Saturday, July 20, 2024
HomeTest Drive“ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่” หรูหรา สง่างามและประหยัดพลังงาน

“ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่” หรูหรา สง่างามและประหยัดพลังงาน

ฮอนด้า แอคคอร์ด” จัดว่าเป็นรถในชั้นที่สูงสุดของค่ายฮอนด้า ประเทศไทย ที่มีอยู่ในเวลานี้ ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านกาลเวลามาอย่างโชกโชน พิสูจน์แล้วซึ่งความคุ้มค่าในตัวเอง และยังเป็นรถที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมานับตั้งแต่เจนฯแรกจนถึงเจนปัจจุบัน แน่นอนว่าเมื่อต้องต่อกรกับคู่แข่งอีกหลากหลายค่ายที่ส่วนใหญ่จะใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ค่ายฮอนด้าจึงต้องเสริมเขี้ยวเล็บให้กับ ฮอนด้า แอคคอร์ด  ใหม่ ด้วยขุมพลังระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ที่ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว ในระบบเกียร์ E-CVT ที่ให้แรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มีประสิทธิภาพสูง

พร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว โดยระบบจะมอบสมดุลระหว่างสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง แรง ตอบสนองดั่งใจ มอบอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 25 กม./ลิตร

กล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่งระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว เป็นต้น

ตัวเลือกใหม่ที่เพิ่มเข้ามา

โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่แบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) นอกจากนี้ในขณะลดความเร็ว ระบบจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วนั้นให้เป็นพลังงานไฟฟ้า และชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่(Regeneration) รวมถึงสามารถเข้าถึงอารมณ์การขับขี่ด้วยไฟฟ้าอีกขั้นด้วยการกดสวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Switch) ที่ได้รับการพัฒนาโดยเพิ่ม Charge Mode เข้ามาเป็นครั้งแรกในแอคคอร์ด ซึ่งเป็นโหมดที่จะชาร์จแบตเตอรี่ ในขณะที่รถวิ่งด้วยน้ำมัน นอกจากนี้ยังสามารถเลือกโหมดการขับขี่ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ ผ่านการกดสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่แบบ Individual (Individual Mode) ใหม่ สามารถเลือกปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบส่งกำลัง พวงมาลัย ระบบ Adaptive Cruise Control และสีของมาตรวัดได้อย่างอิสระดั่งใจ

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) 
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) 
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) หรือ ใหม่ ครั้งแรกใน แอคคอร์ด กับระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive Driving Beam: ADB) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในเวลากลางคืนและปรับองศาของแสงไฟเพื่อลดการรบกวนรถด้านหน้าและคนเดินถนน
  • ใหม่ ครั้งแรกใน แอคคอร์ด กับ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN) 

พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อื่น ๆ เช่น

ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) (รุ่นe:HEV EL และ e:HEV RS) เซ็นเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด (รุ่นe:HEV EL และ e:HEV RS) ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) ใหม่ ระบบเพิ่มความเสถียรและความคล่องตัวในการขับขี่ (Motion Management System: MMS) ถุงลม 8 ตำแหน่ง ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) ใหม่ ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า และใหม่ ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหลังและระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC) และ ใหม่ รุ่น e:HEV RS มาพร้อมเซนเซอร์ตรวจจับเสียงรบกวนจากพื้นถนน (Road noise ANC)

หลากหลายเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีเชื่อมต่ออันล้ำสมัย รองรับสมาร์ตไลฟ์สไตล์ ที่ฮอนด้าได้ติดตั้งเป็นครั้งแรก*
ใน แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่
ปุ่ม Experience Selection Dial ที่เลือกปรับได้อย่างง่ายดาย Google built-in ที่มาพร้อมแอปและบริการของ Google ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ (Multi-color Ambient Light) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว องเชื่อมต่อ USB Type C 4 ตำแหน่ง และใหม่ ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้า กับฟังก์ชันการ​อัปเดตซอฟต์แวร์ Over-The-Air (OTA) ช่วยให้ผู้ใช้รถไม่เพียงสามารถอัปเดตระบบ Infotainment แต่ยังสามารถอัปเดตการทำงานของ ECU จากทางไกลได้ ผ่านทางระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว หรือผ่านทางแอปพลิเคชันในสมาร์ตโฟน เพิ่มความสะดวกสบายโดยที่ไม่ต้องเข้าไปยังศูนย์บริการ เป็นต้น

สำรวจรอบรถ

ดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตโดดเด่น หรูหราสง่างาม ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ดึงดูดทุกสายตาด้วยกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตใหม่ ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED และไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ที่ได้รับการออกแบบให้เข้ากันอย่างลงตัว มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีเงิน (รุ่น e:HEV E) ขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตสีดำ (รุ่น e:HEV EL) และขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตสีดำแบบแมตต์ (รุ่น e:HEV RS) ครั้งแรกในโลกกับรุ่น e:HEV RS ที่ยกระดับความสปอร์ตหรูหราอีกขั้น ในดีไซน์เอกซ์คลูซีฟรอบคัน ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดเอกซ์คลูซีฟ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่สะดวกสบาย

ความที่เป็นรถรุ่นใหญ่ ความละเอียดละออของงานก็จะเยอะตาม เรียกว่าเป็นรถที่มีรายละเอียดเยอะมาก แม้ตัวรถจะดูแนวเตี้ยๆแบนๆ แต่เมื่อเข้าไปนั่งภายในห้องโดยสารแล้ว กลับรู้สึกตรงกันข้าม ด้วยการจัดการพื้นที่ในส่วนต่างๆ ให้ดูเป็นระเบียบ กว้าง นั่งแล้วไม่อึดอัด สามารถควบคุมระบบการทำงานต่างๆได้อย่างสะดวก

ทัศนะวิสัยในการมองเห็นรอบคันนั่นก็จัดว่าทำได้ดี ทั้งยังมีกล้องที่ช่วยเวลาจะเลี้ยว แล้วอาจจะมีมุมอับสายตา เบาะนั่งคู่หน้าจะเป็นหนังรูช่วยลดความร้อน ส่วนเบาะหลังน่าจะเป็นจุดเดียวที่เรายังขัดใจ เพราะดูขัดๆตาอยู่นิดหน่อย(เป็นความรู้สึกส่วนบุคคล)

หน้าปัทม์และคอนโซนกลางนั้น ใส่ของเล่นมาเต็มที่  จอมอนิเตอร์กลางที่เอาไว้เล่นกับเครื่องเสียง สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ ระบบปรับอากาศสามารถเข้าถึงได้จากปุ่มหมุนที่ให้ความพรีเมี่ยมด้วยลูกบิดที่ดูหรูหรา พร้อมกับบอกอุณหภูมิและเวลาในตำแหน่งเดียวกัน

พวงมาลัยหุ้มหนังดำตัดด้ายแดง เข้าชุดกับหนังหุ้มคันเกียร์ที่ใช้ด้ายแดงเช่นกัน และไม่ต้องแปลกใจ เนื่องจากคันนี้ติดโลโก้ RSมาด้วยนั่นเองครับ

จอน้าปัทม์จะเป็บแบบฟูลดิจิตอล สามารถปรับแต่งและเปลี่ยนโทนสีให้เข้ากับโหมดการขับขี่ได้(ตามที่ฮอนด้ากำหนดเอาไว้) นอกจากนั้นยังสามารถแสดงตัวเลขสำคัญๆ ของอัตราการสิ้นเปลือง ระยะทาง และอื่นๆ ได้อีกด้วย

ไปลองขับก้นครับ

เราเริ่มกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ แน่นอนว่าสำหรับรถที่เป็น E:hev นั้น เริ่มต้นก็จะเลื่อกใช้ระบบไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ระบบไฟฟ้าภายในเริ่มทำงาน ระบบขับเคลื่อนพร้อม แอร์ทำงานตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ เขาเลือกโหมดECON เป็นอันอับแรก จุดหมายของเราอยู่ที่เขื่อนละตะคอง ระยะทางประมาณ 150 กม. วิ่งเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน สิ่งที่เรารู้สึกได้ชัดเจนคือ ความเงียบของห้องโดยสารลดน้อยลง ค่อนข้างจะเกฌนรายละเอียดจสากพื้นถนนขึ้นมาได้เยอะ แต่เสียงลมกลับน้อยมาก (น่าจะเป็นเพราะตัวรถที่เตี้ย) การบังคับเลี้ยวทำได้ดี แม่นยำ พวงมาลัยให้อัตราทดมาดีมาก นิ่ง ไม่ต้องเกร็งมือเหมือนรถที่ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าทั่วไป

อัตราเร่งแซง แม้จะขับขี่ในโหมด ECON ซึ่งจัดว่าเป็นโหมดขับขี่ประหยัดเชื้อเพลิง แต่กำลังที่มีให้ก็ไม่ได้น้อยจนรู้สึกอันตรายหรืออึดอัดแม้แต่น้อย ช่วงขับขี่ขึ้นทางลาดชันหรือในขณะเร่งแซง ได้มอเตอร์มาช่วยทำให้ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไปได้มากทีเดียว

ฮอนด้า แอคคอร์ดใหม่ ที่เราขับอยู่นี้ ให้ช่วงล่างอิสระ4ล้อที่นุ่มนวล แต่ด้วยความเป็นรุ่น RSจึงแอบรู้สึกสนุกกับความตึงของช่วงล่าง(หรือเท่ากับรุ่นธรรมดาก็ไม่แน่ใจ เพราะได้ขับเพียงคันเดียว) แต่บอกเลยว่ามันสนุกมาก ไม่ย้วย แต่จุดด้อยคือ เก็บรายละเอียดของก้อนกรวด สั้นถนน เส้นกั้นทางต่างๆ ขึ้นมารายงานให้เราได้รับรู้ตลอดการเดินทาง (แลกกับความสนุกสนานบนทางลาดยาง)

มาถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง แต่เดิมที่ยังเป็นน้ำมันล้วน ฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นหนึ่งในรถที่มีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองค่อนข้างสูง แต่เมื่อพัฒนามาจนถึงปัจจุบันนี้ มีมอเตอร์มาช่วยขับเคลื่อน ทำให้ตัวเลขความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงออกมาได้เกิน 20 กม/ลิตร ซึ่งจัดว่าประหยัดมากทีเดียวสำหรับรถขนาดใหญ่เช่นนี้

สุดท้ายต้องขอขอบคุณ ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย และทีมประชาสัมพันธ์ทุกท่านที่อำนวยความสะดวกในครั้งนี้ครับ

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,799,000 บาท
  • รุ่น e:HEV EL ราคา 1,669,000 บาท
  • รุ่น e:HEV E ราคา 1,529,000 บาท

โดยสีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวแพลทินัม (มุก)  สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)  สีเทาเมทิเออรอยด์
(เมทัลลิก)  และสีดำคริสตัล (มุก) พร้อม
ภายในสีดำ และสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)

RELATED ARTICLES
- Advertisment -









- Advertisment -




“ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่” หรูหรา สง่างามและประหยัดพลังงาน

ฮอนด้า แอคคอร์ด” จัดว่าเป็นรถในชั้นที่สูงสุดของค่ายฮอนด้า ประเทศไทย ที่มีอยู่ในเวลานี้ ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านกาลเวลามาอย่างโชกโชน พิสูจน์แล้วซึ่งความคุ้มค่าในตัวเอง และยังเป็นรถที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมานับตั้งแต่เจนฯแรกจนถึงเจนปัจจุบัน แน่นอนว่าเมื่อต้องต่อกรกับคู่แข่งอีกหลากหลายค่ายที่ส่วนใหญ่จะใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ค่ายฮอนด้าจึงต้องเสริมเขี้ยวเล็บให้กับ ฮอนด้า แอคคอร์ด  ใหม่ ด้วยขุมพลังระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ที่ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว ในระบบเกียร์ E-CVT ที่ให้แรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มีประสิทธิภาพสูง

พร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว โดยระบบจะมอบสมดุลระหว่างสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง แรง ตอบสนองดั่งใจ มอบอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 25 กม./ลิตร

กล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่งระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว เป็นต้น

ตัวเลือกใหม่ที่เพิ่มเข้ามา

โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่แบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) นอกจากนี้ในขณะลดความเร็ว ระบบจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วนั้นให้เป็นพลังงานไฟฟ้า และชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่(Regeneration) รวมถึงสามารถเข้าถึงอารมณ์การขับขี่ด้วยไฟฟ้าอีกขั้นด้วยการกดสวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Switch) ที่ได้รับการพัฒนาโดยเพิ่ม Charge Mode เข้ามาเป็นครั้งแรกในแอคคอร์ด ซึ่งเป็นโหมดที่จะชาร์จแบตเตอรี่ ในขณะที่รถวิ่งด้วยน้ำมัน นอกจากนี้ยังสามารถเลือกโหมดการขับขี่ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ ผ่านการกดสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่แบบ Individual (Individual Mode) ใหม่ สามารถเลือกปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบส่งกำลัง พวงมาลัย ระบบ Adaptive Cruise Control และสีของมาตรวัดได้อย่างอิสระดั่งใจ

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) 
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) 
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) หรือ ใหม่ ครั้งแรกใน แอคคอร์ด กับระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive Driving Beam: ADB) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในเวลากลางคืนและปรับองศาของแสงไฟเพื่อลดการรบกวนรถด้านหน้าและคนเดินถนน
  • ใหม่ ครั้งแรกใน แอคคอร์ด กับ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN) 

พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อื่น ๆ เช่น

ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) (รุ่นe:HEV EL และ e:HEV RS) เซ็นเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด (รุ่นe:HEV EL และ e:HEV RS) ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) ใหม่ ระบบเพิ่มความเสถียรและความคล่องตัวในการขับขี่ (Motion Management System: MMS) ถุงลม 8 ตำแหน่ง ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) ใหม่ ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า และใหม่ ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหลังและระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC) และ ใหม่ รุ่น e:HEV RS มาพร้อมเซนเซอร์ตรวจจับเสียงรบกวนจากพื้นถนน (Road noise ANC)

หลากหลายเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีเชื่อมต่ออันล้ำสมัย รองรับสมาร์ตไลฟ์สไตล์ ที่ฮอนด้าได้ติดตั้งเป็นครั้งแรก*
ใน แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่
ปุ่ม Experience Selection Dial ที่เลือกปรับได้อย่างง่ายดาย Google built-in ที่มาพร้อมแอปและบริการของ Google ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ (Multi-color Ambient Light) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว องเชื่อมต่อ USB Type C 4 ตำแหน่ง และใหม่ ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้า กับฟังก์ชันการ​อัปเดตซอฟต์แวร์ Over-The-Air (OTA) ช่วยให้ผู้ใช้รถไม่เพียงสามารถอัปเดตระบบ Infotainment แต่ยังสามารถอัปเดตการทำงานของ ECU จากทางไกลได้ ผ่านทางระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว หรือผ่านทางแอปพลิเคชันในสมาร์ตโฟน เพิ่มความสะดวกสบายโดยที่ไม่ต้องเข้าไปยังศูนย์บริการ เป็นต้น

สำรวจรอบรถ

ดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตโดดเด่น หรูหราสง่างาม ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ดึงดูดทุกสายตาด้วยกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตใหม่ ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED และไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ที่ได้รับการออกแบบให้เข้ากันอย่างลงตัว มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีเงิน (รุ่น e:HEV E) ขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตสีดำ (รุ่น e:HEV EL) และขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตสีดำแบบแมตต์ (รุ่น e:HEV RS) ครั้งแรกในโลกกับรุ่น e:HEV RS ที่ยกระดับความสปอร์ตหรูหราอีกขั้น ในดีไซน์เอกซ์คลูซีฟรอบคัน ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดเอกซ์คลูซีฟ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่สะดวกสบาย

ความที่เป็นรถรุ่นใหญ่ ความละเอียดละออของงานก็จะเยอะตาม เรียกว่าเป็นรถที่มีรายละเอียดเยอะมาก แม้ตัวรถจะดูแนวเตี้ยๆแบนๆ แต่เมื่อเข้าไปนั่งภายในห้องโดยสารแล้ว กลับรู้สึกตรงกันข้าม ด้วยการจัดการพื้นที่ในส่วนต่างๆ ให้ดูเป็นระเบียบ กว้าง นั่งแล้วไม่อึดอัด สามารถควบคุมระบบการทำงานต่างๆได้อย่างสะดวก

ทัศนะวิสัยในการมองเห็นรอบคันนั่นก็จัดว่าทำได้ดี ทั้งยังมีกล้องที่ช่วยเวลาจะเลี้ยว แล้วอาจจะมีมุมอับสายตา เบาะนั่งคู่หน้าจะเป็นหนังรูช่วยลดความร้อน ส่วนเบาะหลังน่าจะเป็นจุดเดียวที่เรายังขัดใจ เพราะดูขัดๆตาอยู่นิดหน่อย(เป็นความรู้สึกส่วนบุคคล)

หน้าปัทม์และคอนโซนกลางนั้น ใส่ของเล่นมาเต็มที่  จอมอนิเตอร์กลางที่เอาไว้เล่นกับเครื่องเสียง สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ ระบบปรับอากาศสามารถเข้าถึงได้จากปุ่มหมุนที่ให้ความพรีเมี่ยมด้วยลูกบิดที่ดูหรูหรา พร้อมกับบอกอุณหภูมิและเวลาในตำแหน่งเดียวกัน

พวงมาลัยหุ้มหนังดำตัดด้ายแดง เข้าชุดกับหนังหุ้มคันเกียร์ที่ใช้ด้ายแดงเช่นกัน และไม่ต้องแปลกใจ เนื่องจากคันนี้ติดโลโก้ RSมาด้วยนั่นเองครับ

จอน้าปัทม์จะเป็บแบบฟูลดิจิตอล สามารถปรับแต่งและเปลี่ยนโทนสีให้เข้ากับโหมดการขับขี่ได้(ตามที่ฮอนด้ากำหนดเอาไว้) นอกจากนั้นยังสามารถแสดงตัวเลขสำคัญๆ ของอัตราการสิ้นเปลือง ระยะทาง และอื่นๆ ได้อีกด้วย

ไปลองขับก้นครับ

เราเริ่มกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ แน่นอนว่าสำหรับรถที่เป็น E:hev นั้น เริ่มต้นก็จะเลื่อกใช้ระบบไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ระบบไฟฟ้าภายในเริ่มทำงาน ระบบขับเคลื่อนพร้อม แอร์ทำงานตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ เขาเลือกโหมดECON เป็นอันอับแรก จุดหมายของเราอยู่ที่เขื่อนละตะคอง ระยะทางประมาณ 150 กม. วิ่งเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน สิ่งที่เรารู้สึกได้ชัดเจนคือ ความเงียบของห้องโดยสารลดน้อยลง ค่อนข้างจะเกฌนรายละเอียดจสากพื้นถนนขึ้นมาได้เยอะ แต่เสียงลมกลับน้อยมาก (น่าจะเป็นเพราะตัวรถที่เตี้ย) การบังคับเลี้ยวทำได้ดี แม่นยำ พวงมาลัยให้อัตราทดมาดีมาก นิ่ง ไม่ต้องเกร็งมือเหมือนรถที่ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าทั่วไป

อัตราเร่งแซง แม้จะขับขี่ในโหมด ECON ซึ่งจัดว่าเป็นโหมดขับขี่ประหยัดเชื้อเพลิง แต่กำลังที่มีให้ก็ไม่ได้น้อยจนรู้สึกอันตรายหรืออึดอัดแม้แต่น้อย ช่วงขับขี่ขึ้นทางลาดชันหรือในขณะเร่งแซง ได้มอเตอร์มาช่วยทำให้ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไปได้มากทีเดียว

ฮอนด้า แอคคอร์ดใหม่ ที่เราขับอยู่นี้ ให้ช่วงล่างอิสระ4ล้อที่นุ่มนวล แต่ด้วยความเป็นรุ่น RSจึงแอบรู้สึกสนุกกับความตึงของช่วงล่าง(หรือเท่ากับรุ่นธรรมดาก็ไม่แน่ใจ เพราะได้ขับเพียงคันเดียว) แต่บอกเลยว่ามันสนุกมาก ไม่ย้วย แต่จุดด้อยคือ เก็บรายละเอียดของก้อนกรวด สั้นถนน เส้นกั้นทางต่างๆ ขึ้นมารายงานให้เราได้รับรู้ตลอดการเดินทาง (แลกกับความสนุกสนานบนทางลาดยาง)

มาถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง แต่เดิมที่ยังเป็นน้ำมันล้วน ฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นหนึ่งในรถที่มีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองค่อนข้างสูง แต่เมื่อพัฒนามาจนถึงปัจจุบันนี้ มีมอเตอร์มาช่วยขับเคลื่อน ทำให้ตัวเลขความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงออกมาได้เกิน 20 กม/ลิตร ซึ่งจัดว่าประหยัดมากทีเดียวสำหรับรถขนาดใหญ่เช่นนี้

สุดท้ายต้องขอขอบคุณ ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย และทีมประชาสัมพันธ์ทุกท่านที่อำนวยความสะดวกในครั้งนี้ครับ

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,799,000 บาท
  • รุ่น e:HEV EL ราคา 1,669,000 บาท
  • รุ่น e:HEV E ราคา 1,529,000 บาท

โดยสีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวแพลทินัม (มุก)  สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)  สีเทาเมทิเออรอยด์
(เมทัลลิก)  และสีดำคริสตัล (มุก) พร้อม
ภายในสีดำ และสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)

RELATED ARTICLES