Wednesday, July 24, 2024
HomeไปไหนมาCHEEZ ^___^ TO CHEESE NAAR GOUDA ยิ้มกว้างๆ ณ “กาวด้า” เมืองน่ารัก คนน่ารัก ชีสยิ่งน่ากิน!

CHEEZ ^___^ TO CHEESE NAAR GOUDA ยิ้มกว้างๆ ณ “กาวด้า” เมืองน่ารัก คนน่ารัก ชีสยิ่งน่ากิน!

CHEEZ ^___^ TO CHEESE NAAR GOUDA หมายถึง มายิ้มกว้างๆ เมืองน่ารัก คนน่ารัก ชีสน่ากิน ที่ชื่อว่าเมือง “กาวด้า” กันเถอะค่ะ

Writer : Auraya Kongmanee

ชี้สจ้าชี้ส“Gouda” คุ้นๆ ชื่อนี้เวลาไปเดินในซูเปอร์มาร์เก็ตบ้านเรากันบ้างไหมคะ มันเป็นชื่อของชีสไงล่ะ ช่วงที่ยังมีเวลาเตร็ดเตร่อยู่แถวเนเธอแลนด์ เราเลือกมาเมืองกาวด้า” Goudaเพราะเคยได้ยินมาว่าเมืองนี้น่ารัก ผู้คนใจดี เป็นเมืองเล็กแต่มีรายละเอียดที่น่าสนใจ เดินสนุก ไอศกรีมอร่อย และมีแต่ “ชีส” เต็มถนน ! ยิ่งมากองอยู่ตรงหน้าล่ะก็ มองไปมองมาต้องเตือนตาตัวเองว่านี่ชีสนะ “ไม่ใช่เขียงหั่นหมู” อ่ะล้อเล่น ก็มองไปมองมามันเหมือนเขียงบ้านเราจริงๆ ฮ่าๆๆๆ

เมืองกาวด้า มีพลเมืองไม่ถึงหนึ่งแสนคน เป็นเมืองเล็กแต่รู้ไหมว่ากาวด้ามีชื่อเสียงก้องโลกระบือไกลจาก “กาวด้าชีส” หรือภาษาดัทช์เขียนว่า Kaas ออกเสียงว่า กัส ค่ะ ที่ตั้งตามชื่อของเมือง ที่นี่ถือเป็นอุตสาหกรรมส่งออกชีสแหล่งรายได้สำคัญและเป็นความภาคภูมิใจของชาวเมืองและของเนเธอร์แลนด์อีกด้วย

ทำไมต้องรอมาที่นี่วันพฤหัสฯ ! เพราะเราจะพามาชมตลาดขายชีสที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ในทุกช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เมืองกาวด้า  สืบทอดวัฒนธรรมการขายชีสกลางแจ้งกันนมายาวนานกว่า 300 ปี ตลาดนี้มีชื่อว่า Goudse Kaasmarkt ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสกลางเมือง เป็นตลาดกลางแจ้งสำหรับค้าขายชีสที่มีบรรดาพ่อค้าเดินทางมาพบปะเจรจาต่อรองราคาเนยแข็งสีเหลืองทำจากนมวัวซึ่งเป็นที่รู้กันว่าวัวเนเธอร์แลนด์เป็นวัวสายพันธุ์ดี ให้นมเยอะมากกว่าวัวทั่วไป จึงสามารถนำมมาผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับนม เนยและชีสได้มากกว่าประเทศอื่นๆ

 ชีสทำจากโปรตีนที่อยู่ในนม ต่างจากเนยที่ทำจากไขมันของนม ดังนั้นการกินชีสจึงทำให้ได้โปรตีน แต่การกินเนยทำให้เกิดไขมันในเส้นเลือดได้มากกว่า จนมีคำพูดที่ว่า ถ้าอยากสูงให้กินชีสแต่ถ้าใครอยากเป็นโรคหัวใจให้กินเนย ขำๆ กันไปค่ะ แต่คิดไปคิดมา เออ..มันก็จริงนะ แต่คนเรามักจะชื่นชอบสิ่งที่เกิดประโยชน์น้อยกว่าสิ่งที่มีประโยชน์มาก อาจจะด้วยรสชาติหรือกลิ่นก็ตามที ถ้าชอบก็กินแบบพอดีๆ ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรนะคะ แหะๆ แค่นี้ก็รู้เลยว่าเราจะเลือกกินเนยหรือชีสแล้วใช่ไหมล่ะ  พอได้ยินเคาะระฆังเริ่มเจรจาซื้อขายกัน อยู่ๆ ก็ไม่รู้ผู้คนมาจากไหนบ้าง ทั้งพ่อค้าทั้งคนดู เริ่มกันตั้งแต่ 10 โมงเช้าในช่วงกลางวัน และอีกเวลาหนึ่งคือเที่ยงคืนครึ่งของอีกวันค่ะ เสียดายที่เราไม่อาจจะอยู่ถึงช่วงกลางคืนได้ เพราะมีจุดหมายอีกมากมายให้เดินทางต่อไป พูดถึงตลาดชีสเมืองกาวด้าแล้ว ในประเทศเนเธอร์แลนด์ยังมีตลาดชีสกลางแจ้งอีก 4 แห่งในอีก 4 เมืองด้วยเช่นกันค่ะ คือที่เมือง Alkmaar, Edam, Hoorn และเมือง Woerden แต่เราไม่ได้หาข้อมูลมาว่า 4 เมืองนี้เขาค้าขายกันวันใดบ้าง

Gouda เมืองกาวด้า เป็นทั้งเมืองและเทศบาล ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเนเธอร์แลนด์ ในจังหวัดเซาท์ฮอลแลนด์ (Sud-Halland) ตั้งขึ้นเป็นเมืองเมื่อ ค.ศ. 1272 มีชื่อเสียงด้านการทำเนย หรือเนยแข็งกาวด้า และอื่นๆ เช่น อุปกรณ์สูบยา ตราอาร์ม เป็นรูปสิงห์โตคู่ และ 3 แถบคือแดงขาวแดง เป็นธงประจำเมือง

Waag เป็นอีกอาคารที่สำคัญของจตุรัส ในอดีตเป็นที่ชั่งน้ำหนักสินค้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการค้าขาย แต่ใน ปัจจุบันกลายเป็น Visitor Centre ที่ชั้นล่าง และจัดเป็น Cheese Museum ที่มีบันไดวนขึ้นชั้นบนสุด พิพิธภัณฑ์นี้เป็น Self Guided Tour ค่ะ เราต้องอ่านข้อมูลและดูวิดีโอเอง แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ใจดีคอยเข้ามาถามไถ่และให้คำแนะนำ สงสัยจะยืนมองเราเดินเงอะๆเงิ่นๆ อยู่นาน คงทนไม่ไหวและกลัวเราจะไม่ได้ความรู้ติดตัวกลับมาเล่าให้ฟังว่าเมืองของน่ะมีความเป็นมาและขั้นตอนยังไงก่อนจะเดินทางมาเป็นตำนานชีสคาวด้าที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่ก็ขอบคุณที่เอาใจใส่นักเดินทางตัวเล็กๆ คนนี้นะคะ

เนยแข็งกาวด้า (Gouda) เป็นเนยแข็ง (cheese) ที่มีชื่อตามเมืองที่เป็นแหล่งกำเนิด คือเมืองกาวด้าในประเทศ เนเธอร์แลนด์ เป็นเนยแข็งดัช (Dutch cheese) ที่มีชื่อเสียง เนยแข็งเกาดามีเนื้อแข็งเป็นเนยแข็งที่คล้าย Edam แต่มีไขมันมากกว่า มีสีเหลืองเข้ม รสเค็ม ยิ่งบ่มนานก็จะมีกลิ่นแรงขึ้น ลักษณะเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์คือ เป็นก้อน แบน กลม อาจเคลือบด้วยไขพาราฟินสีแดง หรือสีเหลือง

 ผลิตจากน้ำนมวัว ที่มักผ่านการพาสเจอไรซ์ (Pasteurization) เพื่อกำจัดจุลินทรีย์ก่อโรค (Pathogen) นำมาตกตะกอนโปรตีนเคซีนด้วยเอนไซม์เรนนิน (Rennin) ร่วมกับจุลินทรีย์ในกลุ่ม Lactic Acid Bacteria ทำให้โปรตีนในน้ำนมทำสูญเสียสภาพธรรมชาติ (Protein Denaturation) ตกตะกอนออกมาเป็นลิ่มนม (Curd) การผลิตเริ่มต้นมีกรรมวิธีเช่นเดียวกับเนยแข็งทั่วไป คือหลังจากโปรตีนตกตะกอนแล้วแยกเอาของของเหลวที่เรียกว่าเวย์ (Whey) ออกแล้ว จากนั้นจะล้าง Curd ด้วยน้ำ เพื่อล้างเอากรดแล็กทิก (Lactic Acid) ที่ผลิตจาก Lactic Acid Bacteria ระหว่างการตกตะกอน ขั้นตอนต่อไปคือ การนำ Curd ไปอัดในพิมพ์ให้แน่น นำไปทำให้แห้ง เมื่อได้เนยแข็งที่เป็นก้อนแล้ว จากนั้นนำไปแช่ในน้ำเกลือ (Curing) ให้ได้รสเค็ม เนื้อค่อนข้างแห้งแข็ง การทำแห้งและแช่เกลือ เป็นการลดค่า Water Activity ของเนยแข็ง ป้องกันการเจริญของจุลินทรีย์ที่ทำให้สูญเสีย (Food Spoilage) และก่อให้เกิดโรคได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอบคุณอากู๋สำหรับข้อมูลอันละเอียดยิบ นี่ถ้าไม่เกรงใจชาวเมือง กลับมาเราคงผลิตเองได้เลยนะเนี่ย!!เนยแข็งกาวด้าจะถูกบ่มเพื่อให้ได้รสชาติดีขึ้น ยิ่งบ่มไว้นานจะทำให้มีกลิ่นแรงขึ้นนะคะ การรับประทานเนยแข็งกาวด้า อาจใช้รับประทานเปล่าๆ หรือเสริฟร่วมกับไวน์ (Wine) ถ้ายังไม่เคย ลองดูนะคะ

 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




CHEEZ ^___^ TO CHEESE NAAR GOUDA ยิ้มกว้างๆ ณ “กาวด้า” เมืองน่ารัก คนน่ารัก ชีสยิ่งน่ากิน!

CHEEZ ^___^ TO CHEESE NAAR GOUDA หมายถึง มายิ้มกว้างๆ เมืองน่ารัก คนน่ารัก ชีสน่ากิน ที่ชื่อว่าเมือง “กาวด้า” กันเถอะค่ะ

Writer : Auraya Kongmanee

ชี้สจ้าชี้ส“Gouda” คุ้นๆ ชื่อนี้เวลาไปเดินในซูเปอร์มาร์เก็ตบ้านเรากันบ้างไหมคะ มันเป็นชื่อของชีสไงล่ะ ช่วงที่ยังมีเวลาเตร็ดเตร่อยู่แถวเนเธอแลนด์ เราเลือกมาเมืองกาวด้า” Goudaเพราะเคยได้ยินมาว่าเมืองนี้น่ารัก ผู้คนใจดี เป็นเมืองเล็กแต่มีรายละเอียดที่น่าสนใจ เดินสนุก ไอศกรีมอร่อย และมีแต่ “ชีส” เต็มถนน ! ยิ่งมากองอยู่ตรงหน้าล่ะก็ มองไปมองมาต้องเตือนตาตัวเองว่านี่ชีสนะ “ไม่ใช่เขียงหั่นหมู” อ่ะล้อเล่น ก็มองไปมองมามันเหมือนเขียงบ้านเราจริงๆ ฮ่าๆๆๆ

เมืองกาวด้า มีพลเมืองไม่ถึงหนึ่งแสนคน เป็นเมืองเล็กแต่รู้ไหมว่ากาวด้ามีชื่อเสียงก้องโลกระบือไกลจาก “กาวด้าชีส” หรือภาษาดัทช์เขียนว่า Kaas ออกเสียงว่า กัส ค่ะ ที่ตั้งตามชื่อของเมือง ที่นี่ถือเป็นอุตสาหกรรมส่งออกชีสแหล่งรายได้สำคัญและเป็นความภาคภูมิใจของชาวเมืองและของเนเธอร์แลนด์อีกด้วย

ทำไมต้องรอมาที่นี่วันพฤหัสฯ ! เพราะเราจะพามาชมตลาดขายชีสที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ในทุกช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เมืองกาวด้า  สืบทอดวัฒนธรรมการขายชีสกลางแจ้งกันนมายาวนานกว่า 300 ปี ตลาดนี้มีชื่อว่า Goudse Kaasmarkt ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสกลางเมือง เป็นตลาดกลางแจ้งสำหรับค้าขายชีสที่มีบรรดาพ่อค้าเดินทางมาพบปะเจรจาต่อรองราคาเนยแข็งสีเหลืองทำจากนมวัวซึ่งเป็นที่รู้กันว่าวัวเนเธอร์แลนด์เป็นวัวสายพันธุ์ดี ให้นมเยอะมากกว่าวัวทั่วไป จึงสามารถนำมมาผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับนม เนยและชีสได้มากกว่าประเทศอื่นๆ

 ชีสทำจากโปรตีนที่อยู่ในนม ต่างจากเนยที่ทำจากไขมันของนม ดังนั้นการกินชีสจึงทำให้ได้โปรตีน แต่การกินเนยทำให้เกิดไขมันในเส้นเลือดได้มากกว่า จนมีคำพูดที่ว่า ถ้าอยากสูงให้กินชีสแต่ถ้าใครอยากเป็นโรคหัวใจให้กินเนย ขำๆ กันไปค่ะ แต่คิดไปคิดมา เออ..มันก็จริงนะ แต่คนเรามักจะชื่นชอบสิ่งที่เกิดประโยชน์น้อยกว่าสิ่งที่มีประโยชน์มาก อาจจะด้วยรสชาติหรือกลิ่นก็ตามที ถ้าชอบก็กินแบบพอดีๆ ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรนะคะ แหะๆ แค่นี้ก็รู้เลยว่าเราจะเลือกกินเนยหรือชีสแล้วใช่ไหมล่ะ  พอได้ยินเคาะระฆังเริ่มเจรจาซื้อขายกัน อยู่ๆ ก็ไม่รู้ผู้คนมาจากไหนบ้าง ทั้งพ่อค้าทั้งคนดู เริ่มกันตั้งแต่ 10 โมงเช้าในช่วงกลางวัน และอีกเวลาหนึ่งคือเที่ยงคืนครึ่งของอีกวันค่ะ เสียดายที่เราไม่อาจจะอยู่ถึงช่วงกลางคืนได้ เพราะมีจุดหมายอีกมากมายให้เดินทางต่อไป พูดถึงตลาดชีสเมืองกาวด้าแล้ว ในประเทศเนเธอร์แลนด์ยังมีตลาดชีสกลางแจ้งอีก 4 แห่งในอีก 4 เมืองด้วยเช่นกันค่ะ คือที่เมือง Alkmaar, Edam, Hoorn และเมือง Woerden แต่เราไม่ได้หาข้อมูลมาว่า 4 เมืองนี้เขาค้าขายกันวันใดบ้าง

Gouda เมืองกาวด้า เป็นทั้งเมืองและเทศบาล ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเนเธอร์แลนด์ ในจังหวัดเซาท์ฮอลแลนด์ (Sud-Halland) ตั้งขึ้นเป็นเมืองเมื่อ ค.ศ. 1272 มีชื่อเสียงด้านการทำเนย หรือเนยแข็งกาวด้า และอื่นๆ เช่น อุปกรณ์สูบยา ตราอาร์ม เป็นรูปสิงห์โตคู่ และ 3 แถบคือแดงขาวแดง เป็นธงประจำเมือง

Waag เป็นอีกอาคารที่สำคัญของจตุรัส ในอดีตเป็นที่ชั่งน้ำหนักสินค้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการค้าขาย แต่ใน ปัจจุบันกลายเป็น Visitor Centre ที่ชั้นล่าง และจัดเป็น Cheese Museum ที่มีบันไดวนขึ้นชั้นบนสุด พิพิธภัณฑ์นี้เป็น Self Guided Tour ค่ะ เราต้องอ่านข้อมูลและดูวิดีโอเอง แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ใจดีคอยเข้ามาถามไถ่และให้คำแนะนำ สงสัยจะยืนมองเราเดินเงอะๆเงิ่นๆ อยู่นาน คงทนไม่ไหวและกลัวเราจะไม่ได้ความรู้ติดตัวกลับมาเล่าให้ฟังว่าเมืองของน่ะมีความเป็นมาและขั้นตอนยังไงก่อนจะเดินทางมาเป็นตำนานชีสคาวด้าที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่ก็ขอบคุณที่เอาใจใส่นักเดินทางตัวเล็กๆ คนนี้นะคะ

เนยแข็งกาวด้า (Gouda) เป็นเนยแข็ง (cheese) ที่มีชื่อตามเมืองที่เป็นแหล่งกำเนิด คือเมืองกาวด้าในประเทศ เนเธอร์แลนด์ เป็นเนยแข็งดัช (Dutch cheese) ที่มีชื่อเสียง เนยแข็งเกาดามีเนื้อแข็งเป็นเนยแข็งที่คล้าย Edam แต่มีไขมันมากกว่า มีสีเหลืองเข้ม รสเค็ม ยิ่งบ่มนานก็จะมีกลิ่นแรงขึ้น ลักษณะเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์คือ เป็นก้อน แบน กลม อาจเคลือบด้วยไขพาราฟินสีแดง หรือสีเหลือง

 ผลิตจากน้ำนมวัว ที่มักผ่านการพาสเจอไรซ์ (Pasteurization) เพื่อกำจัดจุลินทรีย์ก่อโรค (Pathogen) นำมาตกตะกอนโปรตีนเคซีนด้วยเอนไซม์เรนนิน (Rennin) ร่วมกับจุลินทรีย์ในกลุ่ม Lactic Acid Bacteria ทำให้โปรตีนในน้ำนมทำสูญเสียสภาพธรรมชาติ (Protein Denaturation) ตกตะกอนออกมาเป็นลิ่มนม (Curd) การผลิตเริ่มต้นมีกรรมวิธีเช่นเดียวกับเนยแข็งทั่วไป คือหลังจากโปรตีนตกตะกอนแล้วแยกเอาของของเหลวที่เรียกว่าเวย์ (Whey) ออกแล้ว จากนั้นจะล้าง Curd ด้วยน้ำ เพื่อล้างเอากรดแล็กทิก (Lactic Acid) ที่ผลิตจาก Lactic Acid Bacteria ระหว่างการตกตะกอน ขั้นตอนต่อไปคือ การนำ Curd ไปอัดในพิมพ์ให้แน่น นำไปทำให้แห้ง เมื่อได้เนยแข็งที่เป็นก้อนแล้ว จากนั้นนำไปแช่ในน้ำเกลือ (Curing) ให้ได้รสเค็ม เนื้อค่อนข้างแห้งแข็ง การทำแห้งและแช่เกลือ เป็นการลดค่า Water Activity ของเนยแข็ง ป้องกันการเจริญของจุลินทรีย์ที่ทำให้สูญเสีย (Food Spoilage) และก่อให้เกิดโรคได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอบคุณอากู๋สำหรับข้อมูลอันละเอียดยิบ นี่ถ้าไม่เกรงใจชาวเมือง กลับมาเราคงผลิตเองได้เลยนะเนี่ย!!เนยแข็งกาวด้าจะถูกบ่มเพื่อให้ได้รสชาติดีขึ้น ยิ่งบ่มไว้นานจะทำให้มีกลิ่นแรงขึ้นนะคะ การรับประทานเนยแข็งกาวด้า อาจใช้รับประทานเปล่าๆ หรือเสริฟร่วมกับไวน์ (Wine) ถ้ายังไม่เคย ลองดูนะคะ

 

RELATED ARTICLES