ่น 1.8 ลิตร จะเป็นยางทั่วไปเท่านั้นเองครับ

ระยะทางกับเวลาช่างไม่สัมพันธ์กันเลย เพราะยังไม่ไร เราก็กลับมาถึงยังโรงแรมที่พัก ทิ้งไว้แต่คำถามที่หลายคนอยากทราบ “ซื้อรุ่นไหนดี”  คงจะเป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบด้วยตัวเองแหละครับ เพราะสำหรับผู้เขียนยังรู้สึก “รักพี่ เสียดายน้อง” รุ่น 1.8 ลิตร นุ่มนวล การดูแลรักษาในระยะยาวไม่สูงมาก ในขณะที่ 1.5 เทอร์โบ ขับสนุก ไม่ต้องพะวงเรื่องกินน้ำมัน เพราะฉะนั้น คำตอบนี้ ต้องตัวคุณเองเท่านั้นที่จะบอกได้ครับ

สุดท้ายต้องขอขอบคุณ ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ทีม PR และเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เปิดโอกาสให้ www.autofreestyle.com ได้เข้าร่วมในประสบการณ์ดีๆ ครั้งนี้

 

DSC_4894DSC_2749

ซีวิค 1.8 ลิตรDSC_2672 DSC_2678 DSC_2741 DSC_2824 DSC_3127

DSC_3154

ซีวิค 1.5 เทอร์โบ

DSC_2876 DSC_2908 DSC_2918 DSC_3273 DSC_3292 DSC_4663

 

DSC_4723

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ด้วยราคา ดังนี้

  • รุ่น TURBO RS ราคา 1,199,000 บาท
  • รุ่น TURBO ราคา 1,099,000 บาท
  • รุ่น 1.8 EL ราคา 959,000 บาท
  • และรุ่น 1.8 E ราคา 869,000 บาท

สี

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และ 2 สีใหม่ ได้แก่ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก)

 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/civic

หมายเหตุ:

– อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

– สำหรับสีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

 

1 Comment on this Post

  1. แนน (ที่ปรึกษาการขายฮอนด้า) ยินดีให้บริการค่ะ ^^
    รับจองพร้อมให้คำปรึกษา ผ่อน ดาวน์ รถยนต์ Honda ทุกรุ่น
    ติดต่อ Tel.081-3561642 LineID : libly_nann

    ก่อนซื้อรถ…อย่าลืมแอดไลน์มาสอบถามกันก่อนนะค๊ะ
    ปล.กดถูกใจเพจเพื่อติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดี ๆ จากฮอนด้านะคะ

Leave a Comment