https://www.fapjunk.com https://pornohit.net london escort london escorts buy instagram followers buy tiktok followers
Wednesday, February 21, 2024

HomeไปไหนมาAll New Honda CR-V ขับสนุก เกินกว่าจะปล่อยผ่าน

All New Honda CR-V ขับสนุก เกินกว่าจะปล่อยผ่าน

DSC_0739DSC_5955DSC_5955

ป็นการเดินทางไปภูเก็ตครั้งที่เท่าไร ไม่ได้นับ แต่ทว่าครั้งนี้ไปลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล ที่หลายคนไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เห็นจากค่ายฮอนด้า ที่มาหลังจากเปิดตัวเครื่องยนต์เทอร์โบให้คนไทยได้สัมผัสไปไม่ถึงปี

ทริ๊ป CR-V ทั้งหมด ถูกกำหนดให้ผู้สื่อข่าวได้ลองขับกับเพลินๆ ระยะทางไป/กลับ มีขึ้นเขา เข้าโค้งกันยาวๆ ประมาณเกือบสามร้อยกม.มีรถ ฮอนด้า CR-V ให้ลองขับทั้งรุ่นเบนซิน 2.0 และดีเซล 1.6 Turbo

 

การออกแบบภายนอก

ภายใต้แนวคิดหลัก “Modern Functional Dynamic” สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแรงและสปอร์ต แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราในทุกมิติ ตัวถังด้านหน้าได้ถูกออกแบบให้ยาวขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ โอเวอร์แฮงค์ด้านหลังสั้นลง และเพิ่มระดับความสูงของพื้นที่ใต้ท้องรถ อีกทั้งการออกแบบซุ้มล้อให้มีความสปอร์ต ขยายระยะฐานล้อให้ยาวขึ้น เพื่อให้ได้ความกว้างขวางของพื้นที่เบาะหลังและสมรรถนะการขับขี่ที่ดีขึ้น

หน้าตาดูเรียบหรู ไฟหน้าทรงเรียวเฉี่บวแบบรถยนต์นั่ง กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่ให้ประโยชน์เรื่องการระบายความร้อน และสวยงาม

แนวเส้นด้านข้างอาจจะดูไม่แตกต่างจากของเดิม แต่นั่นคือภาพลวงตาครับ เพราะเส้นสยลายข้างลำตัวของ CR-V ใหม่นั้น ถูกออกแบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมด นอกเสียจากชุดไฟท้ายที่ตั้งใจให้มีรูปทรงใกล้เคียงกับไฟหน้า แต่เพิ่มส่วนสูงขึ้นไปเพื่อให้พื้นที่การใช้งานเพื่อความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น

การปรับและเปลี่ยนรูปทรงภายนอกของHonda CR-V ใหม่ นั้นในมุมมองของผู้เขียน จัดว่าดูบึกบึน แมนๆ ขึ้นไม่น้ออย

DSC_8486

ห้องโดยสารละ ทำอะไรมาบ้าง

 

ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ มาพร้อมห้องโดยสารดีไซน์กว้างขวาง สะดวกสบายเหนือระดับกับครั้งแรกที่พัฒนาเบาะโดยสาร 3 แถว แบบ 7 ที่นั่ง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย โดยสะท้อนความหรูหราผ่านเบาะหนังสีดำ แผงคอนโซลด้านหน้าขนาดใหญ่ที่ตกแต่งเส้นสายด้วยลายไม้และวัสดุสี Piano Black อีกทั้งครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม อาทิ ระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire) มอบความสะดวกสบายในการเปลี่ยนเกียร์ขณะขับขี่ เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ i-Dual Zone ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถว 2 และ 3  อีกทั้งช่องเชื่อมต่อ USB ช่องเชื่อมต่อ HDMI และช่องจ่ายไฟสำรอง เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานของผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกตำแหน่ง

DSC_6194

เครื่องยนต์และเกียร์ออโตเมติก 9 สปีด

ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ มาพร้อมนวัตกรรมการขับเคลื่อนอัจฉริยะเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams Technology) ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ซึ่งเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ให้ทั้งอัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 18.9 กิโลเมตร/ลิตร*

DSC_8189

อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอัตราที่ต่ำเพียง 141 กรัม/กิโลเมตร* (*รุ่น DT-E) โดย เครื่องยนต์ i-DTEC DIESEL TURBO มีหลักสำคัญในการทำงานของเครื่องยนต์ ดังนี้

        สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง

  • ระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 จังหวะ (2-stage Turbocharger) ผสานการทำงานอย่างชาญฉลาด ด้วยการควบคุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่รวดเร็วและแม่นยำเพื่อให้การตอบสนองทั้งกำลังแรงบิดและอัตราเร่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกการขับขี่ ประกอบด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ทำงานในช่วงแรงดันสูง (High Pressure Turbo) และเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ทำงานในช่วงแรงดันต่ำ (Low Pressure Turbo) โดยจะทำงานร่วมกันตั้งแต่รอบต้นที่ต้องการอัตราเร่งเพื่อใช้ในการออกตัว ซึ่ง High Pressure Turbo มีการติดตั้ง Variable Geometry Turbocharger (VGT) เพื่อช่วยในการตอบสนองต่ออัตราเร่งที่รวดเร็วทันใจในช่วงรอบต้น ช่วยลดการสูญเสียกำลังของเครื่องยนต์โดยไม่จำเป็น อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน เมื่อต้องการอัตราเร่งในช่วงความเร็วสูง Low Pressure Turbo ที่ควบคุมการทำงานผ่าน Waste gate Type Turbocharger จะช่วยเสริมการทำงานเพื่อให้ได้กำลังและแรงบิดที่สูงขึ้นในการขับขี่ โดย High Pressure Turbo และ Low Pressure Turbo จะมีการสลับการทำงานในช่วงกลางที่ความเร็วคงที่ เมื่อระบบทำงานผสานกันจะให้ประสิทธิภาพเพื่อการเผาไหม้อย่างสูงสุด
  • การระบายความร้อนของไอดี (Intercooler) ระบบจะทำหน้าที่ระบายความร้อนของไอดีที่ถูกอัดมาจากการทำงานของเทอร์โบชารจ์เจอร์ซึ่งมีความร้อนสูงให้เย็นตัวลง ก่อนที่จะผ่านเข้าห้องเผาไหม้ ทำให้มวลอากาศโดยรวมเล็กลง เพื่อนำอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้ปริมาณที่มากขึ้น ทำให้การเผาไหม้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  • ระบบการจ่ายน้ำมันแบบรางร่วม (Common Rail) ระบบจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยควบคุมแรงดันในรางให้เหมาะสม ด้วยการคำนวณรอบเครื่อง ปริมาณการฉีดน้ำมัน อุณหภูมิ และไอเสีย ทำให้การฉีดน้ำมันจากหัวฉีดทุกตัวมีความเสถียร และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย
  • ระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหลายจุด (Multi Injection) ระบบหัวฉีดน้ำมันจะทำงานแปรผันให้เหมาะสมกับรอบการทำงานของเครื่องยนต์ โดยจะคำนวณปริมาณและจังหวะในการฉีดน้ำมันกับการทำงานของรอบเครื่องในขณะขับขี่ให้ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในเรื่องอัตราประหยัดน้ำมันและลดการสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์

DSC_6647

ระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ได้รับการออกแบบให้มีอัตราทดเกียร์ที่รองรับการใช้งานจริง

ในทุกสภาพการขับขี่ ด้วยอัตราทดเกียร์ที่มากขึ้นถึง 9 สปีด จะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ให้อัตราเร่งที่ดีตั้งแต่การออกตัว ตอบสนองต่อการขับขี่และการเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวล พร้อมช่วยลดเสียงรบกวนขณะขับขี่และให้การประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม

เมื่อต้องการกำลังในการเร่ง โดยผู้ขับขี่กดคันเร่งเพิ่ม ระบบจะคำนวณอัตราทดเกียร์เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์แบบก้าวกระโดดจากเกียร์ 9 มายังเกียร์ 5 และจากเกียร์ 7 มาเกียร์ 4 โดยไม่ต้องไล่ระดับ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนเกียร์ 2 ระดับ หรือ 1 ระดับ รูปแบบอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ การเปลี่ยนเกียร์ในรูปแบบอื่นๆ ยังคงต้องอาศัยการทำงานที่ต่อเนื่อง ผ่านการไล่ระดับเกียร์เพื่อเปลี่ยนเกียร์ไปยังระดับที่ต้องการได้

 

เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams Technology) ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 224 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติ CVT เพื่อการตอบสนองได้ดั่งใจ พร้อมรองรับพลังงานทางเลือก E85

ระบบเกียร์อัตโนมัติแปรผันต่อเนื่อง (Continuously Variable Transmission – CVT)

ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ส่งผ่านกำลังด้วยอัตราทดเกียร์ที่เหมาะสม ให้อัตราเร่งที่ดี ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงรอบต่ำ โดยระบบจะทำการกำหนดอัตราทดเกียร์ในแต่ละช่วงไว้อย่างเหมาะสมและเลือกอัตราทดอย่างแม่นยำเพื่อการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการเหยียบคันเร่งและสภาพการขับขี่ ในชุดเกียร์มีจะคลัทช์สำหรับระบบเกียร์อัตโนมัติ (Torque Converter) ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนพูเลย์ (Pulley) เพื่อทำให้การทำงานของเกียร์และอัตราทดเกียร์เป็นไปอย่างเหมาะสม

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ E-DPS

ทำงานโดยเปลี่ยนการควบคุมการส่งกำลังไปยังล้อหลังด้วยระบบไฟฟ้า ตอบสนองการทำงานได้รวดเร็วพร้อมกับให้แรงบิดที่ล้อหลังสูงขึ้น อีกทั้งเพิ่มความแม่นยำของการปรับแรงบิดที่ล้อหน้าและล้อหลังให้สมดุล

ระบบขับเคลื่อนจะทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อเปลี่ยนผ่านการทำงานในการขับเคลื่อนรูปแบบต่างๆ ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและนุ่มนวลในทุกสภาพการขับขี่ โดยจะทำงานควบคู่กับระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) และระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (Motion-Adaptive Electric Power Steering – MA – EPS) โดยระบบจะสั่งการทำงานให้เหมาะสม เช่น ในช่วงออกตัวบนถนนลื่น ระบบจะทำการลดอัตราการหมุนของล้อหน้าให้ทำงานน้อยที่สุด หากระบบตรวจพบว่ารถกำลังขึ้นทางลาดชัน จะทำการส่งกำลังไปยังล้อหลังมากขึ้น โดยจะทำงานควบคู่กับระบบ Auto Brake Hold

Agile Handling Assist (AHA)

ซึ่งระบบจะทำการคงแรงดันในการเบรกหลังจากที่มีการปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรก เพื่อให้ผู้ขับขี่มีเวลาที่จะกดคันเร่งและออกตัวอย่างนุ่มนวลโดยที่รถไม่ถอยหลัง ซึ่งมีระบบประมวลผล (Intelligent Control System) เพื่อรับทราบข้อมูลและองศาความลาดชันยังสามารถรับทราบถึงมุมความเอียงของพื้นถนนผ่านข้อมูลที่ส่งมาจาก G-Sensor และระดับของการยึดเกาะก็จะถูกตรวจสอบโดย VSA ซึ่งจะทำการส่งแรงบิดเพิ่มเติมไปยังล้อหลังเพื่อช่วยให้การออกตัวมีความนุ่มนวลมากขึ้น ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ ซึ่งไม่มีความจำเป็นในการส่งแรงบิดไปยังล้อหลัง ระบบจะตัดการเชื่อมต่อของเพลากับล้อหลัง เพื่อเป็นการลดภาระแรงดึงที่เกิดขึ้นขณะขับขี่

 

ฟังสรรพคุณของ ฮอนด้า CR-V ใหม่ทั้ง 2 รุ่นแล้วก็ถึงเวลาออกไปลองขับกับสภาพเส้นทางจริงกันครับ โดยทางทีมงานฮอนด้าได้กำหนดเส้นทางให้วิ่งครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทางราบ ขึ้นเข้า เข้าโค้ง ทางแคบ มีครบ ในระยะทางคนละร้อยกว่ากม. ก็พอจะจับความรู้สึกได้

คันแรกที่เราได้ขับ จะเป็นรุ่นเบนซิน เมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสาร อย่างแรกที่สัมผัสได้คือความเงียบ ภายในห้องโดยสาร แม้เครื่องยนต์จะทำงานแล้วก็ตาม เบาะนั่งออกไปทางแข็งๆนิดหน่อย ชอบนะ นั่งแล้วไม่ปวดเมื้อย พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน ทรงสปอร์ท พร้อมฟังชั่นต่างๆ มากมาย จอมอนิเตอร์ ขนาดใหญ่ ใช้งานได้ง่าย เข้าถึงได้เร็ว ที่จะดูแปลกตาไปบ้าง ก็จะเป็นชุดคอนโซนที่มีคันเกียร์สั้นๆ ให้ใช้งาน ชุดแต่งลายไม้ ดูเหมาะสมกับตัวรถ

เข้าเกียร์ออกเดินทางกันดีกว่า ไม่มีอาการกระตุก อาจจะเป็นเพราะยังใหม่…ไม่น่าใช่ เพราะเกียร์ฮอนด้าไม่เคยมีชื่อเสียหาย เริ่มเร่งความเร็วเพื่อตามกลุ่มให้ทัน ความเร็วร้อยนิดๆ ช่วงล่างนิ่งไม่สั่นไม่โยน เครื่องยนต์ยังเงียบ ห้องโดยสารยังไม่มีเสียงลมเข้า ขับเพลินๆ เลี้ยวเข้าเส้นทับละมุ จังหวัดพังงา เส้นทางคดเคี้ยวไปตามเนินเขา มีความชื้นสูง แม้จะไม่ถึงกับเปียกจากฝน แต่ถนนก็น่าจะลื่นพอสมควร แต่CR-V ก็ไม่มีอาการให้รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย สภาพการจราจรทางโล่งๆ จึงมีการลองโค้ง ลองเบรค กันพอให้รู้สึก อัตราเร่งถ้าไม่คาดคั้นกันมากนัก เครื่องเบนซินเดิมๆ คันนี้เอาอยู่ ตอบสนองได้อย่างที่ต้องการครับ

DSC_6631

ถึงเวลาลองดีเซล

แม้จะเป็นดีเซลรุ่นแรกของฮอนด้าที่เข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา และแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่ได้มีชื้อเสียงทางด้านนี้มาก่อน แต่เพียงแค่ครั้งแรกที่ได้ไปยืนหน้ารถในขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลกำลังทำงานอยู่ ปรากฏว่าเสียงที่ได้ยิน แทบจะไม่แตกต่างจากเครื่องเบนซินสักเท่าไรนัก

เมื่อเข้าไปนั่งในตำแหน่งผู้ขับขี่ จะเห็นสิ่งที่แตกต่างจากรถรุ่นอื่นๆ อย่างชัดเจนคือ ในรุ่นดีเซลไม่มีคันเกียร์นะครับ โดยฮอนด้าออกแบบมาให้เป็นแบบปุ่มกด โดยจะมีปุ่มให้กดเสมือนการเลื่อนคันเกียร์ตามปกติครับ แรกๆ อาจจะรู้สึกไม่คล่องตัว แต่สักระยะจะเริ่มชิน

เลือกปุ่มD เสียงเครื่องยนต์ดีเซลแทบจะไม่มีเล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารแม้แต่น้อย กดคันเร่งเบาๆ รถก็เริ่มเคลื่อนตัว รอบต่ำ แรงบิดสูงคือคุณสมบัติเฉพาะตัวของเครื่องยนต์ดีเซล เป็นเรื่องที่ต้องจำไว้ให้ดี ดังนั้น การเร่งความเร็วจึงไม่จำเป็นต้องกดคันเร่งหนักๆ แค่ให้เนียนๆ ไป ความเร็วก็จะตามมาเองครับ CR-V ก็เช่นกัน อัตราเร่งไม่ได้ยิ่งหย่อนไปจากรุ่นเบนซิน แต่รอบต่ำกว่า ขับสบายกว่าแบบรู้สึกได้

ช่วงล่าง สำหรับทั้ง 2 รุ่นนี้ จะมีความแตกต่างกันให้รู้สึกได้ ในรุ่นเบนซิน จะออกไปในแนวนุ่มๆ ส่วนดีเซลจะแน่นกว่า ด้วยเหตุผลหลักๆ คือ เครื่องดีเซลหนักกว่านั่นเองครับ เรื่องระบบช่วยเหลือหลายอย่างหายไป แต่ทั้งนี้ก็เพื่อให้รักษาระดับราคาไม่ให้สูงเกินไปนั่นเอง แต่จากที่ขับมา เท่าที่มีให้ ก็ไม่ใช่น้อยแล้วครับ เพียงพอกับการใช้งานทั่วๆไป

DSC_8497

สรุปสุดท้ายของการเดินทางทริป Honda CR-V ใหม่ อยากจะบอกว่าเป็นรถที่ขับง่าย ไม่เน้นลุยมากนัก สำหรับสังคมเมืองที่วันหยุดจะออกไปแสวงหาความท้าทายเล็กๆ ไม่ว่าจะไปเดียว ไปคู่หรือไปทั้งบ้าน ก็สามารถสนุกร่วมกันได้ ไม่ต้องทิ้งใครไว้ข้างหลังแน่นอนครับ

สุดท้ายต้องขอขอบคุณ ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย และทีมประชาสัมพันธ์ที่ให้ www.autofreestyle.com ได้เข้าร่วมการพิสูจน์สมรรถนะของ CR-V ใหม่ในครั้งนี้ครับ สำหรับหารทดสอบอย่างละเอียดจะตามมาในภายหลังครับ

DSC_0686DSC_0158 DSC_6022-Edit DSC_6044 DSC_6057 DSC_6133 DSC_6232 DSC_8219 DSC_8241DSC_6420DSC_6631DSC_6690DSC_8170DSC_8437DSC_9232DSC_9240DSC_8437

RELATED ARTICLES
- Advertisment -




Most Popular

- Advertisment -




Recent Comments