Saturday, July 20, 2024
HomeTest Driveพา FordRanger Stormtrak ไปขึ้นเขากระโจม

พา FordRanger Stormtrak ไปขึ้นเขากระโจม

วันนี้เราจะพา ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค ไปขึ้นเขากระโจมกัน สิ่งที่จะต้องเตรียมคือ อาหารและน้ำดื่ม ส่วนของตัวรถละ NO…..!!! ไม่ต้อง แค่มีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอ เราก็สามารถขับไปเที่ยวที่ไหนก็ได้

ใช่ครับไม่ผิดไปจากที่เกริ่นไว้เท่าไร เพราะความสามารถของตัวรถฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค 4×4 คันนี้ มีสมรรถนะพร้อมที่จะพาคุณไปได้ทุกเส้นทาง

อะไรที่ทำให้มั่นใจได้ขนาดนั้น ก็ต้องเริ่มที่เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่  ให้พละกำลังสูงสุด 210 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter พร้อมตัวเลือกระบบขับเคลื่อนแบบ 4×4 และ 4×2 พร้อมเทคโนโลยีระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Fully Automated Park Assist) ซึ่งการทำงานของเครื่องยนต์ เกียร์ จะประสานกันอย่างกลมกลืน โดยเราสามารถเลือกใช้งานได้ตามสภาพแวดล้อมนั้นๆ

และยังมีระบบกันสะเทือนที่ช่วยให้ล้อทั้ง 4 สัมผัสกับพื้นผิวถนนอยู่ตลอดเวลา และยังช่วยดูดซับแรงกระแทกที่เกิดขึ้นให้ส่งขึ้นมายังห้องโดยสารน้อยที่สุด เช่นสภาพทางแสนโหดร้ายเหมือนกับที่เรากำลังจะไปในวันนี้

หน้าตาของ ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค ก็เหมือนกับพี่น้องเรนเจอร์แหละครับ หล่อ เท่ ดุดัน ไฟหน้าฟูลแอลอีดี 2 ชั้น ให้ความสว่างชัดเจน กระจังหน้าดำคาดด้วยแถบพร้อมโลโก้ FORD และปิกมุมทั้ง 2ด้านด้วยชุดไปเดย์ไลท์ มองเห็นเด่นชัด เสริมด้วยไฟตัดหมอกที่มุมกันชนด้านล่าง เหมาะกับการเดินทางในทุกสภาพอากาศ และยังเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ด เรนเจอร์ ติดไฟ AUX Lamp (ทำงานเมื่อเปิดไฟสูง) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้ดีขึ้นในทุกสภาพอากาศ และเพิ่มความปลอดภัยในการขับเวลากลางคืน

การออกแบบภายนอกเพิ่มความดุดัน มีสไตล์ ตั้งแต่กระจังหน้าดีไซน์เฉพาะรุ่นสตอร์มแทรค ไปจนถึงสติ๊กเกอร์ตกแต่งใหม่รอบคันที่เป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกตัวตนของคนที่มีใจรักในความสมบุกสมบัน เบาะหนังและหนังสังเคราะห์ภายในตกแต่งใหม่ด้วยสีดำ-แดง หรูหราพรีเมียมสไตล์สตอร์มแทรค  

หนักแน่นด้วยล้อแม็คขนาด 20นิ้วพร้อมยาง Goodyear Wrangler ขนาด 255/55R20 ที่ให้ทั้งความนุ่มนวลและการปีนไต่ที่เหมาะสม ซึ่งก็นับว่าเพียงพอกับการใช้งานทั่วไป

ระบบกันสะเทือน ฟอร์ดจัดเต็มมารองรับความสนุกสนานในการเดินทางด้วยช๊ออัพคู่หน้าและหลังแบบโมโนทิวบ์ ที่ขับแล้วจะเห็นถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เมื่อ เร็ว แรง แล้ว ก็ต้องหยุดม้าพยศ ทั้ง 210 ตัวให้ได้ ดิสก์เบรกหน้าและหลัง พร้อมครีบระบายความร้อน จึงถูกนำมาใช้งาน ซึ่งแน่นอนว่าการได้ดิสก์เบรคหลังมานั้น จะช่วยเพิ่มความมั่นใจถึงประสิทธิภาพของรถได้มากขึ้น ความปลอดภัยที่มีสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

การขึ้นเขากระโจมนั้น มีข้อจำกัดเดียวที่เจ้าหน้าที่เขาจะถามก่อนขึ้นไปคือ “รถขับเคลื่อน  4ล้อหรือเปล่า….???” นั่นแปลว่าถ้าคุณใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ไม่ว่าจะแต่งมาขนาดไหน หรือจะเดิมโรงงาน อย่างที่เราขับมา ก็ใช้เส้นทางนี้ได้ มันแปลความได้ 2 ทางคือ ไม่ยาก กับ ต้องเสี่ยงเอาเอง เพราะเส้นทางขึ้นเขากระโจมนั้น จะมีรถ 4×4เกือบทุกกลุ่มพากันขึ้นไปเที่ยว สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือรถที่แต่งเติมเพิ่มสมรรถนะให้สูงขึ้น ล้อโตขึ้น ร่องถนนก็จะลึกขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน รถเดิมๆก็จะยากขึ้นทุกวัน แต่ทั้งหมดนี้คือความท้าทายให้ไปลองกันสักตั้งครับ

ขับตามทางขึ้นไปไม่เท่าไร เราก็พบกับป้าย“จุดกลับใจ” แสดงว่าเส้าทางที่ผ่านมา เป็นเพียงคำทักทาย หากใครคิดว่าไม่ไหว ยังกลับตัวกลับใจได้ทัน แต่ในเมื่อเราขับเจ้า ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค 4×4ที่สมรรถนะไม่เป็นรองใครมาทั้งที จะถอดใจตรงนี้มันก็จะหยามกันเกินไป เดินทางต่อ เส้นทางก็จะเริ่มโหดขึ้น ร่องลึกขึ้น หินลอยมีให้สัมผัสเป็นระยะๆ ความสำคัญอยู่ตรงช่วงที่เราจะต้องเลือกตำแหน่งล้อให้ถูกต้อง ยิ่งได้เห็นพื้นทางเวลาขึ้นขึ้นเนิน จะยิ่งปลอดภัยหายห่วง

ด้วยมีระบบกล่องมองภาพที่ช่วยให้ผู้ขับสามารถมองเห็นสภาพทางหน้ารถ ตำแหน่งล้อ ได้อย่างชัดเจน โดยเมื่อเราเข้าโหมดการใช้งานขับเคลื่อน 4ล้อ ภาพรอบคันก็จะแสดงบนหน้าจอให้เราเห็น บอกเลยว่าช่วยให้เราวางตำแหน่งล้อได้ปลอดภัยมากจริงๆ

ความยากลำบาก ความอันตรายของเส้นทางมีเข้ามาให้เห็นตลอดเวลา และสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก่อนขึ้นช่วงสุดท้าย รถกระบะที่กำลังวิ่งสวนทางลงมา พลาด ลงร่องลึกทำให้ตัวรถพลิกตะแคง ยังโชคดีที่เขามากันเป็นกลุ่ม จึงสามารถกู้รถให้กลับมาขับได้ แม้จะเสียหายไปทั้งแถบก็ตาม

ช่วงสุดท้ายของเส้นทาง สำคัญที่เลือกตำแหน่งวางล้อ และการคุมคันเร่ง เราเลือกที่จะใช้ 4L เพื่อให้รถเคลื่อนตัวไปช้าๆ ป้องกันไม่ให้เกิดการหมุนฟรีซึ้นอาจจะพาให้ล้อรถตกร่องลึกได้ เมื่อลดสิ่งที่ต้องระวังได้แล้ว เราก็จะมีสมาธิในการกำหนดทิศทางได้อย่างเหมาะสม จนถึงจุดหมายปลายทาง

เราขึ้นไปถึงก็บ่ายแก่ๆแล้ว ไม่ได้เตรียมตัวจะไปพักค้างแรม จึงต้องรีบกลับลงมา และก็ได้สวนทางกับฟอร์ดอีก 2 คันคือ แรปเตอร์ และเอเวอเรสต์ ป้ายแดงทั้งคู่ โดยการสวนทางกันนี้ มีผู้โดยสารท่านหนึ่งบอกกับเราว่า รถที่ตามมาตกร่องลึก จึงลงไปช่วยดูทางให้ ปรากฏว่ารถที่ว่าคือเอเวอเรสต์นั่นเอง และสามารถขึ้นมาได้ (ด้วยสมรรถนะของรถล้วนๆ จากที่เห็น) เราก็ผ่านมาอย่างห่วงๆ ว่าจะลงกันอย่างไร

ช่วงขึ้นว่ายากแล้ว ช่วงลงก็ใช่ว่าจะง่าย เพราะการหยุดหรือเลือกตำแหน่งล้อจะพลาดไม่ได้ จนมาถึงด่านตชด. เราต้องลุยน้ำลึก (จริงๆก็ต้องผ่านทั้งไปและกับ) การปล่อยให้รถค่อยๆ วิ่งไปในน้ำลึก จะช่วงลดความเสียหายที่อาจเกินขึ้นกับเครื่องยนต์ได้ เราจึงเลือกใช้เกียร์ขึ้บเคลื่อน 4 H แล้วค่อยๆ ปล่อยให้รถเคลื่อนตัวช้าๆ เท่านี้ก็สามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดาย

เมื่อลงจากเขาได้ ฟ้าก็เริ่มหมดแสง เราได้พบกับความสว่างของไฟหน้าอย่างแท้จริง และยังสามารถปรับตั้งให้เป็นไฟสูงอัตโนมัติได้อีกด้วย สะดวกปลอดภัยจริงๆ

อัตราสิ้นเปลืองของ  ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค  2.0 คันนี้ เฉลี่ยตลอดการเดินทางจะอยู่ที่ 11 กม./ลิตรนิดๆ ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ขึ้นเขากระโจมนั้น ต้องใช้กำลังมากกว่าปกตินั่นเอง

สรุปสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค  2.0 BI-Turbo จัดว่าเป็นกระบะที่อยู่แถวหน้าของวงการ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา พละกำลัง และช่วงล่างที่ แสนจะลงตัว  จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเราจึงเห็นกระบะฟอร์ดวิ่งกันเต็มบ้านเต็มเมือง

สุดท้ายต้องขอขอบคุณทีมประชาสัมพันธ์Ford ประเทศไทยที่อำนวยความสะดวกครั้งนี้ด้วยครับ

ข้อมูลของ ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค  2.0 BI-Turbo ขับเคลื่อน 4ล้อ

มิติตัวรถ

● สูง: 1,884 มม.

● กว้าง: 1,918 มม.

● ความยาว: 5,370 มม.

 

ระบบส่งกำลัง และช่วงล่าง

● เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้กำลังสูงสุด 210 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร

● ดิสก์เบรกหน้าและหลัง พร้อมครีบระบายความร้อน

● ล้ออัลลอย 20 นิ้ว พร้อมยางขนาด 255/55 R20

● โช้คอัพคู่หน้าและหลังแบบโมโนทิวบ์

อุปกรณ์ภายนอก

● ไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี พร้อมระบบปรับมุมลำแสงไฟอัตโนมัติ ระบบป้องกันไฟแยงตา และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

● ไฟวิ่งกลางวัน ไฟตัดหมอก และไฟท้ายแบบแอลอีดี

● ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

● ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ

● บันไดข้างและบันไดเหยียบข้างกระบะท้าย

● ราวหลังคาและสปอร์ตบาร์แบบปรับได้ (Flexible Rack System) (First-in-class)

● พื้นปูกระบะท้าย พร้อมช่องต่อไฟ 12V และ 230V (400W)

● ฝาท้ายแบบผ่อนแรง

อุปกรณ์ภายในและความสะดวกสบาย

● เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า สามารถปรับไฟฟ้าได้ถึง 8 ทิศทาง

● เกียร์อัตโนมัติแบบ E-Shifter (First-in-class)

● แท่นชาร์จไร้สาย

● กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

● ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

● กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ พร้อมช่องต่อ USB

● ไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร

 

การเชื่อมต่อและความบันเทิงภายในรถ

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสตอร์มแทรค มาพร้อมอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง ได้แก่

● หน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว

● หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสีขนาด 12.4 นิ้ว

● ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A รองรับ Wireless Apple CarPlay® และ Android Auto™

ที่ได้รับการพัฒนาให้สะดวกรวดเร็วไปอีกขั้น ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนตัวได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องปล่อยมือจากพวงมาลัย และไม่ต้องละสายตาจากถนน

● ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ

● ระบบ FordPass Connect

● ช่องต่อ USB 4 จุด

● ลำโพง 6 ทิศทาง

● ช่องต่อไฟ 12V พร้อมช่องต่อไฟ 230V (400W)

 

อุปกรณ์ความปลอดภัย

● ถุงลมนิรภัย 7 จุด ได้แก่ คู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่า

● ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน

● สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและหลัง

● กล้องมองรอบคัน 360 องศา

● ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD

● ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System)

● ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ (Roll-Over Mitigation)

● เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ auto hold (First-in-class)

 

เทคโนโลยีช่วยการขับขี่ขั้นสูง

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสตอร์มแทรค ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะครบครัน ได้แก่

● ดิฟล็อกหลังแบบไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น 4×4)

● ระบบเลือกโหมดการขับขี่ 6 โหมด แบบหมุน (เฉพาะรุ่น 4×4)

● ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control)

● ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Fully Automated Park Assist) (First in Class)

● ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop&Go และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (First in Class)

● ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ

● ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB)

● ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)

● ระบบช่วยควบคุมรถหลังจากชน

● ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Lane Departure Alert)

● ระบบตรวจจับรถในจุดบอด และระบบตรวจจับขณะออกจากช่องจอด (Blind Spot Information System – BLIS® with cross-traffic alert)

● กล้องมองรอบคัน 360 องศา

● ระบบป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง

● ระบบช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ

 

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสตอร์มแทรค มีสีภายนอกให้เลือก 4 สี

● สีขาว Arctic White

● สีเทา Meteor Grey

● สีดำ Absolute Black

● สีส้ม Sedona Orange (สีพิเศษ เพิ่มเงิน 10,000 บาท)


RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




พา FordRanger Stormtrak ไปขึ้นเขากระโจม

วันนี้เราจะพา ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค ไปขึ้นเขากระโจมกัน สิ่งที่จะต้องเตรียมคือ อาหารและน้ำดื่ม ส่วนของตัวรถละ NO…..!!! ไม่ต้อง แค่มีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอ เราก็สามารถขับไปเที่ยวที่ไหนก็ได้

ใช่ครับไม่ผิดไปจากที่เกริ่นไว้เท่าไร เพราะความสามารถของตัวรถฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค 4×4 คันนี้ มีสมรรถนะพร้อมที่จะพาคุณไปได้ทุกเส้นทาง

อะไรที่ทำให้มั่นใจได้ขนาดนั้น ก็ต้องเริ่มที่เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่  ให้พละกำลังสูงสุด 210 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter พร้อมตัวเลือกระบบขับเคลื่อนแบบ 4×4 และ 4×2 พร้อมเทคโนโลยีระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Fully Automated Park Assist) ซึ่งการทำงานของเครื่องยนต์ เกียร์ จะประสานกันอย่างกลมกลืน โดยเราสามารถเลือกใช้งานได้ตามสภาพแวดล้อมนั้นๆ

และยังมีระบบกันสะเทือนที่ช่วยให้ล้อทั้ง 4 สัมผัสกับพื้นผิวถนนอยู่ตลอดเวลา และยังช่วยดูดซับแรงกระแทกที่เกิดขึ้นให้ส่งขึ้นมายังห้องโดยสารน้อยที่สุด เช่นสภาพทางแสนโหดร้ายเหมือนกับที่เรากำลังจะไปในวันนี้

หน้าตาของ ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค ก็เหมือนกับพี่น้องเรนเจอร์แหละครับ หล่อ เท่ ดุดัน ไฟหน้าฟูลแอลอีดี 2 ชั้น ให้ความสว่างชัดเจน กระจังหน้าดำคาดด้วยแถบพร้อมโลโก้ FORD และปิกมุมทั้ง 2ด้านด้วยชุดไปเดย์ไลท์ มองเห็นเด่นชัด เสริมด้วยไฟตัดหมอกที่มุมกันชนด้านล่าง เหมาะกับการเดินทางในทุกสภาพอากาศ และยังเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ด เรนเจอร์ ติดไฟ AUX Lamp (ทำงานเมื่อเปิดไฟสูง) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้ดีขึ้นในทุกสภาพอากาศ และเพิ่มความปลอดภัยในการขับเวลากลางคืน

การออกแบบภายนอกเพิ่มความดุดัน มีสไตล์ ตั้งแต่กระจังหน้าดีไซน์เฉพาะรุ่นสตอร์มแทรค ไปจนถึงสติ๊กเกอร์ตกแต่งใหม่รอบคันที่เป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกตัวตนของคนที่มีใจรักในความสมบุกสมบัน เบาะหนังและหนังสังเคราะห์ภายในตกแต่งใหม่ด้วยสีดำ-แดง หรูหราพรีเมียมสไตล์สตอร์มแทรค  

หนักแน่นด้วยล้อแม็คขนาด 20นิ้วพร้อมยาง Goodyear Wrangler ขนาด 255/55R20 ที่ให้ทั้งความนุ่มนวลและการปีนไต่ที่เหมาะสม ซึ่งก็นับว่าเพียงพอกับการใช้งานทั่วไป

ระบบกันสะเทือน ฟอร์ดจัดเต็มมารองรับความสนุกสนานในการเดินทางด้วยช๊ออัพคู่หน้าและหลังแบบโมโนทิวบ์ ที่ขับแล้วจะเห็นถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เมื่อ เร็ว แรง แล้ว ก็ต้องหยุดม้าพยศ ทั้ง 210 ตัวให้ได้ ดิสก์เบรกหน้าและหลัง พร้อมครีบระบายความร้อน จึงถูกนำมาใช้งาน ซึ่งแน่นอนว่าการได้ดิสก์เบรคหลังมานั้น จะช่วยเพิ่มความมั่นใจถึงประสิทธิภาพของรถได้มากขึ้น ความปลอดภัยที่มีสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

การขึ้นเขากระโจมนั้น มีข้อจำกัดเดียวที่เจ้าหน้าที่เขาจะถามก่อนขึ้นไปคือ “รถขับเคลื่อน  4ล้อหรือเปล่า….???” นั่นแปลว่าถ้าคุณใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ไม่ว่าจะแต่งมาขนาดไหน หรือจะเดิมโรงงาน อย่างที่เราขับมา ก็ใช้เส้นทางนี้ได้ มันแปลความได้ 2 ทางคือ ไม่ยาก กับ ต้องเสี่ยงเอาเอง เพราะเส้นทางขึ้นเขากระโจมนั้น จะมีรถ 4×4เกือบทุกกลุ่มพากันขึ้นไปเที่ยว สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือรถที่แต่งเติมเพิ่มสมรรถนะให้สูงขึ้น ล้อโตขึ้น ร่องถนนก็จะลึกขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน รถเดิมๆก็จะยากขึ้นทุกวัน แต่ทั้งหมดนี้คือความท้าทายให้ไปลองกันสักตั้งครับ

ขับตามทางขึ้นไปไม่เท่าไร เราก็พบกับป้าย“จุดกลับใจ” แสดงว่าเส้าทางที่ผ่านมา เป็นเพียงคำทักทาย หากใครคิดว่าไม่ไหว ยังกลับตัวกลับใจได้ทัน แต่ในเมื่อเราขับเจ้า ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค 4×4ที่สมรรถนะไม่เป็นรองใครมาทั้งที จะถอดใจตรงนี้มันก็จะหยามกันเกินไป เดินทางต่อ เส้นทางก็จะเริ่มโหดขึ้น ร่องลึกขึ้น หินลอยมีให้สัมผัสเป็นระยะๆ ความสำคัญอยู่ตรงช่วงที่เราจะต้องเลือกตำแหน่งล้อให้ถูกต้อง ยิ่งได้เห็นพื้นทางเวลาขึ้นขึ้นเนิน จะยิ่งปลอดภัยหายห่วง

ด้วยมีระบบกล่องมองภาพที่ช่วยให้ผู้ขับสามารถมองเห็นสภาพทางหน้ารถ ตำแหน่งล้อ ได้อย่างชัดเจน โดยเมื่อเราเข้าโหมดการใช้งานขับเคลื่อน 4ล้อ ภาพรอบคันก็จะแสดงบนหน้าจอให้เราเห็น บอกเลยว่าช่วยให้เราวางตำแหน่งล้อได้ปลอดภัยมากจริงๆ

ความยากลำบาก ความอันตรายของเส้นทางมีเข้ามาให้เห็นตลอดเวลา และสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก่อนขึ้นช่วงสุดท้าย รถกระบะที่กำลังวิ่งสวนทางลงมา พลาด ลงร่องลึกทำให้ตัวรถพลิกตะแคง ยังโชคดีที่เขามากันเป็นกลุ่ม จึงสามารถกู้รถให้กลับมาขับได้ แม้จะเสียหายไปทั้งแถบก็ตาม

ช่วงสุดท้ายของเส้นทาง สำคัญที่เลือกตำแหน่งวางล้อ และการคุมคันเร่ง เราเลือกที่จะใช้ 4L เพื่อให้รถเคลื่อนตัวไปช้าๆ ป้องกันไม่ให้เกิดการหมุนฟรีซึ้นอาจจะพาให้ล้อรถตกร่องลึกได้ เมื่อลดสิ่งที่ต้องระวังได้แล้ว เราก็จะมีสมาธิในการกำหนดทิศทางได้อย่างเหมาะสม จนถึงจุดหมายปลายทาง

เราขึ้นไปถึงก็บ่ายแก่ๆแล้ว ไม่ได้เตรียมตัวจะไปพักค้างแรม จึงต้องรีบกลับลงมา และก็ได้สวนทางกับฟอร์ดอีก 2 คันคือ แรปเตอร์ และเอเวอเรสต์ ป้ายแดงทั้งคู่ โดยการสวนทางกันนี้ มีผู้โดยสารท่านหนึ่งบอกกับเราว่า รถที่ตามมาตกร่องลึก จึงลงไปช่วยดูทางให้ ปรากฏว่ารถที่ว่าคือเอเวอเรสต์นั่นเอง และสามารถขึ้นมาได้ (ด้วยสมรรถนะของรถล้วนๆ จากที่เห็น) เราก็ผ่านมาอย่างห่วงๆ ว่าจะลงกันอย่างไร

ช่วงขึ้นว่ายากแล้ว ช่วงลงก็ใช่ว่าจะง่าย เพราะการหยุดหรือเลือกตำแหน่งล้อจะพลาดไม่ได้ จนมาถึงด่านตชด. เราต้องลุยน้ำลึก (จริงๆก็ต้องผ่านทั้งไปและกับ) การปล่อยให้รถค่อยๆ วิ่งไปในน้ำลึก จะช่วงลดความเสียหายที่อาจเกินขึ้นกับเครื่องยนต์ได้ เราจึงเลือกใช้เกียร์ขึ้บเคลื่อน 4 H แล้วค่อยๆ ปล่อยให้รถเคลื่อนตัวช้าๆ เท่านี้ก็สามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดาย

เมื่อลงจากเขาได้ ฟ้าก็เริ่มหมดแสง เราได้พบกับความสว่างของไฟหน้าอย่างแท้จริง และยังสามารถปรับตั้งให้เป็นไฟสูงอัตโนมัติได้อีกด้วย สะดวกปลอดภัยจริงๆ

อัตราสิ้นเปลืองของ  ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค  2.0 คันนี้ เฉลี่ยตลอดการเดินทางจะอยู่ที่ 11 กม./ลิตรนิดๆ ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ขึ้นเขากระโจมนั้น ต้องใช้กำลังมากกว่าปกตินั่นเอง

สรุปสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค  2.0 BI-Turbo จัดว่าเป็นกระบะที่อยู่แถวหน้าของวงการ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา พละกำลัง และช่วงล่างที่ แสนจะลงตัว  จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเราจึงเห็นกระบะฟอร์ดวิ่งกันเต็มบ้านเต็มเมือง

สุดท้ายต้องขอขอบคุณทีมประชาสัมพันธ์Ford ประเทศไทยที่อำนวยความสะดวกครั้งนี้ด้วยครับ

ข้อมูลของ ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค  2.0 BI-Turbo ขับเคลื่อน 4ล้อ

มิติตัวรถ

● สูง: 1,884 มม.

● กว้าง: 1,918 มม.

● ความยาว: 5,370 มม.

 

ระบบส่งกำลัง และช่วงล่าง

● เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้กำลังสูงสุด 210 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร

● ดิสก์เบรกหน้าและหลัง พร้อมครีบระบายความร้อน

● ล้ออัลลอย 20 นิ้ว พร้อมยางขนาด 255/55 R20

● โช้คอัพคู่หน้าและหลังแบบโมโนทิวบ์

อุปกรณ์ภายนอก

● ไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี พร้อมระบบปรับมุมลำแสงไฟอัตโนมัติ ระบบป้องกันไฟแยงตา และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

● ไฟวิ่งกลางวัน ไฟตัดหมอก และไฟท้ายแบบแอลอีดี

● ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

● ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ

● บันไดข้างและบันไดเหยียบข้างกระบะท้าย

● ราวหลังคาและสปอร์ตบาร์แบบปรับได้ (Flexible Rack System) (First-in-class)

● พื้นปูกระบะท้าย พร้อมช่องต่อไฟ 12V และ 230V (400W)

● ฝาท้ายแบบผ่อนแรง

อุปกรณ์ภายในและความสะดวกสบาย

● เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า สามารถปรับไฟฟ้าได้ถึง 8 ทิศทาง

● เกียร์อัตโนมัติแบบ E-Shifter (First-in-class)

● แท่นชาร์จไร้สาย

● กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

● ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

● กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ พร้อมช่องต่อ USB

● ไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร

 

การเชื่อมต่อและความบันเทิงภายในรถ

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสตอร์มแทรค มาพร้อมอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง ได้แก่

● หน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว

● หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสีขนาด 12.4 นิ้ว

● ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A รองรับ Wireless Apple CarPlay® และ Android Auto™

ที่ได้รับการพัฒนาให้สะดวกรวดเร็วไปอีกขั้น ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนตัวได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องปล่อยมือจากพวงมาลัย และไม่ต้องละสายตาจากถนน

● ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ

● ระบบ FordPass Connect

● ช่องต่อ USB 4 จุด

● ลำโพง 6 ทิศทาง

● ช่องต่อไฟ 12V พร้อมช่องต่อไฟ 230V (400W)

 

อุปกรณ์ความปลอดภัย

● ถุงลมนิรภัย 7 จุด ได้แก่ คู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่า

● ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน

● สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและหลัง

● กล้องมองรอบคัน 360 องศา

● ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD

● ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System)

● ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ (Roll-Over Mitigation)

● เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ auto hold (First-in-class)

 

เทคโนโลยีช่วยการขับขี่ขั้นสูง

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสตอร์มแทรค ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะครบครัน ได้แก่

● ดิฟล็อกหลังแบบไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น 4×4)

● ระบบเลือกโหมดการขับขี่ 6 โหมด แบบหมุน (เฉพาะรุ่น 4×4)

● ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control)

● ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Fully Automated Park Assist) (First in Class)

● ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop&Go และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (First in Class)

● ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ

● ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB)

● ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)

● ระบบช่วยควบคุมรถหลังจากชน

● ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Lane Departure Alert)

● ระบบตรวจจับรถในจุดบอด และระบบตรวจจับขณะออกจากช่องจอด (Blind Spot Information System – BLIS® with cross-traffic alert)

● กล้องมองรอบคัน 360 องศา

● ระบบป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง

● ระบบช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ

 

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสตอร์มแทรค มีสีภายนอกให้เลือก 4 สี

● สีขาว Arctic White

● สีเทา Meteor Grey

● สีดำ Absolute Black

● สีส้ม Sedona Orange (สีพิเศษ เพิ่มเงิน 10,000 บาท)


RELATED ARTICLES