Thursday, June 20, 2024
HomeไปไหนมาAll New Honda City ภาคแรกของการทดสอบ

All New Honda City ภาคแรกของการทดสอบ

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรม “ทดสอบสมรรถนะของ All New Honda City”  ที่จังหวัดเชียงราย โดย www.autofreestyle.com ได้เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ด้วยเช่นกันครับ

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 4 โดยซิตี้ รุ่นแรกซึ่งเปิดตัวในปี 2539 ถือกำเนิดขึ้นมาโดยเป็นยนตรกรรมที่ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้าในตลาดเอเชียโดยเฉพาะ และนับตั้งแต่รุ่นที่ 2 เป็นต้นมา ซิตี้ ได้ขยายสู่ตลาดอื่นๆ ของโลก เช่น จีน หลังจากนั้น ในรุ่นที่ 3  ซิตี้  ได้ถูกจำหน่ายไปมากกว่า   50  ประเทศทั่วโลก และมียอดการผลิตต่อปีในปี 2553 มากกว่า 300,000 คัน ส่วนในด้านยอดขายนั้นก็มีตัวเลขสูงกว่าฮอนด้า แอคคอร์ด, ซีวิค และแจ๊ซ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมอย่างมากที่มีต่อฮอนด้า ซิตี้ นอกจากนั้น ฮอนด้ายังได้พัฒนาซิตี้ ใหม่ ให้เป็นรถซีดานที่สามารถเป็นเจ้าของได้และมีความภูมิใจกับตัวรถทั้งด้านรูปลักษณ์ที่ดูสวยโดดเด่นและสมรรถนะการขับขี่ที่เป็นเยี่ยม

แนวคิดการพัฒนา

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด Advanced Cool Stunner  โดยนำเสนอคุณค่าที่มีเหนือกว่าสิ่งที่สามารถพบได้ในรถซับคอมแพ็คท์ที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมาพร้อมกับการออกแบบที่สปอร์ต โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นรถที่เป็นผู้นำด้านความประหยัดน้ำมัน เติมเต็มอารมณ์ในการขับขี่ด้วยสัมผัสแห่งความปลอดภัยซึ่งตอบรับกับลูกค้าทั่วโลก  ฮอนด้ามีความภูมิใจในการนำเสนอ ซิตี้ ใหม่ ซึ่งเป็นดาวดวงใหม่ที่มีความโดดเด่นดึงดูดทุกสายตาเมื่อก้าวสู่ตลาดรถยนต์ทั่วโลก

โดดเด่นอย่างสปอร์ต (Cool Sport)

กับการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับคนมากกว่าเครื่องจักร หรือ “Man Maximum  Machine Minimum” รถจึงถูกออกแบบให้มีความสปอร์ตด้วยเส้นสายที่ให้สัมผัสแห่งพลังของการขับเคลื่อนที่ดูคล้ายกับรถสปอร์ตคูเป้ ถึงแม้ว่ารถจริงจะมาพร้อมกับห้องโดยสารที่กว้างขวางก็ตาม และนี่คือรูปลักษณ์การออกแบบใหม่ของรถซับคอมแพ็คท์ซีดานสำหรับศักราชใหม่

ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ  (Best Fuel – Efficiency)

มีการใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบามาใช้กับหลายส่วนของตัวรถ  เช่น  เครื่องยนต์  ตัวถัง   และแชสซีส์โดยขุมพลังที่ดีที่สุดนั้นได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพถนนในแต่ละประเทศ และช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันมากขึ้นไปอีกด้วยนวัตกรรมของฮอนด้าอย่างเทคโนโลยีเอิร์ธดรีม นอกจากนี้ตัวรถยังมีการออกแบบให้สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจในการประหยัดน้ำมันมากขึ้น

ความสะดวกสบาย  (Be Comfort)

ฮอนด้าให้ความสนใจอย่างมากในการสร้างสรรค์ความสะดวกสบายของรถที่จะต้องตอบสนองให้ได้มากกว่าระดับความต้องการขั้นพื้นฐานที่มีต่อรถซีดานของลูกค้า อย่างแรกคือ ห้องโดยสารที่กว้างขวางทั้งส่วนของเบาะหน้าและเบาะหลัง สนุกสนานไปกับการเดินทางด้วยคุณภาพเสียงที่ได้รับจากลำโพงทั้ง 8 ตัวที่ติดตั้งในรถ และความสะดวกสบายกับอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ช่องสายไฟสำรองสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advance Touch ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ SOHC i-VTEC 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่  4,700 รอบต่อนาที โดยได้รับการปรับปรุงบนพื้นฐานของบล็อกที่ใช้งานในปัจจุบัน ทั้งนี้ฮอนด้านำเสนอทางเลือกของระบบส่งกำลงที่มีทั้งแบบอัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง หรือเกียร์ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ส่วนถังน้ำมันได้ถูกย้ายตำแหน่งในการติดตั้งมาอยู่ที่ด้านท้ายของตัวรถเพื่อลดน้ำหนักและเพื่อความประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้น ทั้งนี้ยังรองรับการใช้พลังงานทางเลือก E85 ได้

นอกจากจุดเด่นด้านสมรรถนะการขับขี่และความประหยัดน้ำมันแล้ว เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร SOHC i-VTEC ยังสร้างคุณค่าใหม่ที่จะทำให้ลูกค้าเกิดควาามพึงพอใจด้วยฟังก์ชั่น “Ecological-Drive Assist System” หรือ “E-CON System” เพื่อช่วยแนะนำการขับขี่อย่างประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ขับขี่

 

เกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง หรือ CVT รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีเอิร์ธดรีม โดยจะช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพในการขับขี่ และความประหยัดน้ำมัน อัตราทดเกียร์ที่อยู่ในช่วงกว้างจะช่วยทำให้การขับเคลื่อนมาพร้อมกับแรงบิดที่สูงในรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำลง ดังนั้น จึงช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมัน ขณะเดียวกัน อัตราทดเกียร์ที่กว้างนี้ยังช่วยเพิ่มกำลังในช่วงเร่งเครื่องตอนออกตัวเมื่อทำงานร่วมกับ G-Design Shift ซึ่งเป็นระบบควบคุมการทำงานของเกียร์ ลิ้นปีกผีเสื้อ และการควบคุมระบบไฮดรอลิก ทำให้สามารถตอบสนองทันทีที่กดคันเร่ง และคงความยอดเยี่ยมในการถ่ายทอดกำลังอย่างมั่นใจและต่อเนื่องในระหว่างที่กำลังเร่งเครื่องยนต์ เพื่อให้สามารถสัมผัสถึงความรู้สึกของการขับขี่ในสไตล์สปอร์ตได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ชุดเกียร์ CVT แบบใหม่ที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบายังมาพร้อมกับสายพานที่มีความทนทาน และน้ำมันแบบพิเศษสำหรับเกียร์ CVT จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และส่งผลต่อเนื่องไปยังการเพิ่มความประหยัดน้ำมัน และการตอบสนองต่ออัตราเร่งที่ทันใจและต่อเนื่อง

ได้เวลาสตาร์ทเครื่องยนต์

เมื่อเราทราบถึงที่มาที่ไปแล้ว การทดลองขับจึงเริ่มต้นขึ้น โดยรถหนึ่งคันต่อสื่อ 2 ท่าน ระยะทางที่ให้ทดสอบ ประมาณ 180 กม.รวมไปและกลับ เส้นทางเป็นเขา คดเคียว  เมื่ออยู่ในห้องโดยสารแล้ว สิ่งที่สัมผัสได้นับแต่นาทีแรกคือความสวยงามของวัสดุที่ใช้ ความเรียบร้อยของการประกอบ และที่สำคัญ พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางกว่าที่คิดเอาไว้มากมาย

เมื่อการเดินทางเริ่มต้น เสียงต่างๆ จากภายนอกที่พยายามฟังนั้น แทบจะไม่มีแทรกเข้าได้เลย นอกจากเสียงจากพื้นถนนเบาๆเท่านั้น ส่วนเสียงจากเครื่องยนต์โน้น ต้องเร่งเครื่องยนต์แรงๆ หรือลากรอบสูงๆ จึงจะพอมีแทรกเข้ามาบ้าง เกียร์ CVT ออกแบบใหม่ ช่วยให้การขับขี่มีความนุ่มนวล ไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนหรือเกิดจังหวะเกียร์ขึ้นมา การเร่งรอบเพื่อเพิ่มความเร็ว  ถ้าเป็นการไล่รอบแบบเนียนๆ ความเร็ว ก็จะเพิ่มขึ้นพร้อมๆ กับรอบเครื่องยนต์ แต่เมื่อเราต้องการอัตราเร่ง เพียงกดคันเร่งลงไป ให้สุด อัตราเทดเกียร์จะเปลี่ยนทันที เพื่อเพิ่มรอบเครื่องยนต์และอัตราเร่งแซงให้ตอบสนองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากการที่เราคงรอบเครื่องไว้ที่ประมาณ 4500 รอบต่อนาที ซึ่งดูว่าเป็นรอบที่เหมาะสมกับการใช้งาน หรือถ้าต้องการโหดกว่านั้น ก็ใส่กันได้เต็มที่เช่นกันครับ

ระบบกันสะเทือนใหม่หน้าแบบ แม็คเฟอร์สันสตรัท มีการปรับค่ามุมของช่วงล่างเพื่อประโยชน์สูงสุด ด้วยการปรับเซ็ตค่ามุมแคสเตอร์ให้เพิ่มขึ้นเพื่อก่อให้เกิดแรงบิดคืนศูนย์ (self-aligning torque) และให้สัมผัสที่เชื่อมต่อระหว่างล้อกับพื้นผิวถนนในทุกสภาพการขับขี่ สำหรับการปรับปรุงในส่วนของโช้กอัพก็เพื่อการตอบสนองด้านความสะดวกสบายในการขับขี่ และลดแรงกระชาก ยิ่งไปกว่านั้น การใช้โครงสร้างชิ้นเดียวแบบใหม่ที่มีวัสดุที่เบาแต่แข็งแกร่งสำหรับการผลิตปีกนกล่าง ยังช่วยทำให้ประหยัดพื้นที่อีกด้วย

ด้านหลังเป็นแบบระบบทอร์ชันบีมแบบตัว H สำหรับระบบช่วงล่างหลังได้รับการปรับปรุงมาเพื่อการทรงตัวในระหว่างขับขี่ ความสะดวกสบาย และลดน้ำหนัก อีกทั้งยังช่วยเพิ่มที่ของห้องโดยสาร โดยในระบบนี้มีการออกแบบและปรับค่าทางคณิตศาสตร์ของชิ้นส่วนในระบบ ซึ่งมีการนำแนวคิดของการแยกประเภทของจุดยึดของตัวโช้กอัพ ทำให้ลดมุมในการยึดโช้กอัพ และมีการนำบุชแบบ Fluid Sealing Type มาใช้ แรงที่เกิดจากโช้กอัพก็จะได้รับการปรังปรุงเพื่อความนุ่มนวลในการขับขี่ อีกทั้งยังมีการปรับแต่งในอีกหลายจุด เช่น การขยายขนาดลูกสูบในโช้กอัพ ทำให้เพิ่มการทรงตัวที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับการเพิ่มความแข็งแกร่งได้ดีขึ้น ความยาวของแขนยึดในระบบช่วงล่างหลังถูกปรับให้ลดลง เพื่อการตอบสนองที่ดีขึ้นในการ ควบคุมรถ

ช่วยให้รถมีการยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น จะกี่โค้ง ก็ไม่รู้สึกถึงอาการน่าหวาดเสียวแต่อย่างใด สิ่งที่น่าประทับใจและจะข้ามไปเฉยๆ เลยคงจะไม่ได้ นั่นคือ ระบบเบรคที่ไว้ใจได้

เมื่อถึงเวลาต้องขับในเที่ยวกลับ จึงทำให้รู้แน่ว่ากำลัง จากเครื่องยนต์ เกียร์ เบรค และระบบกันสะเทือนของ All New City ทำงานผสมผสาน กันได้อย่างเหลือเชื่อ แม้จะใช้ความเร็วสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็นในบางโค้ง ก็ยังสามารถควบคุมรถให้เข้าโค้งได้อย่างปลอดภัย ไม่แสดงอาการน่าวิตกแต่อย่างใด

ความบันเทิงในรถมีให้มากมาย การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกสามารถทำได้หลายช่องทาง ทั้ง USB และ HDMi หรือจะเล่นแผ่นก็ยังได้ จอเป็นแบบสัมผัสที่ใช้งานได้ง่าย แม้จะต้องสร้างความคุ้นเคยกันสักระยะหนึ่งก็ตาม

สุดท้าย ด้วยอัตราความสิ้นเปลืองที่น่ารัก แถมยังสามารถใช้ E85 ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อีกไม่ใช่น้อย   ทำให้ All New City เป็นรถที่น่าสนใจที่สุดในเวลานี้ ด้วยเงื่อนไขต่างๆที่ลงตัวจริงๆครับ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และทีมงานทุกๆ ท่านที่เปิดโอกาสให้ www.autofreestyle.com เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ขอบคุณครับ

RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




All New Honda City ภาคแรกของการทดสอบ

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรม “ทดสอบสมรรถนะของ All New Honda City”  ที่จังหวัดเชียงราย โดย www.autofreestyle.com ได้เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ด้วยเช่นกันครับ

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 4 โดยซิตี้ รุ่นแรกซึ่งเปิดตัวในปี 2539 ถือกำเนิดขึ้นมาโดยเป็นยนตรกรรมที่ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้าในตลาดเอเชียโดยเฉพาะ และนับตั้งแต่รุ่นที่ 2 เป็นต้นมา ซิตี้ ได้ขยายสู่ตลาดอื่นๆ ของโลก เช่น จีน หลังจากนั้น ในรุ่นที่ 3  ซิตี้  ได้ถูกจำหน่ายไปมากกว่า   50  ประเทศทั่วโลก และมียอดการผลิตต่อปีในปี 2553 มากกว่า 300,000 คัน ส่วนในด้านยอดขายนั้นก็มีตัวเลขสูงกว่าฮอนด้า แอคคอร์ด, ซีวิค และแจ๊ซ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมอย่างมากที่มีต่อฮอนด้า ซิตี้ นอกจากนั้น ฮอนด้ายังได้พัฒนาซิตี้ ใหม่ ให้เป็นรถซีดานที่สามารถเป็นเจ้าของได้และมีความภูมิใจกับตัวรถทั้งด้านรูปลักษณ์ที่ดูสวยโดดเด่นและสมรรถนะการขับขี่ที่เป็นเยี่ยม

แนวคิดการพัฒนา

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด Advanced Cool Stunner  โดยนำเสนอคุณค่าที่มีเหนือกว่าสิ่งที่สามารถพบได้ในรถซับคอมแพ็คท์ที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมาพร้อมกับการออกแบบที่สปอร์ต โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นรถที่เป็นผู้นำด้านความประหยัดน้ำมัน เติมเต็มอารมณ์ในการขับขี่ด้วยสัมผัสแห่งความปลอดภัยซึ่งตอบรับกับลูกค้าทั่วโลก  ฮอนด้ามีความภูมิใจในการนำเสนอ ซิตี้ ใหม่ ซึ่งเป็นดาวดวงใหม่ที่มีความโดดเด่นดึงดูดทุกสายตาเมื่อก้าวสู่ตลาดรถยนต์ทั่วโลก

โดดเด่นอย่างสปอร์ต (Cool Sport)

กับการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับคนมากกว่าเครื่องจักร หรือ “Man Maximum  Machine Minimum” รถจึงถูกออกแบบให้มีความสปอร์ตด้วยเส้นสายที่ให้สัมผัสแห่งพลังของการขับเคลื่อนที่ดูคล้ายกับรถสปอร์ตคูเป้ ถึงแม้ว่ารถจริงจะมาพร้อมกับห้องโดยสารที่กว้างขวางก็ตาม และนี่คือรูปลักษณ์การออกแบบใหม่ของรถซับคอมแพ็คท์ซีดานสำหรับศักราชใหม่

ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ  (Best Fuel – Efficiency)

มีการใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบามาใช้กับหลายส่วนของตัวรถ  เช่น  เครื่องยนต์  ตัวถัง   และแชสซีส์โดยขุมพลังที่ดีที่สุดนั้นได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพถนนในแต่ละประเทศ และช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันมากขึ้นไปอีกด้วยนวัตกรรมของฮอนด้าอย่างเทคโนโลยีเอิร์ธดรีม นอกจากนี้ตัวรถยังมีการออกแบบให้สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจในการประหยัดน้ำมันมากขึ้น

ความสะดวกสบาย  (Be Comfort)

ฮอนด้าให้ความสนใจอย่างมากในการสร้างสรรค์ความสะดวกสบายของรถที่จะต้องตอบสนองให้ได้มากกว่าระดับความต้องการขั้นพื้นฐานที่มีต่อรถซีดานของลูกค้า อย่างแรกคือ ห้องโดยสารที่กว้างขวางทั้งส่วนของเบาะหน้าและเบาะหลัง สนุกสนานไปกับการเดินทางด้วยคุณภาพเสียงที่ได้รับจากลำโพงทั้ง 8 ตัวที่ติดตั้งในรถ และความสะดวกสบายกับอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ช่องสายไฟสำรองสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advance Touch ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ SOHC i-VTEC 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่  4,700 รอบต่อนาที โดยได้รับการปรับปรุงบนพื้นฐานของบล็อกที่ใช้งานในปัจจุบัน ทั้งนี้ฮอนด้านำเสนอทางเลือกของระบบส่งกำลงที่มีทั้งแบบอัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง หรือเกียร์ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ส่วนถังน้ำมันได้ถูกย้ายตำแหน่งในการติดตั้งมาอยู่ที่ด้านท้ายของตัวรถเพื่อลดน้ำหนักและเพื่อความประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้น ทั้งนี้ยังรองรับการใช้พลังงานทางเลือก E85 ได้

นอกจากจุดเด่นด้านสมรรถนะการขับขี่และความประหยัดน้ำมันแล้ว เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร SOHC i-VTEC ยังสร้างคุณค่าใหม่ที่จะทำให้ลูกค้าเกิดควาามพึงพอใจด้วยฟังก์ชั่น “Ecological-Drive Assist System” หรือ “E-CON System” เพื่อช่วยแนะนำการขับขี่อย่างประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ขับขี่

 

เกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง หรือ CVT รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีเอิร์ธดรีม โดยจะช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพในการขับขี่ และความประหยัดน้ำมัน อัตราทดเกียร์ที่อยู่ในช่วงกว้างจะช่วยทำให้การขับเคลื่อนมาพร้อมกับแรงบิดที่สูงในรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำลง ดังนั้น จึงช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมัน ขณะเดียวกัน อัตราทดเกียร์ที่กว้างนี้ยังช่วยเพิ่มกำลังในช่วงเร่งเครื่องตอนออกตัวเมื่อทำงานร่วมกับ G-Design Shift ซึ่งเป็นระบบควบคุมการทำงานของเกียร์ ลิ้นปีกผีเสื้อ และการควบคุมระบบไฮดรอลิก ทำให้สามารถตอบสนองทันทีที่กดคันเร่ง และคงความยอดเยี่ยมในการถ่ายทอดกำลังอย่างมั่นใจและต่อเนื่องในระหว่างที่กำลังเร่งเครื่องยนต์ เพื่อให้สามารถสัมผัสถึงความรู้สึกของการขับขี่ในสไตล์สปอร์ตได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ชุดเกียร์ CVT แบบใหม่ที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบายังมาพร้อมกับสายพานที่มีความทนทาน และน้ำมันแบบพิเศษสำหรับเกียร์ CVT จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และส่งผลต่อเนื่องไปยังการเพิ่มความประหยัดน้ำมัน และการตอบสนองต่ออัตราเร่งที่ทันใจและต่อเนื่อง

ได้เวลาสตาร์ทเครื่องยนต์

เมื่อเราทราบถึงที่มาที่ไปแล้ว การทดลองขับจึงเริ่มต้นขึ้น โดยรถหนึ่งคันต่อสื่อ 2 ท่าน ระยะทางที่ให้ทดสอบ ประมาณ 180 กม.รวมไปและกลับ เส้นทางเป็นเขา คดเคียว  เมื่ออยู่ในห้องโดยสารแล้ว สิ่งที่สัมผัสได้นับแต่นาทีแรกคือความสวยงามของวัสดุที่ใช้ ความเรียบร้อยของการประกอบ และที่สำคัญ พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางกว่าที่คิดเอาไว้มากมาย

เมื่อการเดินทางเริ่มต้น เสียงต่างๆ จากภายนอกที่พยายามฟังนั้น แทบจะไม่มีแทรกเข้าได้เลย นอกจากเสียงจากพื้นถนนเบาๆเท่านั้น ส่วนเสียงจากเครื่องยนต์โน้น ต้องเร่งเครื่องยนต์แรงๆ หรือลากรอบสูงๆ จึงจะพอมีแทรกเข้ามาบ้าง เกียร์ CVT ออกแบบใหม่ ช่วยให้การขับขี่มีความนุ่มนวล ไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนหรือเกิดจังหวะเกียร์ขึ้นมา การเร่งรอบเพื่อเพิ่มความเร็ว  ถ้าเป็นการไล่รอบแบบเนียนๆ ความเร็ว ก็จะเพิ่มขึ้นพร้อมๆ กับรอบเครื่องยนต์ แต่เมื่อเราต้องการอัตราเร่ง เพียงกดคันเร่งลงไป ให้สุด อัตราเทดเกียร์จะเปลี่ยนทันที เพื่อเพิ่มรอบเครื่องยนต์และอัตราเร่งแซงให้ตอบสนองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากการที่เราคงรอบเครื่องไว้ที่ประมาณ 4500 รอบต่อนาที ซึ่งดูว่าเป็นรอบที่เหมาะสมกับการใช้งาน หรือถ้าต้องการโหดกว่านั้น ก็ใส่กันได้เต็มที่เช่นกันครับ

ระบบกันสะเทือนใหม่หน้าแบบ แม็คเฟอร์สันสตรัท มีการปรับค่ามุมของช่วงล่างเพื่อประโยชน์สูงสุด ด้วยการปรับเซ็ตค่ามุมแคสเตอร์ให้เพิ่มขึ้นเพื่อก่อให้เกิดแรงบิดคืนศูนย์ (self-aligning torque) และให้สัมผัสที่เชื่อมต่อระหว่างล้อกับพื้นผิวถนนในทุกสภาพการขับขี่ สำหรับการปรับปรุงในส่วนของโช้กอัพก็เพื่อการตอบสนองด้านความสะดวกสบายในการขับขี่ และลดแรงกระชาก ยิ่งไปกว่านั้น การใช้โครงสร้างชิ้นเดียวแบบใหม่ที่มีวัสดุที่เบาแต่แข็งแกร่งสำหรับการผลิตปีกนกล่าง ยังช่วยทำให้ประหยัดพื้นที่อีกด้วย

ด้านหลังเป็นแบบระบบทอร์ชันบีมแบบตัว H สำหรับระบบช่วงล่างหลังได้รับการปรับปรุงมาเพื่อการทรงตัวในระหว่างขับขี่ ความสะดวกสบาย และลดน้ำหนัก อีกทั้งยังช่วยเพิ่มที่ของห้องโดยสาร โดยในระบบนี้มีการออกแบบและปรับค่าทางคณิตศาสตร์ของชิ้นส่วนในระบบ ซึ่งมีการนำแนวคิดของการแยกประเภทของจุดยึดของตัวโช้กอัพ ทำให้ลดมุมในการยึดโช้กอัพ และมีการนำบุชแบบ Fluid Sealing Type มาใช้ แรงที่เกิดจากโช้กอัพก็จะได้รับการปรังปรุงเพื่อความนุ่มนวลในการขับขี่ อีกทั้งยังมีการปรับแต่งในอีกหลายจุด เช่น การขยายขนาดลูกสูบในโช้กอัพ ทำให้เพิ่มการทรงตัวที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับการเพิ่มความแข็งแกร่งได้ดีขึ้น ความยาวของแขนยึดในระบบช่วงล่างหลังถูกปรับให้ลดลง เพื่อการตอบสนองที่ดีขึ้นในการ ควบคุมรถ

ช่วยให้รถมีการยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น จะกี่โค้ง ก็ไม่รู้สึกถึงอาการน่าหวาดเสียวแต่อย่างใด สิ่งที่น่าประทับใจและจะข้ามไปเฉยๆ เลยคงจะไม่ได้ นั่นคือ ระบบเบรคที่ไว้ใจได้

เมื่อถึงเวลาต้องขับในเที่ยวกลับ จึงทำให้รู้แน่ว่ากำลัง จากเครื่องยนต์ เกียร์ เบรค และระบบกันสะเทือนของ All New City ทำงานผสมผสาน กันได้อย่างเหลือเชื่อ แม้จะใช้ความเร็วสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็นในบางโค้ง ก็ยังสามารถควบคุมรถให้เข้าโค้งได้อย่างปลอดภัย ไม่แสดงอาการน่าวิตกแต่อย่างใด

ความบันเทิงในรถมีให้มากมาย การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกสามารถทำได้หลายช่องทาง ทั้ง USB และ HDMi หรือจะเล่นแผ่นก็ยังได้ จอเป็นแบบสัมผัสที่ใช้งานได้ง่าย แม้จะต้องสร้างความคุ้นเคยกันสักระยะหนึ่งก็ตาม

สุดท้าย ด้วยอัตราความสิ้นเปลืองที่น่ารัก แถมยังสามารถใช้ E85 ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อีกไม่ใช่น้อย   ทำให้ All New City เป็นรถที่น่าสนใจที่สุดในเวลานี้ ด้วยเงื่อนไขต่างๆที่ลงตัวจริงๆครับ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และทีมงานทุกๆ ท่านที่เปิดโอกาสให้ www.autofreestyle.com เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ขอบคุณครับ

RELATED ARTICLES