Wednesday, July 24, 2024
HomeDare To BeDucati Scrambler 400 Sixty2 รถคันนี้มีไว้ให้สาวๆได้สนุกกับทริปเดินทาง

Ducati Scrambler 400 Sixty2 รถคันนี้มีไว้ให้สาวๆได้สนุกกับทริปเดินทาง

 

DSC_0398
ภายใต้เรือนร่างที่เย้ายวนของมอเตอร์ไซค์คันงาม เครื่องยนต์เปลือยระบายความร้อนด้วยอากาศ เบาะกลมๆ ล้ออ้วนๆ มันช่างน่าสัมผัสเสียจริง แล้ววันที่รอก็มาถึงเมื่อได้รับคำตอบถึงกำหนดการยืมรถทดสอบ ปัญหาต่อมาคือจะไปไหน..?หลังจากวางแผนกับทีมงานแล้ว เราจึงมุ่งหน้าไปยังเขาใหญ่ ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาเป็นโจทย์สำคัญ รีบบิดกุญแจสตาร์ท เสียงเครื่องยนต์ 4 จังหวะแบบV ครางเบาๆ ลองระบบไฟทุกจุดเบรคหน้า/หลัง พร้อมแล้ว ลุยยยยเบาะสร้างความคุ้นเคย

ออกจากตึกDucati เราวิ่งไปกลับรถแล้วใช้วิภาวดีฯไปเรื่อยๆ ไม่เร่งไม่รีบเพื่อปรับตัวกับรถให้เข้าหากันก่อน สิ่งที่เรารู้สึกครั้งแรกเมื่อขึ้นขี่หลังคันนี้คือ ตำแหน่งท่านั่งจะถูกบังคับเอาไว้แล้ว การปรับสามารถทำได้เพียงปรับระยะแฮนเดิ้ลบาร์เข้าได้อีกนิดหน่อยเท่านั้น เท่ากับเราต้องปรับท่านั่งของเราให้เข้ากับรถละครับ เพราเบาะที่เว้าเอาไว้เหมือนกับจะบอกว่า “อย่าเยอะ”555

DSC_0462

ผ่านรังสิตเริ่มคล่องตัว ลีลาเริ่มมาครับ เพราะเมื่อเราสามารถปรับตัวให้เข้ากับรถได้แล้ว รถก็จะเชื่อฟังเรา บังคับควบคุมได้ง่ายมาก เบาแรง เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีในระดับที่น่าพอใจ(สำหรับรถขนาดนี้)คลัทช์นุ่มเบามือบีบๆ ปล่อยๆ ตั้งหลายครั้งก็ยังไม่เมื่อย ถึงวังน้อยเริ่มหิว เพราะเมื่อใช้ความเร็วสักร้อยนิดๆ เครื่องยนต์จะสั่นพอให้รู้สึก เสียงไม่ดังสักเท่าไร ออกทางนุ่มๆ แวะพักหาอะไรรองท้องแล้วค่อยไปต่อ

ช่วงที่สองเข้าทางเขา

หนังท้องตึงแล้วซิครับ ออกเดินทางกันต่อแต่คราวนี้เมื่อถึงโรงปูน เราเลี้ยวเข้าไปกลับรถขึ้นสะพานเข้าเส้นในซึ่งรถจะน้อยกว่าแต่เส้นทางสวยงาม ติดอยู่นิดเดียวคือเป็นถนนแบบ 2 ช่อุงทางวิ่งสวนกันเท่านั้น Ducati Scrambler 400 เริ่มโชว์สมรรถนะในเรื่องของความคล่องตัวในทางโค้งแคบๆ ซ้าย-ขวา-ซ้าย สลับไปมา ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับการขับขี่แม้แต่น้อย แรงบิดที่ดีช่วยให้ไม่ต้องไล่เกียร์บ่อยๆ ลากเกียร์ได้ยาวๆ

DSC_0409
ช่วงตัวรถที่สั้น ล้อโต และน้ำหนักเบา ทำให้การขับขี่ในเส้นทางแคบๆ หรือโค้งเยอะเป็นไปอย่างง่ายดาย เหมาะอย่างอยิ่งกับสาวๆ ที่อยากได้รถสักคันไว้ขี่เล่นไม่ต้องรอเป็นคนซ้อนท้ายอีกต่อไป สนุกสนานกับเส้นทางลัดเลาะไปออกเขาใหญ่ ก่อนจะย้อนกลับออกมาเข้าถนนมิตรภาพ แล้วมุ่งหน้ากลับกทม.
ขากลับฟ้าเริ่มมืด แต่ไฟหน้าดวงโตซ่อนไว้ด้วยหลอดไฟแสงสว่างแบบฮาโลเจน ให้แสงชัดเจน เรือนไมล์เป็นแสงขาวนวล มองเห็นค่าต่างๆได้อย่างง่ายดาย ระยะทางร้อยกว่ากทม. จากเขาใหญ่ถึงกทม. ไม่ใช่เรื่องยาก ช่องทางแคบๆ ก็ยังสามารถผ่านได้อย่างสบาย ซึ่งตรงนี้ต้องชมกันสำหรับความคล่องตัวของ Ducati Scrambler Sixty2 เบรคไว้ใจได้ไม่มีวืด อาจจะเหลือเพียงต้องปรับตัวให้เข้ากับรถกันเล็กน้อย ก็น่าจะขับขี่ได้สนุกสนานยิ่งกว่านี้ครับ
ก่อนจะจากกัน ต้องขอขอบคุณ Ducati ThaiLand ที่ไว้วางใจให้ autofreestyle.com ได้นำรถมาลองขับในทริปนี้ครับ
DSC_0440

ความอิสระบทใหม่ในสไตล์ที่สดใสที่โดดเด่นขึ้น บ่งบอกความเป็นตัวตนของคุณกับ Ducati Scrambler Sixty2 ภายใต้เครื่องยนต์ใหม่ขนาด 399 cc. ให้คุณมั่นใจไปกับการเดินทางแบบสบายๆ พร้อมด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ลงตัวกับสไตล์ร่วมสมัย ถังน้ำมันทรงหยดน้ำขนาด 14 ลิตร กระจกทรงกลม โช้คหน้าแบบเทเลสโคปิคทรงดั้งเดิม ที่ยึดป้ายทะเบียนทรงสูง ให้กลิ่นอายความย้อนยุคลงตัวกับความสดใสที่เน้นความสนุกสนาน ภายใต้เฉดสีมาตรฐานใหม่ 3 แบบ ได้แก่ สีส้ม “Atomic Tangerine”, สีฟ้า “Ocean Grey” และสีดำ “Shining Black”

จุดเริ่มต้นแห่งความสนุกเสรี สะท้อนความเป็นตัวตนอย่างมีสไตล์ให้โลกได้รับรู้ไปกับ Ducati Scrambler Sixty2

Ducati Scrambler Sixty2 Technical specification

 

Engine                   

Type                             L-Twin cylinder, Desmodromic distribution, 2 valves per cylinder, air-cooled

Displacement                399 cc

Bore x stroke                 72 mm x 49 mm

Compression ratio          10,7 : 1

Power                           30.2 kW (41 hp) @ 8750 rpm

Torque                          34.6 Nm (3.5 kgm) @ 8,000 rpm

Fuel injection                 Electronic fuel injection, throttle body diameter 50 mm

Exhaust                        Exhaust system with single stainless steel muffler, aluminium tail pipe cover; catalytic converter and 2 lambda probes

Emissions                     Euro 4

Transmission

Gearbox                        6 speed

Ratio                             1=32/13 2=30/18 3=28/21 4=26/23 5=22/22 6=24/26

Primary drive                 Straight cut gears; Ratio 2.28:1

Final drive                     Chain; front sprocket 15; rear sprocket 48

Clutch                           Wet multiplate clutch with mechanical control

Chassis

Frame                           Tubular steel Trellis frame

Front suspension           Traditional Showa 41 mm fork

Front wheel travel          150 mm (5.9 in.)

Front wheel                   Lightweight alloy, 10-spoke, 3.00″ x 18″

Front tyre                      Pirelli MT 60 RS 110/80 R18

Rear suspension            Kayaba rear shock with fully adjustable preload

Rear wheel travel           150 mm (5.9 in.)

Rear wheel                    Lightweight alloy, 10-spoke, 4.50″ x 17″

Rear tyre                       Pirelli MT 60 RS 160/60 R17

Front brake                    320 mm disc, 2-piston floating calliper with ABS as standard

Rear brake                    245 mm disc, 1-piston floating calliper with ABS as standard

DSC_0464

DIMENSIONS AND WEIGHT

Wheelbase                    1,460 mm

Rake                             24°

Trail                              112 mm (4.4 in.)

Total steering lock         35°

Fuel tank capacity         14 l

Dry weight                     167 kg

Wet weight*                   183 kg

Seat height                    790 mm – 770 mm low seat available as an accessory

Max height                    1,165 mm (brake oil tank)

Max width                     860 mm (mirrors)

Max length                    2,150 mm

Number of seats            Two-seater

Standard equipment       Steel tank; front headlight with glass lens, LED positioning light with interchangeable surround; rear headlight with LED technology; LCD instrumentation with interchangeable surround; 18″ front wheel and 17″ rear wheel

DSC_0388 DSC_0463 DSC_0465 DSC_0466 DSC_0467 DSC_0468 DSC_0469 DSC_0470 DSC_0471 DSC_0472 DSC_0473 DSC_0474 DSC_0475 DSC_0476 DSC_0477 DSC_0478

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




Ducati Scrambler 400 Sixty2 รถคันนี้มีไว้ให้สาวๆได้สนุกกับทริปเดินทาง

 

DSC_0398
ภายใต้เรือนร่างที่เย้ายวนของมอเตอร์ไซค์คันงาม เครื่องยนต์เปลือยระบายความร้อนด้วยอากาศ เบาะกลมๆ ล้ออ้วนๆ มันช่างน่าสัมผัสเสียจริง แล้ววันที่รอก็มาถึงเมื่อได้รับคำตอบถึงกำหนดการยืมรถทดสอบ ปัญหาต่อมาคือจะไปไหน..?หลังจากวางแผนกับทีมงานแล้ว เราจึงมุ่งหน้าไปยังเขาใหญ่ ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาเป็นโจทย์สำคัญ รีบบิดกุญแจสตาร์ท เสียงเครื่องยนต์ 4 จังหวะแบบV ครางเบาๆ ลองระบบไฟทุกจุดเบรคหน้า/หลัง พร้อมแล้ว ลุยยยยเบาะสร้างความคุ้นเคย

ออกจากตึกDucati เราวิ่งไปกลับรถแล้วใช้วิภาวดีฯไปเรื่อยๆ ไม่เร่งไม่รีบเพื่อปรับตัวกับรถให้เข้าหากันก่อน สิ่งที่เรารู้สึกครั้งแรกเมื่อขึ้นขี่หลังคันนี้คือ ตำแหน่งท่านั่งจะถูกบังคับเอาไว้แล้ว การปรับสามารถทำได้เพียงปรับระยะแฮนเดิ้ลบาร์เข้าได้อีกนิดหน่อยเท่านั้น เท่ากับเราต้องปรับท่านั่งของเราให้เข้ากับรถละครับ เพราเบาะที่เว้าเอาไว้เหมือนกับจะบอกว่า “อย่าเยอะ”555

DSC_0462

ผ่านรังสิตเริ่มคล่องตัว ลีลาเริ่มมาครับ เพราะเมื่อเราสามารถปรับตัวให้เข้ากับรถได้แล้ว รถก็จะเชื่อฟังเรา บังคับควบคุมได้ง่ายมาก เบาแรง เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีในระดับที่น่าพอใจ(สำหรับรถขนาดนี้)คลัทช์นุ่มเบามือบีบๆ ปล่อยๆ ตั้งหลายครั้งก็ยังไม่เมื่อย ถึงวังน้อยเริ่มหิว เพราะเมื่อใช้ความเร็วสักร้อยนิดๆ เครื่องยนต์จะสั่นพอให้รู้สึก เสียงไม่ดังสักเท่าไร ออกทางนุ่มๆ แวะพักหาอะไรรองท้องแล้วค่อยไปต่อ

ช่วงที่สองเข้าทางเขา

หนังท้องตึงแล้วซิครับ ออกเดินทางกันต่อแต่คราวนี้เมื่อถึงโรงปูน เราเลี้ยวเข้าไปกลับรถขึ้นสะพานเข้าเส้นในซึ่งรถจะน้อยกว่าแต่เส้นทางสวยงาม ติดอยู่นิดเดียวคือเป็นถนนแบบ 2 ช่อุงทางวิ่งสวนกันเท่านั้น Ducati Scrambler 400 เริ่มโชว์สมรรถนะในเรื่องของความคล่องตัวในทางโค้งแคบๆ ซ้าย-ขวา-ซ้าย สลับไปมา ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับการขับขี่แม้แต่น้อย แรงบิดที่ดีช่วยให้ไม่ต้องไล่เกียร์บ่อยๆ ลากเกียร์ได้ยาวๆ

DSC_0409
ช่วงตัวรถที่สั้น ล้อโต และน้ำหนักเบา ทำให้การขับขี่ในเส้นทางแคบๆ หรือโค้งเยอะเป็นไปอย่างง่ายดาย เหมาะอย่างอยิ่งกับสาวๆ ที่อยากได้รถสักคันไว้ขี่เล่นไม่ต้องรอเป็นคนซ้อนท้ายอีกต่อไป สนุกสนานกับเส้นทางลัดเลาะไปออกเขาใหญ่ ก่อนจะย้อนกลับออกมาเข้าถนนมิตรภาพ แล้วมุ่งหน้ากลับกทม.
ขากลับฟ้าเริ่มมืด แต่ไฟหน้าดวงโตซ่อนไว้ด้วยหลอดไฟแสงสว่างแบบฮาโลเจน ให้แสงชัดเจน เรือนไมล์เป็นแสงขาวนวล มองเห็นค่าต่างๆได้อย่างง่ายดาย ระยะทางร้อยกว่ากทม. จากเขาใหญ่ถึงกทม. ไม่ใช่เรื่องยาก ช่องทางแคบๆ ก็ยังสามารถผ่านได้อย่างสบาย ซึ่งตรงนี้ต้องชมกันสำหรับความคล่องตัวของ Ducati Scrambler Sixty2 เบรคไว้ใจได้ไม่มีวืด อาจจะเหลือเพียงต้องปรับตัวให้เข้ากับรถกันเล็กน้อย ก็น่าจะขับขี่ได้สนุกสนานยิ่งกว่านี้ครับ
ก่อนจะจากกัน ต้องขอขอบคุณ Ducati ThaiLand ที่ไว้วางใจให้ autofreestyle.com ได้นำรถมาลองขับในทริปนี้ครับ
DSC_0440

ความอิสระบทใหม่ในสไตล์ที่สดใสที่โดดเด่นขึ้น บ่งบอกความเป็นตัวตนของคุณกับ Ducati Scrambler Sixty2 ภายใต้เครื่องยนต์ใหม่ขนาด 399 cc. ให้คุณมั่นใจไปกับการเดินทางแบบสบายๆ พร้อมด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ลงตัวกับสไตล์ร่วมสมัย ถังน้ำมันทรงหยดน้ำขนาด 14 ลิตร กระจกทรงกลม โช้คหน้าแบบเทเลสโคปิคทรงดั้งเดิม ที่ยึดป้ายทะเบียนทรงสูง ให้กลิ่นอายความย้อนยุคลงตัวกับความสดใสที่เน้นความสนุกสนาน ภายใต้เฉดสีมาตรฐานใหม่ 3 แบบ ได้แก่ สีส้ม “Atomic Tangerine”, สีฟ้า “Ocean Grey” และสีดำ “Shining Black”

จุดเริ่มต้นแห่งความสนุกเสรี สะท้อนความเป็นตัวตนอย่างมีสไตล์ให้โลกได้รับรู้ไปกับ Ducati Scrambler Sixty2

Ducati Scrambler Sixty2 Technical specification

 

Engine                   

Type                             L-Twin cylinder, Desmodromic distribution, 2 valves per cylinder, air-cooled

Displacement                399 cc

Bore x stroke                 72 mm x 49 mm

Compression ratio          10,7 : 1

Power                           30.2 kW (41 hp) @ 8750 rpm

Torque                          34.6 Nm (3.5 kgm) @ 8,000 rpm

Fuel injection                 Electronic fuel injection, throttle body diameter 50 mm

Exhaust                        Exhaust system with single stainless steel muffler, aluminium tail pipe cover; catalytic converter and 2 lambda probes

Emissions                     Euro 4

Transmission

Gearbox                        6 speed

Ratio                             1=32/13 2=30/18 3=28/21 4=26/23 5=22/22 6=24/26

Primary drive                 Straight cut gears; Ratio 2.28:1

Final drive                     Chain; front sprocket 15; rear sprocket 48

Clutch                           Wet multiplate clutch with mechanical control

Chassis

Frame                           Tubular steel Trellis frame

Front suspension           Traditional Showa 41 mm fork

Front wheel travel          150 mm (5.9 in.)

Front wheel                   Lightweight alloy, 10-spoke, 3.00″ x 18″

Front tyre                      Pirelli MT 60 RS 110/80 R18

Rear suspension            Kayaba rear shock with fully adjustable preload

Rear wheel travel           150 mm (5.9 in.)

Rear wheel                    Lightweight alloy, 10-spoke, 4.50″ x 17″

Rear tyre                       Pirelli MT 60 RS 160/60 R17

Front brake                    320 mm disc, 2-piston floating calliper with ABS as standard

Rear brake                    245 mm disc, 1-piston floating calliper with ABS as standard

DSC_0464

DIMENSIONS AND WEIGHT

Wheelbase                    1,460 mm

Rake                             24°

Trail                              112 mm (4.4 in.)

Total steering lock         35°

Fuel tank capacity         14 l

Dry weight                     167 kg

Wet weight*                   183 kg

Seat height                    790 mm – 770 mm low seat available as an accessory

Max height                    1,165 mm (brake oil tank)

Max width                     860 mm (mirrors)

Max length                    2,150 mm

Number of seats            Two-seater

Standard equipment       Steel tank; front headlight with glass lens, LED positioning light with interchangeable surround; rear headlight with LED technology; LCD instrumentation with interchangeable surround; 18″ front wheel and 17″ rear wheel

DSC_0388 DSC_0463 DSC_0465 DSC_0466 DSC_0467 DSC_0468 DSC_0469 DSC_0470 DSC_0471 DSC_0472 DSC_0473 DSC_0474 DSC_0475 DSC_0476 DSC_0477 DSC_0478

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

RELATED ARTICLES