Wednesday, July 24, 2024
HomeไปไหนมาCivic & CR-V Fuel Challenge ความท้าทายที่ไม่มีวันสิ้นสุด (ตอน น่าน-หลวงพระบาง)

Civic & CR-V Fuel Challenge ความท้าทายที่ไม่มีวันสิ้นสุด (ตอน น่าน-หลวงพระบาง)

เช้าวันที่ 2 ของการเดินทาง ทีมสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ของฮอนด้า จำเป็นจะต้องตื่นกันตั้งแต่ตีสี่กว่าๆ เพื่อเตรียมเคลื่อนขบวนไปยังด่านชายแดนไทยลาว ที่ด่านห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ ให้ทันเวลาที่วางแผนไว้ว่าจะต้องข้ามให้ได้ในช่วงเช้าๆ ไม่เกิน 9 โมง ซึ่งเส้นทางจากโรงแรม น่านตรึงใจ ไปอีกประมาณ 142 กม. ต้องใช้เส้นทางขึ้นเขาทางลาดชัน และที่สำคัญ ยังมีละอองฝนโปรยปราย ท่ามกลางอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ ตามความสูงที่เราขึ้นไป

ถึงเวลาของ CR-V

เช้าตรู่ หลังจากที่เติมและตรวจเช็คระดับน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถ CR-V เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขบวนรถทั้งหมดมุ่งหน้าสู่ อ.เฉลิมพระเกียรติ เพื่อผ่านพิธีการ ตรวจคนออกและเข้าเมืองที่ด่าน ห้วยโก๋น โดยตลอดเส้นทาง 1080 ที่เราใช้นั้น จะเป็นทางคดเคี้ยว ขึ้นเขา ไต่ระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แม้จะเป็นเส้นทางที่น่าเหนื่อยล้า แต่ทว่าทุกกิโลที่ผ่านไป เราได้พบกับความสนุกสนานจากพลังและสมรรถนะของรถ CR-V ไปพร้อมๆ กับความสวยงามของทิวเขาและม่านหมอกที่ปกคลุมอยู่ในเวลานั้น

เมื่อขบวนฮอนด้า ไปถึงยังด่านห้วยโก๋น ก็มีผู้นำทางมาดำเนินการเรื่องผ่านแดนให้อย่างเรียบร้อย ฉับไว ก่อนที่ขบวน CR-V (+1 CIVIC) ทั้งหมด จะแปรขบวนจัดทิศทางการขับขี่กันใหม่ เนื่องจากบ้านเราขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย ส่วนที่ สปป.ลาว จะขับรถชิดขอบทางด้านขวา ดังนั้น จึงต้องท่องไว้ให้ขึ้นใจตลอดการเดินทางใน สปป.ลาว

สิ่งที่แตกต่างอย่างเด่นชัดเมื่อเราก้าวเข้าสู่ สปป.ลาว นั่นคือ สภาพเส้นทางที่แม้จะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งอยู่ตลอดเวลา ทว่าสภาพของพื้นผิวถนนกลับราบเรียบ สวยงาม วิวรอบๆเส้นทางยิ่งสวยมากขึ้น เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ทุ่งนา สีเหลืองดังทอง ทราบต่อมาว่า เส้นทางที่เรากำลังวิ่งอยู่นั้น ได้รับการสร้างและดูแลโดยบริษัทที่ได้รับสัมปทานโรงไฟฟ้า หงสาวดี ซึ่งเราก็ได้ประจักษ์แก่สายตาถึงความยิ่งใหญ่ของโรงไฟฟ้า หงสาวดี เมื่อต้องวิ่งผ่านไปยังจุดแวะพักแรกที่ร้าน หงสาวดี ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ เขตเมืองไชยะบุรี ที่ร้าน สายน้ำฮุ่ง ซึ่งเป็นอาหารมื้อแรกใน สปป.ลาว จากด่านห้วยโก๋นมาถึงร้านอาหาร เราวิ่งมาเป็นระยะทางรวมทั้งสิ้นประมาณ 155 กม.ใช้เวลากันพอสมควร กับความเร็วที่ได้ไม่เกิน 80 กม./ชม. ยังเหลืออีกประมาณ 90 กม.จึงจะถึงหลวงพระบาง จุดหมายปลายทางของพวกเรา

ยิ่งวิ่งยิ่งลึก

จากร้านอาหาร เราวิ่งต่อไปตามเส้นทางหมายเลข 4 อีกเกือบๆ 30 กม. ก็จะต้องข้ามแพขนานยนต์ เพื่อข้ามแม่น้ำ (จากจุดข้าม มองไปทางขวามือ ก็จะเห็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่กำลังจะเสร็จสิ้น นั่นคือ สะพานข้ามแม่น้ำครับ ใหญ่โต สวยงามจริงๆ คาดว่าเมื่อมีโอกาสได้มาเส้นทางนี้อีกครั้ง ก็คงจะไม่ต้องรอแพกันแล้ว สะดวกแต่ขาดความตื่นเต้นไป)

เมื่อขึ้นจากแพขนานยนต์แล้ว ขบวนก็มุ่งหน้าไปต่อ แต่คราวนี้สภาพเส้นทางกลับแย่ลงไปเรื่อยๆ สาเหตุไม่ได้มาจากขาดการดูแลนะครับ แต่เป็นเพราะเขากำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงและขยายเส้นทาง และที่สำคัญ คืนก่อนหน้าที่เราจะมา มีฝนตกหนัก จึงทำให้สภาพทางเป็นโคลนดินแดง ลื่น ระยะทางยาวเป็นกิโลๆ แต่ด้วย สมรรถนะของรถ CR-V แม้คันที่ได้รับมาจะเป็นรุ่นธรรมดาๆ ขับเคลื่อน 2 ล้อ แต่ก็พาให้ทีมผ่านพ้นอุปสรรค์ไปได้อย่างง่ายดาย

เคลื่อนขบวนเข้าสู่เมืองมรดกโลก

ช่วงสุดท้ายของการแข่งขัน Civic & CR-V Fuel Challenge นั้น แม้จะเป็นครั้งแรกของฮอนด้าที่กล้าพอจะให้สื่อมวลชนได้พิสูจน์ถึงสมรรถนะของทั้งรถ และทีม แล้ว การเดินทางครั้งนี้ยังเป็นการทดสอบสมรรถนะของรถฮอนด้า CR-V ได้เป็นอย่างดี ว่าแม้จะมีสภาพเส้นทางที่โหดร้ายขนาดไหน ก็พาผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้ผ่านพ้นไปได้

จุดสิ้นสุดของการแข่งขัน อยู่ที่ปั๊ม ปตท.หลวงพระบาง หลังจากที่เราฝ่าฟันอุปสรรค หลังจากข้ามแพขนานยนต์มาอีกกว่า 70 กม. ขบวน ฮอนด้า CR-V ทั้งหมดก็เข้าสู่เมืองหลวงพระบางเมืองมรดกโลกที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

โดยที่ปั๊มแห่งนี้ ทีมเจ้าหน้าที่ของฮอนด้า จะทำการเติมและตรวจสอบอัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงรวมของรถทุกคันที่เข้าแข่งในครั้งนี้ ซึ่งจะรวมกับอัตราสิ้นเปลืองของรถ ฮอนด้า CIVIC ที่ทำไว้ในวันแรก บวกเข้ากับเกมส์เก็บคะแนนที่หามาให้สื่อได้คิดระหว่างการเดินทาง ซึ่งเป็นการช่วยกำกับเส้นทางและเวลาในการเดินทางให้ถูกต้องยิ่งขึ้น ก่อนที่รถทุกคันจะตั้งขบวนออกเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พักกันในเวลาเกือบ 18.00น. รวมระยะทางที่วิ่งมาตั้งแต่น่านตรึงใจ คือ 366 กม. ใช้เวลาเดินทาง 15 ชม.เฉลี่ย24.4 กม./ชม. สินเปลืองน้ำมันในช่วงนี้ 42.19 ลิตร (ขับเปิดแอร์ตลอดการเดินทาง วิธีการขับแบบปกติ เพื่อจะให้ได้ตัวเลขที่แท้จริง)เฉลี่ย 8.7 กม./ลิตร คิดว่ายังงัยครับสำหรับ CR-V 2.0

สรุป การแข่งขันและการเดินทาง

ผลการแข่งขัน ทีมผู้เขียน ประกอบด้วย พี่อ๋อยจากยานยนต์ เจ้าปลิ้น จาก ท๊อปเกียร์ และตาแว่น จีเอ็มคาร์ เข้ามาเป็นอันดับที่ 3 (ตัวเลขดูจากตารางนะครับ) ทั้งนี้ตลอดการเดินทาง ไม่ได้ปิดแอร์เลย และความเร็วเป็นไปตามสภาพการจราจร ช่วงไหนต้องเร็ว ก็เร็ว ครับ

รถที่น่าทึ่งที่สุดเห็นจะเป็น ฮอนด้า CIVIC FD ของทีมช่าง ครับ ที่สามารถวิ่งตามขบวน CR-V ได้ตลอดเส้นทาง ไม่มีการติดหล่มหรือบุบสลายใดๆทั้งสิ้น

ส่วนวันรุ่งขึ้น เป็นทริปท่องเที่ยวเล็กครึ่งวัน ชมพระราชวัง ตลาดเช้า และที่ขาดไม่ได้ ร้านกาแฟ ประชานิยม หลังจจากมื้อกลางวันที่หลวงพระบางแล้ว เป็นการเดินทางกลับ ซึ่งเราตีรถขึ้นไปยังเมืองหลวงน้ำทา พัก 1 คืน ก่อนจะวิ่งรถเข้าเชียงของของไทยครับ เส้นทางแทบจะไม่ต่างจากขาไป คือ วกวนขึ้นและลงเขา แทบจะมองไม่เห็นทางตรงๆ แต่พอออกจากหลวงน้ำทา มาเข้าไทย เส้นทางเรียบมา สวยงามจนบรรยายไม่ถูก เลย ดูภาพประกอบแล้วกันนะครับ

สุดท้ายขอขอบคุณ ฮอนด้า และทีมงานทุกท่านที่ไว้วางใจให้เกียรติเชิญเข้าร่วมการเดินทาง

ทริปประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ครับ

 

น่าน-ห้วยโก๋น

ด่านห้วยโก๋น-ไชยะบุรี

ไชยะบุรี-หลวงพระบาง

เช้าในเมืองหลวงพระบาง

 

หลวงพระบาง-หลวงน้ำทา-ประเทศไทย

 

 

 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




Civic & CR-V Fuel Challenge ความท้าทายที่ไม่มีวันสิ้นสุด (ตอน น่าน-หลวงพระบาง)

เช้าวันที่ 2 ของการเดินทาง ทีมสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ของฮอนด้า จำเป็นจะต้องตื่นกันตั้งแต่ตีสี่กว่าๆ เพื่อเตรียมเคลื่อนขบวนไปยังด่านชายแดนไทยลาว ที่ด่านห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ ให้ทันเวลาที่วางแผนไว้ว่าจะต้องข้ามให้ได้ในช่วงเช้าๆ ไม่เกิน 9 โมง ซึ่งเส้นทางจากโรงแรม น่านตรึงใจ ไปอีกประมาณ 142 กม. ต้องใช้เส้นทางขึ้นเขาทางลาดชัน และที่สำคัญ ยังมีละอองฝนโปรยปราย ท่ามกลางอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ ตามความสูงที่เราขึ้นไป

ถึงเวลาของ CR-V

เช้าตรู่ หลังจากที่เติมและตรวจเช็คระดับน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถ CR-V เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขบวนรถทั้งหมดมุ่งหน้าสู่ อ.เฉลิมพระเกียรติ เพื่อผ่านพิธีการ ตรวจคนออกและเข้าเมืองที่ด่าน ห้วยโก๋น โดยตลอดเส้นทาง 1080 ที่เราใช้นั้น จะเป็นทางคดเคี้ยว ขึ้นเขา ไต่ระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แม้จะเป็นเส้นทางที่น่าเหนื่อยล้า แต่ทว่าทุกกิโลที่ผ่านไป เราได้พบกับความสนุกสนานจากพลังและสมรรถนะของรถ CR-V ไปพร้อมๆ กับความสวยงามของทิวเขาและม่านหมอกที่ปกคลุมอยู่ในเวลานั้น

เมื่อขบวนฮอนด้า ไปถึงยังด่านห้วยโก๋น ก็มีผู้นำทางมาดำเนินการเรื่องผ่านแดนให้อย่างเรียบร้อย ฉับไว ก่อนที่ขบวน CR-V (+1 CIVIC) ทั้งหมด จะแปรขบวนจัดทิศทางการขับขี่กันใหม่ เนื่องจากบ้านเราขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย ส่วนที่ สปป.ลาว จะขับรถชิดขอบทางด้านขวา ดังนั้น จึงต้องท่องไว้ให้ขึ้นใจตลอดการเดินทางใน สปป.ลาว

สิ่งที่แตกต่างอย่างเด่นชัดเมื่อเราก้าวเข้าสู่ สปป.ลาว นั่นคือ สภาพเส้นทางที่แม้จะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งอยู่ตลอดเวลา ทว่าสภาพของพื้นผิวถนนกลับราบเรียบ สวยงาม วิวรอบๆเส้นทางยิ่งสวยมากขึ้น เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ทุ่งนา สีเหลืองดังทอง ทราบต่อมาว่า เส้นทางที่เรากำลังวิ่งอยู่นั้น ได้รับการสร้างและดูแลโดยบริษัทที่ได้รับสัมปทานโรงไฟฟ้า หงสาวดี ซึ่งเราก็ได้ประจักษ์แก่สายตาถึงความยิ่งใหญ่ของโรงไฟฟ้า หงสาวดี เมื่อต้องวิ่งผ่านไปยังจุดแวะพักแรกที่ร้าน หงสาวดี ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ เขตเมืองไชยะบุรี ที่ร้าน สายน้ำฮุ่ง ซึ่งเป็นอาหารมื้อแรกใน สปป.ลาว จากด่านห้วยโก๋นมาถึงร้านอาหาร เราวิ่งมาเป็นระยะทางรวมทั้งสิ้นประมาณ 155 กม.ใช้เวลากันพอสมควร กับความเร็วที่ได้ไม่เกิน 80 กม./ชม. ยังเหลืออีกประมาณ 90 กม.จึงจะถึงหลวงพระบาง จุดหมายปลายทางของพวกเรา

ยิ่งวิ่งยิ่งลึก

จากร้านอาหาร เราวิ่งต่อไปตามเส้นทางหมายเลข 4 อีกเกือบๆ 30 กม. ก็จะต้องข้ามแพขนานยนต์ เพื่อข้ามแม่น้ำ (จากจุดข้าม มองไปทางขวามือ ก็จะเห็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่กำลังจะเสร็จสิ้น นั่นคือ สะพานข้ามแม่น้ำครับ ใหญ่โต สวยงามจริงๆ คาดว่าเมื่อมีโอกาสได้มาเส้นทางนี้อีกครั้ง ก็คงจะไม่ต้องรอแพกันแล้ว สะดวกแต่ขาดความตื่นเต้นไป)

เมื่อขึ้นจากแพขนานยนต์แล้ว ขบวนก็มุ่งหน้าไปต่อ แต่คราวนี้สภาพเส้นทางกลับแย่ลงไปเรื่อยๆ สาเหตุไม่ได้มาจากขาดการดูแลนะครับ แต่เป็นเพราะเขากำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงและขยายเส้นทาง และที่สำคัญ คืนก่อนหน้าที่เราจะมา มีฝนตกหนัก จึงทำให้สภาพทางเป็นโคลนดินแดง ลื่น ระยะทางยาวเป็นกิโลๆ แต่ด้วย สมรรถนะของรถ CR-V แม้คันที่ได้รับมาจะเป็นรุ่นธรรมดาๆ ขับเคลื่อน 2 ล้อ แต่ก็พาให้ทีมผ่านพ้นอุปสรรค์ไปได้อย่างง่ายดาย

เคลื่อนขบวนเข้าสู่เมืองมรดกโลก

ช่วงสุดท้ายของการแข่งขัน Civic & CR-V Fuel Challenge นั้น แม้จะเป็นครั้งแรกของฮอนด้าที่กล้าพอจะให้สื่อมวลชนได้พิสูจน์ถึงสมรรถนะของทั้งรถ และทีม แล้ว การเดินทางครั้งนี้ยังเป็นการทดสอบสมรรถนะของรถฮอนด้า CR-V ได้เป็นอย่างดี ว่าแม้จะมีสภาพเส้นทางที่โหดร้ายขนาดไหน ก็พาผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้ผ่านพ้นไปได้

จุดสิ้นสุดของการแข่งขัน อยู่ที่ปั๊ม ปตท.หลวงพระบาง หลังจากที่เราฝ่าฟันอุปสรรค หลังจากข้ามแพขนานยนต์มาอีกกว่า 70 กม. ขบวน ฮอนด้า CR-V ทั้งหมดก็เข้าสู่เมืองหลวงพระบางเมืองมรดกโลกที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

โดยที่ปั๊มแห่งนี้ ทีมเจ้าหน้าที่ของฮอนด้า จะทำการเติมและตรวจสอบอัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงรวมของรถทุกคันที่เข้าแข่งในครั้งนี้ ซึ่งจะรวมกับอัตราสิ้นเปลืองของรถ ฮอนด้า CIVIC ที่ทำไว้ในวันแรก บวกเข้ากับเกมส์เก็บคะแนนที่หามาให้สื่อได้คิดระหว่างการเดินทาง ซึ่งเป็นการช่วยกำกับเส้นทางและเวลาในการเดินทางให้ถูกต้องยิ่งขึ้น ก่อนที่รถทุกคันจะตั้งขบวนออกเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พักกันในเวลาเกือบ 18.00น. รวมระยะทางที่วิ่งมาตั้งแต่น่านตรึงใจ คือ 366 กม. ใช้เวลาเดินทาง 15 ชม.เฉลี่ย24.4 กม./ชม. สินเปลืองน้ำมันในช่วงนี้ 42.19 ลิตร (ขับเปิดแอร์ตลอดการเดินทาง วิธีการขับแบบปกติ เพื่อจะให้ได้ตัวเลขที่แท้จริง)เฉลี่ย 8.7 กม./ลิตร คิดว่ายังงัยครับสำหรับ CR-V 2.0

สรุป การแข่งขันและการเดินทาง

ผลการแข่งขัน ทีมผู้เขียน ประกอบด้วย พี่อ๋อยจากยานยนต์ เจ้าปลิ้น จาก ท๊อปเกียร์ และตาแว่น จีเอ็มคาร์ เข้ามาเป็นอันดับที่ 3 (ตัวเลขดูจากตารางนะครับ) ทั้งนี้ตลอดการเดินทาง ไม่ได้ปิดแอร์เลย และความเร็วเป็นไปตามสภาพการจราจร ช่วงไหนต้องเร็ว ก็เร็ว ครับ

รถที่น่าทึ่งที่สุดเห็นจะเป็น ฮอนด้า CIVIC FD ของทีมช่าง ครับ ที่สามารถวิ่งตามขบวน CR-V ได้ตลอดเส้นทาง ไม่มีการติดหล่มหรือบุบสลายใดๆทั้งสิ้น

ส่วนวันรุ่งขึ้น เป็นทริปท่องเที่ยวเล็กครึ่งวัน ชมพระราชวัง ตลาดเช้า และที่ขาดไม่ได้ ร้านกาแฟ ประชานิยม หลังจจากมื้อกลางวันที่หลวงพระบางแล้ว เป็นการเดินทางกลับ ซึ่งเราตีรถขึ้นไปยังเมืองหลวงน้ำทา พัก 1 คืน ก่อนจะวิ่งรถเข้าเชียงของของไทยครับ เส้นทางแทบจะไม่ต่างจากขาไป คือ วกวนขึ้นและลงเขา แทบจะมองไม่เห็นทางตรงๆ แต่พอออกจากหลวงน้ำทา มาเข้าไทย เส้นทางเรียบมา สวยงามจนบรรยายไม่ถูก เลย ดูภาพประกอบแล้วกันนะครับ

สุดท้ายขอขอบคุณ ฮอนด้า และทีมงานทุกท่านที่ไว้วางใจให้เกียรติเชิญเข้าร่วมการเดินทาง

ทริปประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ครับ

 

น่าน-ห้วยโก๋น

ด่านห้วยโก๋น-ไชยะบุรี

ไชยะบุรี-หลวงพระบาง

เช้าในเมืองหลวงพระบาง

 

หลวงพระบาง-หลวงน้ำทา-ประเทศไทย

 

 

 

RELATED ARTICLES