Thursday, June 20, 2024
HomeTest DriveMitsubishi X pander Cross คันเดียว เที่ยวได้ทั่วไทย

Mitsubishi X pander Cross คันเดียว เที่ยวได้ทั่วไทย

หลังจากการเปิดตัวใหม่ไม่นาน ทางมิตซูบิชิ มอเตอร์ ประเทศไทยก็ได้จัดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับในสภาพเส้นทางธรรมชาติ เพื่อให้ได้สัมผัสกับสมรรถนะที่แท้จริง ทั้งบนทางหลวง ทางลาดชัน และในเส้นทางฝุ่น

จุดหมายของเราคือ จังหวัดเชียงราย จังหวัดที่อยู่เหนือสุดในสยาม

ก่อนจะขับเรามาดูความเปลี่ยนแปลงที่มาในเรื่องของความปลอดภัยเชิงป้องกัน ด้วยระบบ  AYC หรือ Active Yaw Control และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC หรือ Active Stability Control ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน  (Hill Start Assist: HSA) ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ (Emergency Stop Signal System: ESS) โดยระบบความปลอดภัยเหล่านี้ จะช่วยกันทำงานในช่วงเวลาและสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC DOHC 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ ECO-Dynamic CVT พร้อมระบบระบายความร้อนน้ำมันเกียร์ด้วยน้ำที่แยกอิสระช่วยให้สามารถคงสภาพการทำงานได้ในทุกสภาพการขับขี่

ภาพในห้องโดยสาร เน้นความสะดวกสบายในทุกตำแหน่ง พวงมาลับแบบมัลติฟังชั่น สามารถควบคุมและสั่งการระบบต่างได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส นอกจากนั้น การปรับจอแสดงผลที่หน้าปัด ยังช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รู้รายละเอียดการทำงานของระบบต่างได้ทุกเวลาที่ต้องการ

เส้นทางที่ทางมิตซูบิชิฯ จัดไว้ให้นั้น จะเป็นเส้นทางจากตัวเมือง ขึ้นดอยช้างแวะพักจิบกาแฟชมความงามของขุนเขา ซึ่งระยะทางแม้จะไม่ไกลมาก แต่เส้นทางและความลาดชันนั้นไม่เป็นรองใคร  Xpander Cross สามารถตอบทุกข้อสงสัยของการขับขึ้นทางลาดชันได้ด้วยการทำงานของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ผนวกกับเกียร์ CVT ที่หลายคนเคยกังขาเรื่องขึ้นเขาชันๆ และระยะห่างใต้ท้องรถที่มากถึง 220 มม. ซึ่งจากที่พวกเราได้ขับ แทบจะไม่ต้องเค้นกำลังหรือต้องลุ้นกับการไต่ความชันขึ้นไป แม้เราจะไม่ได้ใช้โหมท Ds ก็ยังขึ้นดอยช้างได้อย่างสบายๆ

จากนั้นไปไร่สิงห์ปาร์ค เพื่อลองสมรรถนะในเส้นทางฝุ่น ซึ่งรถขับเคลื่อน 2 ล้อทั่วไปอาจจะต้องหันหลังกลับ แต่เมื่อใช้ชื่อว่า   Mitsubishi X pander Cross แล้ว ก็ต้องผ่านไปให้ได้ โดยเส้นทางที่กำหนดไว้ จะเป็นทารลูกรัง หลุม ฝุ่น พร้อมหลุดโค้งได้ตลอดเวลาถ้าไม่ระวัง โดยตลอดระยะทาง ได้มีจุดให้สื่อได้เห็นการทำขางของระบบช่วยเหลือที่ติดตั้งมาให้เช่น ระบบควบคุมการลื่นไถล ที่ให้รถจอดนิ่ง แล้ว ขับขึ้นเนินชันบนถนนลูกรังร่วนๆ หรือการทดลองระบบ Active Yaw Control (AYC) ที่จะควบคุมระให้สามารถเข้าโค้งได้ดีขึ้น โดยให้เราขับผ่านทางโค้งของถนนลูกรัง(ความเร็วที่ 50 กม./ชม.) ระบบจะช่วยความคุมการหมุนของล้อเพื่อให้รถสามารถเข้าโค้งได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าหากเราเข้าแรงหรือรถมีการการมากจน AYC เอาไม่อยู่ ระบบควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL) ก็จะเข้ามารับหน้าที่ต่อทันที เพื่อป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุ

การทดลองขับ จบใน 1 วัน แม้จะไม่มาก แต่ก็พอให้เรารู้จัดรถมากขึ้น มั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องนั่งควบคุมการเดินทางอยู่หลังพวงมาลัยของ Mitsubishi X pander Cross

สุดท้ายต้องขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ ประเทศไทย และทีมงานทุกท่านที่ให้โอกาส ได้เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ อ้อ เกือบลืม

 

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่! วางจำหน่ายที่ศูนย์บริการรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั่วไทย ด้วยราคา 946,000 บาท ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นเพียง 7,000 บาทจากรุ่นเดิม

ยังมีเรื่อง ไฟหน้าแบบ LED ยกชุด ทั้งไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED  ไฟเลี้ยว LED  และไฟตัดหมอก LED เสริมด้วยไฟท้ายแบบ LED และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ติดตั้งตำแหน่งสูงเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยขณะขับขี่ช่วงเวลากลางคืน

สีตัวถังมีให้เลือก 4 สี โดยมีสีใหม่ คือ สีเขียว (Green Bronze Metallic) พร้อมด้วยสีขาวมุก (Quartz White Pearl) สีเงิน (Blade Silver) และสีเทา (Graphite Gray) พร้อมกับมีสีทูโทนอีก 2 สไตล์ ได้แก่ สีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze Metallic with Black Roof) และสีขาวหลังคาดำ (Quartz White Pearl with Black Roof)

RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




Mitsubishi X pander Cross คันเดียว เที่ยวได้ทั่วไทย

หลังจากการเปิดตัวใหม่ไม่นาน ทางมิตซูบิชิ มอเตอร์ ประเทศไทยก็ได้จัดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับในสภาพเส้นทางธรรมชาติ เพื่อให้ได้สัมผัสกับสมรรถนะที่แท้จริง ทั้งบนทางหลวง ทางลาดชัน และในเส้นทางฝุ่น

จุดหมายของเราคือ จังหวัดเชียงราย จังหวัดที่อยู่เหนือสุดในสยาม

ก่อนจะขับเรามาดูความเปลี่ยนแปลงที่มาในเรื่องของความปลอดภัยเชิงป้องกัน ด้วยระบบ  AYC หรือ Active Yaw Control และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC หรือ Active Stability Control ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน  (Hill Start Assist: HSA) ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ (Emergency Stop Signal System: ESS) โดยระบบความปลอดภัยเหล่านี้ จะช่วยกันทำงานในช่วงเวลาและสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC DOHC 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ ECO-Dynamic CVT พร้อมระบบระบายความร้อนน้ำมันเกียร์ด้วยน้ำที่แยกอิสระช่วยให้สามารถคงสภาพการทำงานได้ในทุกสภาพการขับขี่

ภาพในห้องโดยสาร เน้นความสะดวกสบายในทุกตำแหน่ง พวงมาลับแบบมัลติฟังชั่น สามารถควบคุมและสั่งการระบบต่างได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส นอกจากนั้น การปรับจอแสดงผลที่หน้าปัด ยังช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รู้รายละเอียดการทำงานของระบบต่างได้ทุกเวลาที่ต้องการ

เส้นทางที่ทางมิตซูบิชิฯ จัดไว้ให้นั้น จะเป็นเส้นทางจากตัวเมือง ขึ้นดอยช้างแวะพักจิบกาแฟชมความงามของขุนเขา ซึ่งระยะทางแม้จะไม่ไกลมาก แต่เส้นทางและความลาดชันนั้นไม่เป็นรองใคร  Xpander Cross สามารถตอบทุกข้อสงสัยของการขับขึ้นทางลาดชันได้ด้วยการทำงานของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ผนวกกับเกียร์ CVT ที่หลายคนเคยกังขาเรื่องขึ้นเขาชันๆ และระยะห่างใต้ท้องรถที่มากถึง 220 มม. ซึ่งจากที่พวกเราได้ขับ แทบจะไม่ต้องเค้นกำลังหรือต้องลุ้นกับการไต่ความชันขึ้นไป แม้เราจะไม่ได้ใช้โหมท Ds ก็ยังขึ้นดอยช้างได้อย่างสบายๆ

จากนั้นไปไร่สิงห์ปาร์ค เพื่อลองสมรรถนะในเส้นทางฝุ่น ซึ่งรถขับเคลื่อน 2 ล้อทั่วไปอาจจะต้องหันหลังกลับ แต่เมื่อใช้ชื่อว่า   Mitsubishi X pander Cross แล้ว ก็ต้องผ่านไปให้ได้ โดยเส้นทางที่กำหนดไว้ จะเป็นทารลูกรัง หลุม ฝุ่น พร้อมหลุดโค้งได้ตลอดเวลาถ้าไม่ระวัง โดยตลอดระยะทาง ได้มีจุดให้สื่อได้เห็นการทำขางของระบบช่วยเหลือที่ติดตั้งมาให้เช่น ระบบควบคุมการลื่นไถล ที่ให้รถจอดนิ่ง แล้ว ขับขึ้นเนินชันบนถนนลูกรังร่วนๆ หรือการทดลองระบบ Active Yaw Control (AYC) ที่จะควบคุมระให้สามารถเข้าโค้งได้ดีขึ้น โดยให้เราขับผ่านทางโค้งของถนนลูกรัง(ความเร็วที่ 50 กม./ชม.) ระบบจะช่วยความคุมการหมุนของล้อเพื่อให้รถสามารถเข้าโค้งได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าหากเราเข้าแรงหรือรถมีการการมากจน AYC เอาไม่อยู่ ระบบควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL) ก็จะเข้ามารับหน้าที่ต่อทันที เพื่อป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุ

การทดลองขับ จบใน 1 วัน แม้จะไม่มาก แต่ก็พอให้เรารู้จัดรถมากขึ้น มั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องนั่งควบคุมการเดินทางอยู่หลังพวงมาลัยของ Mitsubishi X pander Cross

สุดท้ายต้องขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ ประเทศไทย และทีมงานทุกท่านที่ให้โอกาส ได้เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ อ้อ เกือบลืม

 

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่! วางจำหน่ายที่ศูนย์บริการรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั่วไทย ด้วยราคา 946,000 บาท ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นเพียง 7,000 บาทจากรุ่นเดิม

ยังมีเรื่อง ไฟหน้าแบบ LED ยกชุด ทั้งไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED  ไฟเลี้ยว LED  และไฟตัดหมอก LED เสริมด้วยไฟท้ายแบบ LED และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ติดตั้งตำแหน่งสูงเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยขณะขับขี่ช่วงเวลากลางคืน

สีตัวถังมีให้เลือก 4 สี โดยมีสีใหม่ คือ สีเขียว (Green Bronze Metallic) พร้อมด้วยสีขาวมุก (Quartz White Pearl) สีเงิน (Blade Silver) และสีเทา (Graphite Gray) พร้อมกับมีสีทูโทนอีก 2 สไตล์ ได้แก่ สีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze Metallic with Black Roof) และสีขาวหลังคาดำ (Quartz White Pearl with Black Roof)

RELATED ARTICLES