Saturday, July 20, 2024
HomeTest Driveฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 3.0 ลิตร ดีเซล วี 6 ยักษ์ใหญ่ใจดีที่ตอนนี้มีเงินก็ซื้อไม่ได้

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 3.0 ลิตร ดีเซล วี 6 ยักษ์ใหญ่ใจดีที่ตอนนี้มีเงินก็ซื้อไม่ได้

ขยันสร้างความตื่นเต้นให้กับนักเลงกระบะบ้านเราไม่ว่างเว้น นับตั้งแต่พอร์ดเรนเจอร์ ปล่อยเจ้าแรปเตอร์ออกมาเขย่าตลาดเมื่อหลายปีก่อน จากที่ตกเป็นเป้าให้พูดถึง “รถแบบนี้จะขายใคร” แล้วเป็นงัยละ วิ่งกันเต็มบ้านเต็มเมือง เท่านั้นยังไม่พอ วันดีคืนดี ฟอร์ดก็จับเอาเครื่องยนต์ดีเซล V6 ซึ่งจัดว่าเป็นเครื่องยนต์ในฝันของคนขับรถกระบะมาขาย พร้อมคำถามที่ปลิวว่อนบนโลกโซเซี่ยวว่า“จะไปขายใคร” อีกแล้ว…???

ที่ไหนได้ เปิดจองไม่มันข้ามวัน ขายหมดเกลี้ยง ว่าแต่เครื่องดีเซล V6 นี่มีอะไรดี มันแรง มันสนุก หรือเป็นแค่ ”ของมันต้องมี….!!!“

มิติตัวรถ

ความสูง: 1,884 มม. ความกว้าง: 1,918 มม.และความยาว: 5,370 มม.ใหญ่บึกบึนตามสไตล์ของฟอร์ดเรนเจอร์นั่นเอง

ความแตกต่างที่พอจะมองช่วยให้แยกออกระหว่ารถ่นปกติ กับรุ่นวี6 ที่ชัดเจนคือ อักษรคำว่า V6 ที่แก้มหน้าทั้ง 2ข้าง และลายของล้อแม็กเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์ภายนอกที่เด่นๆ ในแบบของเรนเจอร์ชนิดมองเห็นได้แต่ไกลเช่น ไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี พร้อมระบบปรับมุมลำแสงไฟอัตโนมัติ ระบบป้องกันไฟแยงตา และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ 

ไฟวิ่งกลางวันแบบ LED รูปตัว C ไฟตัดหมอก และไฟท้ายแบบแอลอีดี ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ กระจังหน้าพิเศษแบบ Wildtrak สปอร์ตบาร์และราวหลังคา เพิ่มความสะดวกสบายด้วยฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift

เปิดเข้ามานั่งในห้องโดยาสรเราก็จะพบกับการตกแต่งภายในที่มีความเป็นเอกลักษณ์แบบ Wildtrak โดยเฉพาะ เน้นการใช้งานที่สะดวก เข้าถึงง่าย ไม่ยุุ่งยาก นอกจากนั้น ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่น้อยหน้ารถยนต์นั่งเช่นเบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง แท่นชาร์จไร้สาย กุญแจรีโมทอัจฉริยะ พร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ  เย็นสบายตลอดการเดินทางด้วยระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ พร้อมช่องต่อ USB (Best in Class/ First in Class) ไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร พวงมาลัยไฟฟ้า พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย

ดูที่ชุดจอกลางกันบ้าง ฟอร์ดให้หน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว ใช้ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A รองรับ Wireless Apple CarPlay® และ Android Auto™ ที่ได้รับการพัฒนาให้สะดวกรวดเร็วไปอีกขั้น เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยสามารถระบบเชื่อมต่อบลูทูธ  และระบบ FordPass Connect ได้ทุกเวลาที่ต้องการ

และที่อยู่ตรงหน้าผู้ขับขี่คือ หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสีขนาด 8 นิ้ว พร้อมโหมดต่างๆที่จะให้ข้อมูลสำคัญๆ ทั้งเวลาปกติและเมือต้องเข้าสู่สภาพออฟโรด

และนี่คือสิ่งที่ทุกคนกำลังต้องการ ขุมพลังใหม่เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 เป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับความนิยมมายาวนาน มีความเสถียรและทนทาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำลังและแรงบิดมากขึ้น เพื่อการลากจูงและการขับขี่แบบออฟโรด ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter (Best in Class)

โดยเครื่องยนต์ ดีเซล วี6 รุ่นนี้จะสามารถกำลังสูงสุด 250 แรงม้า ที่ 3,250 รอบต่อนาที (Best in Class) แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร (Best in Class)

ออกไปลองขับกันดีกว่า

อย่างที่บอกไว้ว่า เครื่องยนต์วี6 นี้ มาในแบบผู้ดีมาก ดังนั้นเสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจที่สุด อยู่ในช่วงเวลาสตาร์ทเครื่องนี่เองครับ เมื่อเครื่องติดแล้ว ความสงบ เงียบ จะเข้ามาแทนที่ ต่อให้ยืนฟังหน้ารถก็จะมีแค่เสียงพัดลมไฟฟ้าเท่านั้น

ออกเดินทางได้ เข้าเกียร์แล้วเริ่มออกเดินทาง รถขยับตัวได้อย่างนุ่มนวล คันเร่งตอบสนองอย่างรวดเร็ว เมื่อความเร็วเดินทางคงที่ เสียงเครื่องยนต์คือเงียบสนิทอย่างแท้จริง จนเมื่อเราต้องเร่งแซงหรือเพิ่มความเร็ว ม้าจากเครื่องยนต์ที่ถูกปลดปล่อยออกมานับร้อยตัว ต่างช่วยกันทำหน้าที่ดันให้เราพุ่งทยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าถ้าไม่คุ้นกัน อย่าเพิ่งรีบ มันแรงจัดจริงๆ การควบคุมต่างๆ ไม่ต้องปรับตัวมากมายเพราะทำได้เหมือนกับเรนเจอร์ที่ผ่านมาอยู่แล้ว

สิ่งที่คาใจคืออัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพลิงว่าจะดุเดือดเลือดพล่านขนาดไหน…!!!

จากที่ขับ รถเทสอายุการใช้งานประมาณ 4500 กม. เติมลมมาตรฐานจากโรงงาน ไม่ได้เช็คสภาพกรองอากาศ ขับทางเรียบใช้งานปกติ มีเร่งมีอัด ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 10 กม./ลิตร อันนี้คือถ้าวิ่งทางยาวๆ ก็จะได้+1-2 กม. หรือถ้าเพลินกับอัตราเร่งแซงบ่อยๆ ก็น่าจะติดลบลงไปได้อีก แต่ทั้งนี้ตัวเลข 10 ++ ผมก็ว่าขับได้สบายใจแล้วละครับ

ส่วนการทรงตัว และความนุ่งนวลของรถ ผมว่าเจ้า วี6 คันนี้ไม่แตกต่างจากเพื่อนๆ ในสายเลือดเดียวกัน นั่งสบาย ไม่ลำบาก เดินทางไกลได้ แต่จะเด่นสุดก็เมื่อต้องปีนไต่นี่แหละครับ

ถามว่าคุ้มค่าตัวไหม……แหม รถแบบนี้เขาไม่คิดเรื่องค่าตัวกันหรอกครับ ถามว่าจะมีออกมาให้อีกหรือไม่ดีว่านะ

สุดท้ายต้องขอขอบคุณฟอร์ด ประเทศไทย และทีมประชาสัมพันธ์ทุกท่านที่อำนวยความสะดวกในครั้งนี้

ชนิดเครื่องยนต์: ดีเซล เทอร์โบ วี 6

  • กระบอกสูบ/ระยะชัก: 84 มม. / 90 มม. 
  • ปริมาตรความจุ: 2993 ลบ.ซม.
  • อัตราส่วนการอัด: 16.0:1
  • ลำดับการจุดระเบิด: 1-4-2-5-3-6
  • การฉีดเชื้อเพลิง: Direct
  • เครื่องยนต์เป็นหัวฉีด Bosch Piezo แรงดันในรางหัวฉีด 2000 บาร์ แรงดันเทอร์โบชาร์จสูงสุด 2.8 บาร์
  • กลไกขับวาล์ว: เพลาลูกเบี้ยวเหนือฝาสูบคู่ (DOHC)
  • 4 วาล์วต่อกระบอกสูบ
  • ฝาสูบอะลูมิเนียม
  • เสื้อสูบรูปตัว V เหล็กหล่อแกรไฟต์ขั้นตอนเดียว
  • กระบอกสูบ 2 แถวจัดวางเข้าหากันไว้ที่ 60 องศา
  • อ่างนํ้ามันเครื่องแบบชิ้นเดียวเป็นการหล่อแรงดันสูงจากอะลูมิเนียม
  • ระบบเชื้อเพลิงแบบคอมมอนเรล
  • ใช้สายพานไทม์มิ่งขับเคลื่อนเพลาลูกเบี้ยว
  • เทอร์โบชาร์จเจอร์แปรผัน
  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ 4A 4WD มีตัวเลือกโหมดการขับขี่ 6 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ (Normal), โหมดประหยัด (Eco), โหมดลากจูง (Tow/Haul), โหมดถนนลื่น (Slippery), โหมดโคลนและหิน (Mud/Ruts) และโหมดทราย (Sand) มอบสมรรถนะสูงสุดสำหรับการเดินทางบนทุกสภาพผิว
  • ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ พร้อมยางขนาด 255/55 R20 
  • ระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting) ควบคุมการเปิดไฟส่องสว่างภายนอกตัวรถ เมื่อต้องการแสงสว่างในการทำกิจกรรมต่างๆ ในตอนกลางคืน ได้แก่ ไฟหน้า ไฟส่องพื้นจากกระจกข้างรถ ไฟในกระบะท้าย และไฟส่องแผ่นป้ายทะเบียน โดยสามารถเลือกเปิดปิดเฉพาะบางโซนหรือทุกโซนพร้อมกันได้ผ่านหน้าจอ SYNC 

ช่วงล่าง

  • ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง พร้อมโช้คอัพแบบ  โมโนทูบ และระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อน พร้อมโช้คอัพแบบโมโนทูบ
  • คอม้า (knuckle) อลูมิเนียม
  • ดิสก์เบรกหน้าและหลัง พร้อมครีบระบายความร้อน
  • ดิฟล็อกหลังแบบไฟฟ้า
  • ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ พร้อมยางขนาด 255/55 R20 

อุปกรณ์ความปลอดภัย

  • ถุงลมนิรภัย 7 จุด ได้แก่ คู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่า
  • ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน 
  • สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและหลัง
  • กล้องมองหลังขณะถอยจอด พร้อมกล้องมองรอบคัน 360 องศา
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System) 
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ (Roll-Over Mitigation)  
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control)
  • เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ auto brake hold

เทคโนโลยีช่วยการขับขี่ขั้นสูง

อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะครบครัน ได้แก่

  • ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop & Go และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ
  • ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)
  • ระบบช่วยควบคุมรถหลังจากชน 
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Alert)
  • ระบบตรวจจับรถในจุดบอด และระบบตรวจจับขณะออกจากช่องจอด (Blind Spot Information System – BLIS® with cross-traffic alert)
  • กล้องมองรอบคัน 360 องศา
  • ระบบป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง 
  • ระบบช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ (Evasive Steering Assist) 

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 3.0 ลิตร วี 6 มีสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่

  • สีขาว อาร์คติค ไวท์
  • สีเทา เมทิเออร์ เกรย์
  • สีเหลือง ลักซ์ เยลโลว์
  • สีดำ แอบโซลูท แบล็ค
RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 3.0 ลิตร ดีเซล วี 6 ยักษ์ใหญ่ใจดีที่ตอนนี้มีเงินก็ซื้อไม่ได้

ขยันสร้างความตื่นเต้นให้กับนักเลงกระบะบ้านเราไม่ว่างเว้น นับตั้งแต่พอร์ดเรนเจอร์ ปล่อยเจ้าแรปเตอร์ออกมาเขย่าตลาดเมื่อหลายปีก่อน จากที่ตกเป็นเป้าให้พูดถึง “รถแบบนี้จะขายใคร” แล้วเป็นงัยละ วิ่งกันเต็มบ้านเต็มเมือง เท่านั้นยังไม่พอ วันดีคืนดี ฟอร์ดก็จับเอาเครื่องยนต์ดีเซล V6 ซึ่งจัดว่าเป็นเครื่องยนต์ในฝันของคนขับรถกระบะมาขาย พร้อมคำถามที่ปลิวว่อนบนโลกโซเซี่ยวว่า“จะไปขายใคร” อีกแล้ว…???

ที่ไหนได้ เปิดจองไม่มันข้ามวัน ขายหมดเกลี้ยง ว่าแต่เครื่องดีเซล V6 นี่มีอะไรดี มันแรง มันสนุก หรือเป็นแค่ ”ของมันต้องมี….!!!“

มิติตัวรถ

ความสูง: 1,884 มม. ความกว้าง: 1,918 มม.และความยาว: 5,370 มม.ใหญ่บึกบึนตามสไตล์ของฟอร์ดเรนเจอร์นั่นเอง

ความแตกต่างที่พอจะมองช่วยให้แยกออกระหว่ารถ่นปกติ กับรุ่นวี6 ที่ชัดเจนคือ อักษรคำว่า V6 ที่แก้มหน้าทั้ง 2ข้าง และลายของล้อแม็กเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์ภายนอกที่เด่นๆ ในแบบของเรนเจอร์ชนิดมองเห็นได้แต่ไกลเช่น ไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี พร้อมระบบปรับมุมลำแสงไฟอัตโนมัติ ระบบป้องกันไฟแยงตา และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ 

ไฟวิ่งกลางวันแบบ LED รูปตัว C ไฟตัดหมอก และไฟท้ายแบบแอลอีดี ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ กระจังหน้าพิเศษแบบ Wildtrak สปอร์ตบาร์และราวหลังคา เพิ่มความสะดวกสบายด้วยฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift

เปิดเข้ามานั่งในห้องโดยาสรเราก็จะพบกับการตกแต่งภายในที่มีความเป็นเอกลักษณ์แบบ Wildtrak โดยเฉพาะ เน้นการใช้งานที่สะดวก เข้าถึงง่าย ไม่ยุุ่งยาก นอกจากนั้น ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่น้อยหน้ารถยนต์นั่งเช่นเบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง แท่นชาร์จไร้สาย กุญแจรีโมทอัจฉริยะ พร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ  เย็นสบายตลอดการเดินทางด้วยระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ พร้อมช่องต่อ USB (Best in Class/ First in Class) ไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร พวงมาลัยไฟฟ้า พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย

ดูที่ชุดจอกลางกันบ้าง ฟอร์ดให้หน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว ใช้ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A รองรับ Wireless Apple CarPlay® และ Android Auto™ ที่ได้รับการพัฒนาให้สะดวกรวดเร็วไปอีกขั้น เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยสามารถระบบเชื่อมต่อบลูทูธ  และระบบ FordPass Connect ได้ทุกเวลาที่ต้องการ

และที่อยู่ตรงหน้าผู้ขับขี่คือ หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสีขนาด 8 นิ้ว พร้อมโหมดต่างๆที่จะให้ข้อมูลสำคัญๆ ทั้งเวลาปกติและเมือต้องเข้าสู่สภาพออฟโรด

และนี่คือสิ่งที่ทุกคนกำลังต้องการ ขุมพลังใหม่เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 เป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับความนิยมมายาวนาน มีความเสถียรและทนทาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำลังและแรงบิดมากขึ้น เพื่อการลากจูงและการขับขี่แบบออฟโรด ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter (Best in Class)

โดยเครื่องยนต์ ดีเซล วี6 รุ่นนี้จะสามารถกำลังสูงสุด 250 แรงม้า ที่ 3,250 รอบต่อนาที (Best in Class) แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร (Best in Class)

ออกไปลองขับกันดีกว่า

อย่างที่บอกไว้ว่า เครื่องยนต์วี6 นี้ มาในแบบผู้ดีมาก ดังนั้นเสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจที่สุด อยู่ในช่วงเวลาสตาร์ทเครื่องนี่เองครับ เมื่อเครื่องติดแล้ว ความสงบ เงียบ จะเข้ามาแทนที่ ต่อให้ยืนฟังหน้ารถก็จะมีแค่เสียงพัดลมไฟฟ้าเท่านั้น

ออกเดินทางได้ เข้าเกียร์แล้วเริ่มออกเดินทาง รถขยับตัวได้อย่างนุ่มนวล คันเร่งตอบสนองอย่างรวดเร็ว เมื่อความเร็วเดินทางคงที่ เสียงเครื่องยนต์คือเงียบสนิทอย่างแท้จริง จนเมื่อเราต้องเร่งแซงหรือเพิ่มความเร็ว ม้าจากเครื่องยนต์ที่ถูกปลดปล่อยออกมานับร้อยตัว ต่างช่วยกันทำหน้าที่ดันให้เราพุ่งทยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าถ้าไม่คุ้นกัน อย่าเพิ่งรีบ มันแรงจัดจริงๆ การควบคุมต่างๆ ไม่ต้องปรับตัวมากมายเพราะทำได้เหมือนกับเรนเจอร์ที่ผ่านมาอยู่แล้ว

สิ่งที่คาใจคืออัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพลิงว่าจะดุเดือดเลือดพล่านขนาดไหน…!!!

จากที่ขับ รถเทสอายุการใช้งานประมาณ 4500 กม. เติมลมมาตรฐานจากโรงงาน ไม่ได้เช็คสภาพกรองอากาศ ขับทางเรียบใช้งานปกติ มีเร่งมีอัด ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 10 กม./ลิตร อันนี้คือถ้าวิ่งทางยาวๆ ก็จะได้+1-2 กม. หรือถ้าเพลินกับอัตราเร่งแซงบ่อยๆ ก็น่าจะติดลบลงไปได้อีก แต่ทั้งนี้ตัวเลข 10 ++ ผมก็ว่าขับได้สบายใจแล้วละครับ

ส่วนการทรงตัว และความนุ่งนวลของรถ ผมว่าเจ้า วี6 คันนี้ไม่แตกต่างจากเพื่อนๆ ในสายเลือดเดียวกัน นั่งสบาย ไม่ลำบาก เดินทางไกลได้ แต่จะเด่นสุดก็เมื่อต้องปีนไต่นี่แหละครับ

ถามว่าคุ้มค่าตัวไหม……แหม รถแบบนี้เขาไม่คิดเรื่องค่าตัวกันหรอกครับ ถามว่าจะมีออกมาให้อีกหรือไม่ดีว่านะ

สุดท้ายต้องขอขอบคุณฟอร์ด ประเทศไทย และทีมประชาสัมพันธ์ทุกท่านที่อำนวยความสะดวกในครั้งนี้

ชนิดเครื่องยนต์: ดีเซล เทอร์โบ วี 6

  • กระบอกสูบ/ระยะชัก: 84 มม. / 90 มม. 
  • ปริมาตรความจุ: 2993 ลบ.ซม.
  • อัตราส่วนการอัด: 16.0:1
  • ลำดับการจุดระเบิด: 1-4-2-5-3-6
  • การฉีดเชื้อเพลิง: Direct
  • เครื่องยนต์เป็นหัวฉีด Bosch Piezo แรงดันในรางหัวฉีด 2000 บาร์ แรงดันเทอร์โบชาร์จสูงสุด 2.8 บาร์
  • กลไกขับวาล์ว: เพลาลูกเบี้ยวเหนือฝาสูบคู่ (DOHC)
  • 4 วาล์วต่อกระบอกสูบ
  • ฝาสูบอะลูมิเนียม
  • เสื้อสูบรูปตัว V เหล็กหล่อแกรไฟต์ขั้นตอนเดียว
  • กระบอกสูบ 2 แถวจัดวางเข้าหากันไว้ที่ 60 องศา
  • อ่างนํ้ามันเครื่องแบบชิ้นเดียวเป็นการหล่อแรงดันสูงจากอะลูมิเนียม
  • ระบบเชื้อเพลิงแบบคอมมอนเรล
  • ใช้สายพานไทม์มิ่งขับเคลื่อนเพลาลูกเบี้ยว
  • เทอร์โบชาร์จเจอร์แปรผัน
  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ 4A 4WD มีตัวเลือกโหมดการขับขี่ 6 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ (Normal), โหมดประหยัด (Eco), โหมดลากจูง (Tow/Haul), โหมดถนนลื่น (Slippery), โหมดโคลนและหิน (Mud/Ruts) และโหมดทราย (Sand) มอบสมรรถนะสูงสุดสำหรับการเดินทางบนทุกสภาพผิว
  • ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ พร้อมยางขนาด 255/55 R20 
  • ระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting) ควบคุมการเปิดไฟส่องสว่างภายนอกตัวรถ เมื่อต้องการแสงสว่างในการทำกิจกรรมต่างๆ ในตอนกลางคืน ได้แก่ ไฟหน้า ไฟส่องพื้นจากกระจกข้างรถ ไฟในกระบะท้าย และไฟส่องแผ่นป้ายทะเบียน โดยสามารถเลือกเปิดปิดเฉพาะบางโซนหรือทุกโซนพร้อมกันได้ผ่านหน้าจอ SYNC 

ช่วงล่าง

  • ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง พร้อมโช้คอัพแบบ  โมโนทูบ และระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อน พร้อมโช้คอัพแบบโมโนทูบ
  • คอม้า (knuckle) อลูมิเนียม
  • ดิสก์เบรกหน้าและหลัง พร้อมครีบระบายความร้อน
  • ดิฟล็อกหลังแบบไฟฟ้า
  • ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ พร้อมยางขนาด 255/55 R20 

อุปกรณ์ความปลอดภัย

  • ถุงลมนิรภัย 7 จุด ได้แก่ คู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่า
  • ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน 
  • สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและหลัง
  • กล้องมองหลังขณะถอยจอด พร้อมกล้องมองรอบคัน 360 องศา
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System) 
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ (Roll-Over Mitigation)  
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control)
  • เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ auto brake hold

เทคโนโลยีช่วยการขับขี่ขั้นสูง

อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะครบครัน ได้แก่

  • ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop & Go และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ
  • ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)
  • ระบบช่วยควบคุมรถหลังจากชน 
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Alert)
  • ระบบตรวจจับรถในจุดบอด และระบบตรวจจับขณะออกจากช่องจอด (Blind Spot Information System – BLIS® with cross-traffic alert)
  • กล้องมองรอบคัน 360 องศา
  • ระบบป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง 
  • ระบบช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ (Evasive Steering Assist) 

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 3.0 ลิตร วี 6 มีสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่

  • สีขาว อาร์คติค ไวท์
  • สีเทา เมทิเออร์ เกรย์
  • สีเหลือง ลักซ์ เยลโลว์
  • สีดำ แอบโซลูท แบล็ค
RELATED ARTICLES